วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เป็นนักร้องลูกทุ่งหน้าสวยที่แจ้งเกิดมาจากบทเพลง “เป็นเมียน้อยไม่เอา” จนกระทั่งวันนี้ ดาว มยุรี กลายเป็นนักร้องตัวแม่ในวงการบันเทิงลูกทุ่ง ซึ่งเธอก็มาเล่าให้ฟังว่า ก่อนจะโด่งดังด้วยเส้นทางลูกทุ่งแนวภารตะได้นั้น เป็นเพราะนักแต่งเพลงได้รับการดลใจจากองค์เทพ จากนั้นมาทุกอัลบั้มก็ต้องมีเพลงลูกทุ่งสไตล์นี้เสมอ จนกระทั่งวันนี้เธอกลับมาทำเพลงอีกครั้ง พร้อมเล่าให้รายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ฟังว่าได้เพลงนี้มาจากองค์เทพประทานให้ พร้อมแย้มเรื่องหัวใจที่สเตตัสตอนนี้เป็นสีชมพูเหลือเกิน …
ได้ยินเพลงพี่ดาวมาตั้งแต่สมัยแบบ “เป็นเมียน้อยไม่เอา” กี่ปีแล้วในวงการเพลง ?
ดาว :ถ้ามีชื่อเพลงก็น่าจะ 20 กว่าปีแล้ว เพลงสร้างชื่อ 20ปีแล้ว เพลงที่เปลี่ยนชีวิตเราคือเพลง “มีเมียแล้วไม่เอา” เนี่ยแหละคะตอนนั้นไม่เอาคะ ตอนนั้นปล่อยเวอร์ชั่น ก็ออกไป กบว.ไม่ผ่านตอนนั้นนะคะพอเราค้นหาตัวเองมาหลายๆอัลบั้มก่อนที่จะมาเจอบทเพลงนี้นะคะ ก็มีความรู้สึกว่า ใช่เราน่าจะมาในแนวนี้ แล้วองค์เทพเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ความเชื่อเฉพาะเนอะ เราก็โอเคจากนั้นมาไม่เคยทิ้งเพลงแขกเลยในทุกๆอัลบั้มจะต้องมีเพลงแขก จากเพลง มีเมียแล้วไม่เอา ก็มา แฟนเคยมีแต่เลิกแล้ว แล้วก็มี เยอะเลยเพลงแขก
ที่เมื่อกี้พี่ดาวบอกเป็นความเชื่อคือ เป็นความเชื่ออะไร ?
ดาว :เป็นความเชื่อว่าเรามีครูบาอาจารย์ที่เป็นเกี่ยวกับองค์เทพอะไรอย่างนี้ ที่เป็นเกี่ยวกับเทพแขก ไม่ว่าจะเป็นพระแม่ลักษมี พระแม่อุมา พระแม่สุรัสวดี เทพต่างๆที่เป็นแขก
ทำไมอยู่ดีๆเราถึงมีความเชื่อนี้ขึ้นมาหรือว่ามีคนทักหรือเรารู้สึก ?
ดาว :ตอนแรกเนี่ยพี่โปรดิวเซอร์พี่สโนวไวท์เนี่ย เพลงนี้มันมาจากสมาธิเขาเพราะว่าเขาก็เป็นคนที่เริ่มพาเราไปปฏิบัติธรรม เราต้องมาสายธรรมด้วย แล้วก็ขอว่าอยากได้เพลงๆนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่เขานั่งสมาธิดนตรีมันลอยแว่วเข้ามาเหมือนเขามาไกด์ท่อนฮุก เมโลดี้ แล้วก็มาแต่งเนื้อกัน แล้วก็เรียกอาจารย์ เริงยุทธ พิมพ์ทองมาคุยกัน
ล่าสุดเห็นว่ากำลังจะออกเพลงอีกซึ่งเป็นเพลงแขกเหมือนกันแล้วเพลงนี้มีความพิเศษด้วย
ดาว :จริงๆทุกๆเพลงที่ปล่อยออกมาแต่ละซิงเกิลเนี่ยมันจะมีกลิ่นอายแขกแต่ว่ารู้สึกกลับมาล่าสุดเพลงนี้ที่มาที่ไปคล้ายๆกับเพลงมีเมียแล้วไม่เอาเพราะว่าเรามีน้องคนนึงนะคะชื่อ“น้องกอล์ฟ” เขาก็เป็นสายเทพเหมือนกันแล้วที่บ้านเขาก็จะมีเทวสถานอยู่ๆนางก็บอกว่า “พี่ดาวหนูนะจุดธูปอยู่มันมีแบบแว่วๆลอยมา “โอมร่ายมนต์ดลให้เธอรักฉัน” อะไรแบบนี้ใช่ค่ะ แว่วเป็นประโยค ก็คือ “โอมร่ายมนต์ดลให้เธอรักฉัน” แล้วเราก็นั่งคุยกัน “หลงลืมคืนวัน”เป็นคนต่อกับน้องเขา “มีเพียงฉันและเธอ”
จนมาเป็นเพลงชื่อเพลงอะไรนะคะ ?
ดาว :ชื่อเพลง “ โอมจงมา” เราได้แค่ท่อนฮุกค่ะแล้วก็ ลาลาลาลันลา เราก็จะมีลา ลาของเราพอเสร็จแล้วก็เลยไปได้ได้อาจารย์คนรุ่นใหม่ชื่อ อาจารย์สโนว์ บอกอาจารย์เราอยากได้เนื้อแบบนี้ ท่อนฮุกเราเป็นแบบนี้มี ลา ตรงนี้แล้วก็ดนตรีเราจะหาเรฟเฟอร์เร้นซ์ให้เขาแล้วก็การร้องเขาก็จะช่วยแต่งเนื้อข้างในมาให้เราจะช่วยกันดีไซน์
ลองไปหาฟังกันดูได้ก็เป็นความตั้งใจมากๆของพี่ดาว มยุรี ในวันนี้ถึงขนาดเอ่ยปากว่า ถ้าเพลงนี้ไม่ปังปูริเย่ จะไม่ร้องเพลงแล้ว ?
ดาว :จริงๆก็ว่าอย่างนั้น แต่สำหรับเพลงแขกมีพี่คนนึงเขาบอกว่า มันไม่ได้50,000วิวไม่ต้องร้องแล้วนะ เอองั้นไม่ต้องทำก็ได้ทิ้งทวนไปเลยจะขอทำเพลงแขกทิ้งทวนไม่ว่าจะเป็นทุกอย่างเสื้อผ้า หน้าผมประมาณนั้นช่วยกันเข้าไปดูให้กำลังใจหน่อยนะตอนนี้ก็คือเข้าไปดูที่ YouTube“ดาว มยุรีย์Chanel”ติดตามกดไลค์ กดแชร์ให้ดาวด้วย ไปกดsubscribe ให้ด้วยนะ
เขาบอกว่าในช่วงโควิดที่ผ่านมาหลายคนส่วนใหญ่เลยแหละน่าจะเกือบทุกคนได้รับผลกระทบทั้งหมดถึงขนาดว่าไม่มีรายได้ สำหรับคุณดาว มยุรีย์เขาสวนกระแส เพราะเขาบอกว่ามีคนมาอุปถัมภ์อุ้มชู คือใคร ?
ดาว :คืออย่างนี้เอางี้ก่อนนะเพราะว่าพี่ดาวเนี่ยเป็นคนที่สายบุญปฎิบัติธรรมสวดมนต์ศีล5ทุกคืนมาประมาณ 5-6 ปีแล้ว สิ่งนึงที่ไม่เคยทิ้งเลยก็คือบุญเราสะสมมา พอวันนึงเนี่ยบุญเราถึงเราไม่ต้องเรียกร้อง ช่วงเกิดโควิดช่วงแรกๆก็ยังไม่มานะเดือนแรกก็ยังไม่มานะมาปลายๆแล้วเรามีความรู้สึกว่าเราจะอยู่ยังไงโควิดคงอยู่ไม่นานตอนนั้นคิด แล้วตอนแรกก็ไม่คิดแต่ด้วยความที่ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรด้วยความที่รู้สึกว่าเรามาสายธรรม เราจะตกน้ำก็ไม่ไหลอะไรแบบนี้มันมีความรู้สึกอย่างงั้นว่าเรารอดแหละ อยู่ๆก็มีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วยเหลือเราในด้านการงานการเงินอะไรแบบนี้ มาโดยที่แบบเป็นไปได้เนอะ ก็คุยค่ะ ประมาณนั้นแบบช่วยเหลืออะไรอย่างนี้
พูดง่ายๆก็คือเป็นการอุปถัมภ์ที่แบบทำให้โลกของเราเป็นสีชมพูด้วยไหม ?
ดาว :นิดนึงด้วยความว่า โอเคถ้ามีสิ่งดีๆเป็นความรักที่เขาให้สิ่งดีๆกับเราเป็นผู้ใหญ่เราก็รักนะ แต่ว่ามันเป็นความรักที่แบบ ขออยู่แบบส่วนตัวได้ไหม เมื่อก่อนคบกับใครมยุรีย์ก็ต้องลงรูปบอกคนนั้นคนนี้แล้วก็มีใต้ภาพหวานแหววมันรู้สึกว่าเป็นอาถรรพ์สำหรับเรา
เหมือนแบบว่าเวลาเปิดเมื่อไหร่ปุ๊บมันไม่ได้ ?
ดาว :พังพอพังจบไม่พอมันทำให้เรารู้สึกว่ามันไปไม่รอดแล้วทุกคนก็เอาอีกแล้ว มีความรู้สึกว่าเราบ้าผู้ชาย บ้าอย่างงั้นบ้าอย่างนี้ เขาไม่เข้าใจด้วยความที่เราเป็นคนที่คุยกับใครแล้วก็จะลงรูปเราไม่ได้คิดว่ามันจะต้องอะไร พอมาตอนหลังเรามาสายธรรมก็นี่แหละสายธรรมก็สอนให้เรานิ่งปล่อยวางไม่ต้องไปยึดติดอะไรมา ทุกอย่างเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปมันไม่ใช่ของเราเราเกิดมาก็ตัวคนเดียวจิตมาอาศัยร่างนี้เกิดเท่านั้น มันก็เลยทำให้เราแบบเราก็ปล่อยวางได้ไม่ต้องไปยึดติดอะไรมากมายทำทุกวันนี้เวลานี้ให้มีความสุขพยายามสะสมบุญ
คือพอเราไม่ได้ออกมาเปิดต่อหน้าสื่อกลับเป็นความรักที่ดีใช่ไหม ?
ดาว :มันกลับเป็นอะไรที่ดีสำหรับเราเพราะว่าเราก็เคยดูดวงมาแล้วว่าคุณเปิดเผยเรื่องความรักไม่ได้ จริงค่ะ หมอลักษณ์ยังบอกเลยว่าความรักเป็นดวงราศีเป็นดวงเขาเรียกว่าอะไรอะ ดวงดาวแตกเรื่องความรักมันเป็นอย่างนั้นจริงๆเมื่อก่อนเนี่ยเรื่องราวของตัวเองจะพูดให้ทุกคนฟังหมดเลย พอมาณ.วันนี้เรามานั่งคิดเราพูดไปมากๆก็ไม่ดี ก็เหมือนที่บอกว่าสายธรรมสอนให้เรานิ่งอยู่ของเราให้มีความสุขก็พอแล้วไม่ต้องไปอะไรกับใครมากมายมันสอนให้เราแบบนั้นจริงๆค่ะ
แต่ขนาดที่บอกว่าไม่ต้องไปอะไรกับใครมากมายทุกวันนี้ยังแซ่บอยู่และแซ่บขนาดนี้ลูกอายุ18แล้ว ?
ดาว:18แล้วค่ะ ย่าง 18แล้วม.กรุงเทพปี1 ค่ะเวลาเดินไปไหนด้วยกันก็แบบโอเคพี่น้องอะไรอย่างนี้
แต่เห็นบอกว่าสิ่งหนึ่งที่เหมือนคุณแม่คือ ชอบเต้น ?
ดาว :จริงๆอยากให้ร้องเพลง แต่ว่าตอนเด็กๆอะร้องเพลงแม่จนถึง7ขวบ ร้องได้แต่ก่อนเต้นตาม ร้องได้หมดเมื่อก่อนอะ พอมา9ขวบเปลี่ยนหมดเลยมาแนวเกาหลีสายเต้นโคฟเวอร์เกาหลีแล้วก็ไปซ้อมเต้นแล้วก็ไปประกวด บางทีเขาไม่ได้บอกว่าเป็นลูกเราจริงจังขยันซ้อมไป2ทุ่ม3ทุ่มไปไปห้องซ้อมอะไรอย่างนี้ คือเขารักตรงนี้ไงเราก็ไม่รู้จะทำยังไง
แล้วเราสนับสนุนไหม ?
ดาว :สนับสนุนค่ะ ดีกว่าเขาไปอย่างอื่นเขามาสายเต้นมาอะไรของเขาอยากให้ร้องเพลงได้ด้วยอะไรอย่างนี้แต่เขาไม่ชอบร้องเพลงเลย แต่ไม่ว่าเขาจะชอบอะไรเราก็สนับสนุนเขาหมด
แต่เขาบอกว่าถึงต่อให้ ณ.วันนี้ หากนะหากแม้ว่าดาวมยุรีจะไม่มีงานขึ้นมาชีวิตก็ไม่ลำบากแล้ว
ดาว :สาธุไม่ใช่ค่ะคุณน้องขาคืออย่างนี้พี่มีความรู้สึกว่าพอเราอยู่มาวันนึงเนี่ยเราผ่านอะไรมาเยอะมากนะคะ ผ่านอะไรมาเยอะ พอวันหนึ่งบุญเสริมเราเนี่ยมันก็มีสิ่งดีๆเข้ามาทำให้เราแบบไม่ต้องไปขวนขวายเมื่อก่อนลุยทุกงานไปทุกที่แม้กระทั่งงานธุรกิจงานเรื่องการเงินการลงทุนพี่ดาวไปศึกษามาทุกงานจนกระทั่งวันหนึ่งเรามีความรู้สึกว่าเราไปแล้วมันไม่ใช่ตัวเราแม้กระทั่งเป็นขายสินค้าตัวเองก็ทำมาหมดนะพอวันนึงเรามานั่งถามตัวเองว่า “เขาคงให้เราแบบ มาอยู่แค่สายนี้หรือเปล่ามาแค่เป็นศิลปินร้องเพลงหรือเปล่า”อะไรอย่างนี้พอไปทางอื่นแล้วมันก็ไปแล้วมันก็ไปแล้วไม่สำเร็จก็เลยกลับมายืนมองตัวเองแล้วบอกว่าถ้างั้นก็เราก็อยู่สวยๆเราก็ไม่ต้องเขาเรียกอยู่พอเพียงมีคนช่วยเราดูแลผู้อุปถัมภ์ดูแลเราให้ทางที่ปรึกษาคืองานก็รับให้มันน้อยลงไม่ใช่ว่าไม่รับงานนะคะรับงานเพียงแต่ว่าอาจจะต้องแบบคิดว่าหางานราคานี้เราไปคุ้มค่าไหมสำหรับเราอ่ะเมื่อก่อนน่ะไปช่วยทุกงานอยู่แล้ว แต่ทุกวันนี้งานบุญบางงานก็ไปอยู่แต่ว่าคัดกรองมากขึ้นมากกว่า
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี