533.jpg
star Retro : ชีวิตหลังทิ้งวงการ“ต่อ นันทวัฒน์”  มุ่งมั่นขายจักรยานสร้างรากฐานให้ครอบครัว

star Retro : ชีวิตหลังทิ้งวงการ“ต่อ นันทวัฒน์” มุ่งมั่นขายจักรยานสร้างรากฐานให้ครอบครัว

วันอาทิตย์ ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557, 06.00 น.
Tag :

นันทวัฒน์ อาศิรพจนกุล หรือ ต่อ เคยได้รับฉายาว่า พระเอกสุภาพบุรุษ เพราะด้วยความสุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน และเสมอต้นเสมอปลาย ทำให้คนทั้งนอกและในวงการต่างหลงรัก... “ต่อ” ในวันที่งานหนัก แต่ก็ยังมุ่งมั่นกับการเรียน จนสำเร็จจบปริญญาโท ควบคู่กับประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ชีวิตดำเนินถึงจุดๆหนึ่ง “ต่อ นันทวัฒน์” ตัดสินใจไม่ยึดติด เลือกที่จะถอยห่างจากแสงสีในวงการบันเทิง เพื่อไปเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง และตอนนี้เขาได้กลายเป็น CEO บริหารธุรกิจร้านจักรยานของตนเอง

หลุดจากโลกมายา สู่งานธุรกิจ


ผมเริ่มทำงานที่ไม่ใช่งานในวงการบันเทิงมาประมาณ 5-6 ปีแล้วครับ จริงๆ ก่อนหน้าที่จะเปิดร้านจักรยาน PLAY BIKE SHOP ผมทำบริษัทออกาไรเซอร์มาก่อน ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอยู่ แต่ว่าตัวผมเองมาเปิดร้านจักรยานเพิ่มขึ้นครับ

เหมือนงานจะล้นมือ

ผมรู้สึกสนุกกับการทำงานครับ สิ่งที่เลือกทำเป็นสิ่งที่รักและชอบอยู่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยได้รู้สึกเบื่อหรืออะไร เหนื่อยมันเหนื่อยนะครับ แต่เวลาเราได้ทำอะไรที่เรารัก ความเหนื่อยมันทำอะไรเราไม่ได้เท่าไหร่

ไม่คิดกลับเข้าวงการ

ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างครับ สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้เป็นภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ ผมขี่จักรยานมา 10 กว่าปีแล้ว มันเป็นความสุข ความสนุกของเรา ที่นี้ตอนทำบริษัทออร์กาไนเซอร์ ก็ยังทำงานพิธีกรอยู่ 3-4 รายการ รับงานพิธีกรที่เป็นอีเว้นท์ ทำหลายอย่าง ทีนี้พอแต่งงาน เราก็รู้สึกว่าน่าจะต้องหาธุรกิจที่ทำร่วมกับครอบครัวเรา ก็เลยเกิดเป็นร้านจักรยาน พอเกิดเป็นร้านจักรยานปุ๊บ ตอนนี้ก็เลยต้องอยู่ร้านทุกวัน คือจักรยานเป็นธุรกิจเฉพาะมากๆ ค่อนข้างที่จะต้องทำความเข้าใจและให้ข้อมูลกับลูกค้า จักรยานยี่ห้อหนึ่งมีหลายรุ่น หลายประเภท และในรุ่นนั้นยังมีหลายสี หลายไซส์ แต่ละคันอะไหล่แตกต่างกัน คือรายละเอียดจักรยานค่อนข้างจุกจิกนิดหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ว่าจะต้องมีรายละเอียดดีเทลจุกจิกพอสมควร

พบปะกับแฟนๆ ในวันวาน

แฟนๆ ที่มาเจอส่วนใหญ่ยังจำกันได้ครับ มีหลายคนมาซื้อจักรยาน แล้วก็มาขอถ่ายรูปคู่ด้วย แล้วเขาก็เอาไปลงเฟสบุ๊ค เหมือนกับช่วยโปรโมทให้ ก็ต้องขอบคุณทุกๆคนด้วยครับ

เสน่ห์ของงานในวงการที่คิดถึง

ผมคิดถึงบรรยากาศในกองถ่าย กับการเดินทาง เพราะเวลาถ่ายทำ เรามีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดเยอะ บางทีอยู่ในหุบเขา กินอยู่ในนั้นหลายอาทิตย์ พูดถึงก็สนุกดี ไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนั้นอยู่ในประเทศไทย บางที่สวยมาก อย่างถ้ำธารลอดใหญ่ กว่าจะเข้าไปถึงลึกมาก แต่พอเข้าไปถึงแล้ว สวยมาก ไม่นึกว่าจะใหญ่ อลังการขนาดนี้ หรืออย่างงานหนังก็ผูกพันและรัก เพราะผมเริ่มต้นจริงๆ จากการเล่นหนัง ก่อนมาแสดงละคร ละครมีความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง ความเข้มข้นที่ต่างกันออกไป สามารถลงรายละเอียดได้เยอะๆก็สนุก พูดถึงก็ยังคิดถึงงานแสดงอยู่เหมือนกัน จริงๆก็มีคนติดต่อให้ไปเล่นหนังเหมือนกันครับ แต่เรื่องของเวลาอาจจะลำบาก ตอนนี้ผมทิ้งร้านไม่ได้เลย ลูกด้วย ร้านด้วย ลูกก็เลี้ยงกันเอง ร้านก็ดูกันเอง สุดๆเลยครับ

ชีวิตครอบครัว

เรื่องของครอบครัว ผมคิดว่าเป็นความโชคดีครับ ที่เราอยู่ด้วยกันจนถึงทุกวันนี้ ตอนที่เราคบหาดูใจกัน เราไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรอยู่แล้วครับ ตอนแต่งงานก็เลยรู้สึกว่าเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าเรามาอยู่กินกันเป็นครอบครัว แต่ว่าการใช้ชีวิต การพูดการจา การวางตัว อะไรก็แล้วแต่ พฤติกรรมเราเหมือนเดิม เราก็เลยไม่รู้สึกว่าแตกต่างอะไร เพียงแต่ว่าเราได้อยู่ด้วยกัน (พอมี “น้องมินนา”?) พอมีน้องขึ้นมา มีช่วงที่เหนื่อยมากเหมือนกัน เพราะตอนนั้นร้านเราก็เพิ่งเปิดได้สักพัก ลูกก็เพิ่งคลอด แต่อย่างที่บอกครับ ความเหนื่อยไม่ค่อยมีผลเท่าไหร่ กับสิ่งที่มีความสุข การเลี้ยงลูกมีความสุขมากครับ ยิ่งเลี้ยงเองยิ่งมีความสุข ผมยังเหนื่อยน้อยกว่าภรรยา( หนิง ณัฐิยา) เขาต้องอยู่กับน้องตลอด และยังมาช่วยงานร้านด้วย ผมเลยต้องพยายามเป็นหน่วยเสริม คอยเป็นลูกมือ ให้ครับ (วางอนาคตให้ลูกไว้อย่างไร?) ไม่มีครับ แล้วแต่เขา ตอนแรกก็ห่วงเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องสังคม แต่บางทีเราอาจจะคิดมากเกินไป ก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปครับ

เปรียบชีวิตตัวเองกับหนังสักเรื่อง

ผมรู้สึกเหมือนหนังเรื่อง สยิว ครับ เป็นหนังอินดี้ที่ พี่คงเดช จาตุรันต์รัศมี กับพี่เกียรติ ศงสนันทน์  เป็นผู้กำกับ ปัจจุบันพี่เกียรติ เป็นผู้เขียนบทหลายเรื่อง ตอนนั้นแกกำกับหนังเรื่องนี้เรื่องแรก แล้วผมมีโอกาสเข้าไปร่วมงานด้วย หนังพูดถึงชีวิตของนางเอก ที่อยากจะมีชีวิตตื่นเต้น เพราะชีวิตมันเรียบง่ายเกินไป อยากมีชีวิตที่ตื่นเต้นแบบผจญภัย โลดโผน  โจนทยาน อยากมีสีสันในชีวิต แต่ว่าตัวผมในเรื่อง ชีวิตจะไม่ต้องเดินเข้าไปหาความตื่นเต้น เพราะมีความตื่นเต้นอยู่รอบตัว เพียงแต่เรามองไม่เห็น และตอนสุดท้ายนางเอกก็เข้าใจ ว่าชีวิตที่เป็นครอบครัวธรรมดานี่แหละ แฝงความตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เหมือนกับชีวิตผมในตอนนี้ ที่ผมรู้ซึ้งที่สุด ผมเห็นลูกเปลี่ยนแปลงทุกวัน คือเรื่องที่มหัศจรรย์ เรื่องตื่นเต้นในทุกวันของผม ผมเลยคิดถึงหนังเรื่องนี้ขึ้นมา บางทีชีวิตคนเราก็ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ

สิ่งที่อยากทำในอนาคต

ตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่คิดว่าจะทำเพิ่มนะครับ ผมว่าตอนนี้ทุกอย่างลงตัว และโอเคแล้ว แต่จริงๆก็แอบมีแพลนอีกแพลนหนึ่งที่อยากจะทำ แต่ว่าทิ้งๆมันไปก่อน (หัวเราะ) ตอนนี้ขอมุ่งมั่นและทำตรงนี้ให้ดีที่สุดก่อนครับ

ฝากถึงแฟนๆ

ขอบคุณที่ติดตามผลงานของผมมาตลอด และขอบคุณที่ยังคิดถึงกันจนถึงทุกวันนี้ ผมขอฝากร้านจักรยาน play bike shop กับกิจกรรมต่างๆของร้านที่จะมีการจัดทริปปั่นจักรยานไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆไว้ด้วยครับ ถ้าใครสนใจเรื่องจักรยานสามารถติดตามได้ที่ www.facebook.com/playbikeshop หรือโทร 027585969, 086-575-4331 ครับ  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top