วันพฤหัสบดี ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2569
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 881.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.73% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 หากรวมทองคำ มีมูลค่า 1,252.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 34.29% ส่งผลให้ช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 การส่งออกไม่รวมทองคำ มีมูลค่า 8,253.19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.58% รวมทองคำ มีมูลค่า 16,916.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.74%
ทั้งนี้การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 371.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 67.55% จากราคาทองคำตลาดโลกชะลอตัวลง และปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทำให้แรงเก็งกำไรทองคำลดลง และช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 การส่งออกทองคำ มีมูลค่า 8,663.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.99% โดยหากแยกการส่งออกแต่ละเดือน พบว่า เดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 2,758.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 136.16% เดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่า 1,103.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 18.22% เดือนมีนาคม 2569 มูลค่า 1,799.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.28% เดือนเมษายน 2569 มูลค่า 1,216.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.27% และเดือนพฤษภาคม 2569 มูลค่า 1,413.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 55.75%
สำหรับตลาดส่งออกสำคัญ อินเดีย เพิ่มขึ้น 0.08% ฮ่องกง เพิ่มขึ้น 9.32% เยอรมนี เพิ่มขึ้น 44.03% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่มขึ้น 76.14% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่มขึ้น 81.20% สหราชอาณาจักร เพิ่มขึ้น 3.32% ญี่ปุ่น เพิ่มขึ้น 39.39% อิตาลี เพิ่มขึ้น 31.69% เบลเยี่ยม เพิ่มขึ้น 23.71% ส่วนสหรัฐฯ ลดลง 7.87% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าไปก่อนหน้านี้ ทำให้ยอดการนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปี 2569 จนถึงปัจจุบัน
ส่วนการส่งออกสินค้าสำคัญ เครื่องประดับแท้ เพิ่มขึ้น 60.46% เครื่องประดับทอง เพิ่มขึ้น 20.01% เครื่องประดับแพลทินัม เพิ่มขึ้น 2,272.02% เครื่องทองหรือเครื่องเงินและส่วนประกอบ เพิ่มขึ้น 98.90% พลอยก้อน เพิ่มขึ้น 5.51% พลอยเนื้อแข็งเจียระไน เพิ่มขึ้น 0.93% พลอยเนื้ออ่อนเจียระไน เพิ่มขึ้น 3.86% เพชรก้อน เพิ่มขึ้น 10.67% เพชรเจียระไน เพิ่มขึ้น 9.99% แต่เครื่องประดับเงิน ลดลง 5.85%
นายสุเมธ กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ยังต้องจับตาผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 มีสินค้าไทยบางรายการที่ถูกเก็บภาษี ซึ่งจะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่งลดลง และยังมีความเสี่ยงจากมาตรการตอบโต้ด้านกำลังการผลิต ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา รวมทั้งยังมีความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ที่กระทบต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก เพิ่มความไม่แน่นอนต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทย
อย่างไรก็ตามการที่กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ทั้งกรอบไทย-สหภาพยุโรป (EU) อาเซียน-แคนาดา และเร่งเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ หากสำเร็จ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา สนับสนุนการขยายตัวของการส่งออกในระยะต่อไป
ส่วนแนวโน้มความต้องการสินค้า พบว่า ตลาดค้าปลีกสำคัญ อาทิ สหรัฐฯ อินเดีย และภูมิภาคเอเชีย ยังคงได้รับแรงหนุนที่แข็งแกร่งจากความต้องการสินค้าพรีเมียม และกลุ่มเพื่อการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับพลอยสี งานฝีมือมูลค่าเพิ่มสูง เพชรสีแฟนซีที่ราคาเฉลี่ยยังคงทรงตัวและเติบโตได้ดีในกลุ่ม Fancy Pink รวมทั้งเพชรรูปทรงแฟนซีคุณภาพสูง ตลอดจนแนวโน้มผู้บริโภคบางส่วนในตลาดหลักที่เริ่มหันกลับมาให้ความสนใจเพชรธรรมชาติเพิ่มขึ้น แต่ผู้บริโภคในตลาดระดับกลางอาจชะลอการสั่งซื้อ หรือปรับเปลี่ยนไปสู่สินค้าทางเลือกที่มีระดับราคาเข้าถึงง่ายกว่า เช่น เครื่องประดับชุบทอง และกลุ่มเครื่องประดับทองที่มีค่าความบริสุทธิ์ลดลง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี