542.jpg
star Retro : ชีวิตที่ผกผัน กับโชคชะตาเปลี่ยนชีวิต ของสดใส รุ่งโพธิ์ทอง

star Retro : ชีวิตที่ผกผัน กับโชคชะตาเปลี่ยนชีวิต ของสดใส รุ่งโพธิ์ทอง

วันอาทิตย์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.
Tag :

ชีวิตที่ผกผัน กับโชคชะตาเปลี่ยนชีวิต ของสดใส รุ่งโพธิ์ทอง   

“รักน้องพร”  เพลงที่ทุกคนรู้จักกันทั่วประเทศ และโด่งดังอยู่ในช่วงระยะเวลานึง ของนักร้องเสียงคุณภาพ “สดใส รุ่งโพธิ์ทอง” แต่จะมีใครเคยรู้บ้างว่ากว่าจะมีชื่อเสียงได้ถึงทุกวันนี้ เขาต้องฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย จนเกือบจะถอดใจจากวงการเพลงลูกทุ่งมาแล้ว......สาเหตุอะไรทำให้เขายังยืนหยัดต่อสู้ และผ่านช่วงเวลานั้นมาได้.....แล้วอะไรเป็นเหตุผลสำคัญของการตัดสินใจเข้าสู่แวดวงการเมืองของนักร้องลูกทุ่งคนนี้......ในวันนี้  “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จะพาไปล้วงลึกและหาคำตอบมาให้กับทุกคน


เริ่มเข้าสู่วงการนักร้องลูกทุ่งได้ยังไง

            ชีวิตค่อนข้างผกผัน เหมือนนวนิยาย จริงๆโดยนิสัยส่วนตัวผมเป็นคนไฝ่เรียนสมัยที่มาจากจังหวัดสมุทรปราการ สมัยนั้นการเดินทางไกลมากต้องนั่งเรือ รถไม่มี กลายเป็นอยู่ชนบท แล้วมีโอกาสได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพ เพราะพี่ๆเขามาเรียนกัน หลังจากที่เรียนไปพ่อแม่ก็ไม่มีเงินส่ง คือพ่อแม่ทำอาชีพชาวนา ฐานะยากจน ถ้าจะอาศัยพี่ๆก็เกรงใจเนื่องจากพี่ๆเขาก็มีครอบครัว เลยตัดสินใจหาเงินเรียนเอง มุ่งไปทางที่จะมีรายได้ ช่วงนั้นคิดว่าการร้องเพลงน่าจะทำให้เรามีรายมากที่สุดเลยเริ่มร้องเพลงตั้งแต่ พ.ศ.2514 และไปประกวดตามเวทีต่างๆจนได้รางวัล ตอนนั้นจึงทำให้ได้รับโอกาสให้บันทึกแผ่นเสียง ซึ่งเป็นเพลงที่แต่งเอง ร้องเองชื่อเพลง “ค่าด้อย” ครับ ช่วงนั้นก็มีวงดนตรีของตัวเองตะเวนทัวร์ตามต่างจังหวัด แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักจากแฟนเพลงมากนัก

เพลงแจ้งเกิด

          เมื่อปี 2517-2518  ได้บันทึกผลงานเพลง “รักจางที่บางปะกง” พอเพลงนี้ออกมาแฟนๆทุกคนก็รู้จักกันทั่วประเทศ วงดนตรีที่มีก็ขยายใหญ่ขึ้น มีงานเข้ามาไม่ขาดสาย เดินสายตลอด แต่วงการเพลงลูกทุ่งบ้านเรามันมีขึ้นมีลงทำให้หลังจากเพลงนี้ก็หายหน้าหายตาไป จะมีออกมาคือเพลง “บอกรักฝากใจ”  “พี่เอารักมาฝาก” ซึ่งได้รับความนิยมเหมือนเดิม แล้วก็หายไปอีก กลับมาอีกทีเป็นเพลง “รักน้องพร” ที่ดังจนผมเองยังตกใจ

รักน้องพร เปลี่ยนชีวิต

            เดิมทีเพลงนี้ทางบริษัทได้เตรียมไว้ให้ ยอดรัก สลักใจร้อง แต่มันมีการขัดข้องทางเทคนิคเล็กน้อย เลยจะเปลี่ยนมาให้ศรเพชร ร้อง ศรเพชรก็ยังไม่ค่อยถนัดเพราะดนตรีมันต่ำเกินไปแต่เขาเสียงสูง ทางบริษัทเลยโยนเพลงนี้มาให้เรา ถือว่าโชคดีแบบส้มหล่น แต่บางคนก้บอกว่ารถส้มล้มทับหน้าบ้าน (หัวเราะ) ผมคิดว่ามันเป็นช่วงจังหวะชีวิตมากกว่า หลังจากเพลงนี้ปล่อยออกไป และโปรโมทได้ 3 เดือน ก็ได้รับความนิยมจากทั่วประเทศ ทั้งจากชนบท และในกรุงเทพ เพลงนี้มันเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตจากร้องคาเฟ่ที่ต้องรอคิวตลกทั้งคืน บางคืนรอแล้วก็ไม่ได้ร้อง แต่เพราะ “รักน้องพร” งานมาแบบแทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย ถือเป็นโชคดีในชีวิต

กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้รู้สึกท้อบ้างไหม

            มีช่วงนึงเพลงลูกทุ่งตกต่ำมาก แล้วอารยธรรมเพลงจากต่างชาติเข้ามา ตอนนั้นสตริงดัง เพลงเพื่อชีวิตเกิด เพลงลูกทุ่งแย่ ตอนนั้นเพื่อนๆรุ่นเดียวกันแทบจะเลิกจากวงการหมด เรายอมรับว่าท้อมาก แต่ด้วยความที่อยู่วงการมานาน มีเพลงที่แต่งเองกว่า 300 เพลง แล้วมีบริษัทที่เขามีความคิดจะเอาเพลงเก่ามาบันทึกใหม่แล้วทำคาราโอเกะ ซึ่งโชคดีมากเราเลยเอาเพลงที่เราแต่งไปบันทึก จำนวนเงินที่ได้ไม่ได้มากนัก แต่เราก็ประคับประคองจนอยู่มาได้ถึงเพลง “รักน้องพร” นักร้องรุ่นผม คือต้องทำงานหนักมากเพื่อเลี้ยงทุกคนในวง ไม่เหมือนสมัยนี้ที่มีวงดนตรีรับจ้างของเขาอยู่แล้วเวลาไปงาน เราต้องเลี้ยงคนเป็น 100 งานไม่มีลูกน้องก็อด เพลงไม่ดังไปแสดงก็ไม่ได้เงิน ซึ่งลำบากมาก ผมคิดว่าเพราะความท้อแต่ไม่ถอยอดทนรอจนกว่าจะถึงจังหวะของเราเลยทำให้ผมมีวันนี้ได้ ปัจจุบันนี้ผมก็ยังมีวงดนตรีอยู่ รับทั้งเดี่ยว และเป็นวง ก็ยังทำงานตามปกติ

ทำไมถึงผันตัวจากนักร้องเข้าสู่วงการการเมือง

            อยู่วงการมานานมาระยะหลังวงการบันเทิงลูกทุ่งมีปัญหามาก เช่น เทปผีซีดีเถื่อน คนทำก็แย่ และปัญหาเรื่องสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดปัญหาที่โต้เถียงกัน แล้วเราเรียนทางด้านกฎหมายมา ทำให้มีคนในวงการเข้ามาถามกันมาก แล้วไม่มีคนที่จะแก้ปัญหาจริงจัง เลยตัดสินใจเข้าสู่การเมือง ลงสมัครมา 3 ครั้งแต่ประสบความสำเร็จเมื่อปี 2549 ที่ได้รับเลือกให้เป็น สว. ทำให้มีโอกาสวางรากฐานเกี่ยวกับวงการบันเทิงไว้เยอะ ทุกวันนี้ก็ยังทำอยู่ เกี่ยวกับเรื่องลิขสิทธิความขัดแย้ง ไม่ได้ไปชวนทะเลาะ แต่เป็นการขอความเห็นใจมากกว่าครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้ทิ้งวงการเพลงลูกทุ่งยังทำควบคู่กันไป ตอนนี้ยังทำวง ทัวร์คอนเสิร์ตตามปกติ  เพราะผมรู้ว่าที่มายืนตรงจุดนี้มีบ้านอยู่ มีรถขับ มีเงินมีทองใช้พอสมควร ได้เพราะวงการเพลงลูกทุ่ง เราเป็นหนี้วงการเพลงลูกทุ่ง

คิดยังไงเกี่ยวกับนักร้องลูกทุ่งยุคใหม่

          ถือว่านักร้องรุ่นใหม่ๆนี่โชคดีมาก แต่ผมว่าจริงแล้วควรมีการปรับแก้ไขกันเยอะ เรายอมรับว่าปัจจุบันมันเป็นธุรกิจ เขาทำเพลงมาเพื่อขาย เขาจะมองลู่ทางเลยว่าอันไหนขายได้เขาก็จะทำเลย บางครั้งไม่ได้คำนึงถึงวัฒนธรรมประเพณีของไทยเลย เนื้อหาเพลงที่ไปส่อเสียด หรือไปยุยงปลุกเร้าอารมณ์ ในเรื่องของศีลธรรม รวมถึงการแต่งตัว ผมว่ามันเป็นธุรกิจที่ไม่มีกรอบของความเป็นลูกทุ่ง ผมคิดว่าเขาร้องเขาทำเพลงมันไม่ผิด บางทีก็ไม่อยากให้ใช้คำว่าเพลงลูกทุ่ง ถ้าเพลงลูกทุ่งจริงๆมันควรมีหลักเกณฑ์ของเพลงมากกว่านี้ แล้วผมคิดว่ามันทำให้ศิลปินมีการแบ่งแยกด้วย เช่นอีเวนท์ถ้าคุณไปติดต่อคนอื่นคุณไม่ได้ศิลปินในค่ายนี้นะ แต่ผมก็เข้าใจว่ามันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ขณะเดียวกันยุคสมัยก็ไม่ได้ทำให้คนแตกแยก ขออย่างเดียวขออย่าให้มุ่งหวังธุรกิจจนเกิดไป เราทำไปรักษาไปได้ เหมือนกับปลูกต้นไม้ ถ้าปลูกแล้วเราเด็ดเฉพาะดอก แต่เหลือต้น เหลือรากไว้ คอยบำรุงรักษา ต้นไม้ต้นนั้นก็จะออกดอกงอกงามตลอดไป  ถ้าคุณสังเกตุดีๆเพลงที่มีคุณค่า เพลงนั้นเวลาดังเขาเรียกว่าดังอมตะ 5 ปี 10 ปี คนยังรู้จักอยู่ ขณะเดียวกันถ้ามาทำขายแบบโจ่งครึม เน้นแค่ยอดขาย คุณก็จะขายได้แค่แปปเดี่ยวแล้วก็หายไป

สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงแฟนเพลง

            ก่อนอื่นก็อยากจะขอให้แฟนเพลงอย่าลืมเพลงลูกทุ่งแล้วก็หันมาฟังเพลงลูกทุ่งกันเยอะๆ มันก็จะทำให้วงการเพลงลูกทุ่งอยู่คู่กับเราตลอดไป แล้วก็ผมขอฝากผลงานเพลง “อนิจจาชาวนาไทย” อัลบั้มใหม่ล่าสุดที่ผมร้องเอง แต่งเอง ขายเอง และก็ขอขอบคุณ คุณสมศักดิ์ และคุณศรุตยา จากวิทยาลัยเทคโนโลยีละโว้ที่เป็นผู้สนับสนุนอัลบั้มชุดนี้ พร้อมทั้งขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่ยังให้การสนับสนุนอย่างดีเสมอมา  สำหรับสาเหตุที่ไม่ได้วางขายที่ไหน เพราะผมคิดว่าเดี๋ยวนี้การก๊อบมันไวมากเรายังไม่ทันวางขายเพลงก็ออกไปแล้ว การวางขายจึงอาจไม่คุ้มค่านัก ผมจึงอาศัยวิธีนำไปวางขายหน้าคอนเสิร์ตเวลาไปทัวร์ตามต่างจังหวัด และขายในราคาที่ถูก ซึ่งทำแบบนั้นเราก็พออยู่ได้ ยังไงก็ฝากติดตามอัลบั้มชุดนี้ และผลงานต่อๆไปด้วยครับ

 พรหมประภา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top