วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569
nn สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พร้อมเครือข่ายหมอออกมาประกาศกร้าวอีกครั้งว่าจะเดินหน้าแฉ “บุหรี่ไฟฟ้า” และจะดำเนินการโดยเน้นปรับตัวเพื่อรับมือกับบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้ามาอย่างรุนแรงเหมือนพายุ แต่กลับฟังดูย้อนแย้งกับการกระทำที่ยืนกรานจะคงไว้ซึ่ง “แบน”…เพราะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมาได้ยืนยันแล้วว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ “ล้มเหลว”...เห็นได้ชัดจากการทะลักเข้ามาของ “บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อน” ปริมาณมหาศาล ที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก… เพราะพอเป็นของเถื่อน จะขายออนไลน์ หรือขายให้เยาวชน ก็ไม่มีใครมาคอยตรวจตรา ปิดหูปิดตาไม่รับรู้ความเป็นจริงว่าบุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนนั้นเป็นตลาดใต้ดินที่มีมูลค่ามหาศาล ด้วยว่าเขาเอาคำว่า “แบน” มาครอบไว้แล้ว คงคิดว่าแบนเท่ากับไม่มี!!....หากถามว่าตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในไทยใหญ่โตเพียงใด ผลการสำรวจมูลค่าตลาดบุหรี่ไฟฟ้าในไทยที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ เมื่อปี 2564 ระบุว่า พบผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ากว่า 78,000 ราย ซึ่งฟังดูน้อยชอบกลเมื่อเทียบกับหลักฐานเชิงประจักษ์...ปัจจุบัน..แวดวงการเงิน...คิดว่าอย่างไรผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในไทยก็เกิน 78,000 รายแน่ ซึ่งผู้ใช้จำนวนมากขนาดนี้ แต่รัฐไทยยังไม่ตัดสินใจปรับแก้กฎหมายเพื่อรับมือ ไม่เก็บภาษีสรรพสามิต และยังคงแบนไว้ได้นานต่อเนื่องถึงเก้าปี!....บุหรี่ไฟฟ้าเถื่อนส่งผลกระทบต่อการบริโภคบุหรี่และผลิตภัณฑ์ยาสูบในไทยอย่างมาก จะเห็นได้จากหลักฐานภาพรวมอุตสาหกรรมยาสูบที่มีให้เห็นเต็มตา ทั้งโควตาของชาวไร่ยาสูบที่ถูกตัดจากผลประกอบการที่ถดถอยของการยาสูบแห่งประเทศไทย... ไหนจะรายได้ภาษีสรรพสามิตบุหรี่ที่ลดฮวบลงอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าจะดีดตัวกลับมาได้ในเร็ววัน... หากรัฐบาลยังไม่เริ่มจัดการทั้ง “บุหรี่เถื่อน” และ “บุหรี่ไฟฟ้า” เห็นทีอุตสาหกรรมยาสูบไทยคงแย่แน่... แวดวงการเงิน...มองว่าอย่างน้อยหากบุหรี่ไฟฟ้าจะทะลักเข้าไทยแบบห้ามไม่อยู่ ก็ควรเอากฎหมาย มาตรการ หรือมาตรการภาษีสรรพสามิตมาจัดการให้ถูกต้องชัดเจนเสียจะดีกว่า อย่างที่หลายประเทศทั่วโลกทำกัน ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ อังกฤษ หรือสหภาพยุโรป แถมเก็บภาษีเอาเงินมาตั้งกองทุนช่วยชาวไร่ยาสูบเรียกว่าได้สองต่อ...หากสสส.ต้องการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย เห็นทีจะต้องลองฟังเสียงของประชาชนโดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่กว่า 9.9 ล้านคนเสียบ้าง และในการประชุมสมัชชารัฐภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกครั้งที่ 10 (COP10) ที่จะถึงนี้ ก็คงต้องขอให้ตัวแทนประเทศไทยแสดงออกถึงความต้องการในการ “ปรับตัว” ให้ชัดเจน เริ่มต้นด้วยการยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเสียก่อน....คงต้องถาม...คุณเศรษฐา ทวีสิน....นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...ว่าท่านจะปล่อยปัญหาคาราคาซังไว้แบบนี้จริงหรือ…และหากว่ามีนโยบายที่ชัดเจนและถูกต้องตามหลักการที่ควรจะเป็นสั่งการลงมา...คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต...และทีมงานของกรมสรรพสามิต...พร้อมที่จะทำงานเต็มที่เลยครับ...และรวดเร็วทันใจด้วย...nn
อนันตเดช พงษ์พันธ์ุ

โรงเรียนบุรีรัมย์ตื่นตัว นักเรียนซ้อมเข้าหลุมหลบภัย รับมือเหตุฉุกเฉิน
พรรคประชาชนเปิดตัว ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติฯ มธ.เป็นว่าที่ รมว.ยุติธรรม
บันเทิงเกาหลีเศร้า! อันซองกิ นักแสดงแห่งชาติเสียชีวิตในวัย 74 ปี
'เพชร อาสิระ'ทวงความยิ่งใหญ่ คืนสังเวียนแม็กซ์มวยไทย จับมือทรูวิชั่น
'หญิงหน่อย'ย้ำแคมเปญ'คนไทยหายเหนื่อย' ขออาสาดูแลตั้งแต่ในครรภ์จนถึงสูงวัย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี