วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569
“Trippie Redd”ศิลปินแรปเปอร์ระดับยอดขายแพลทินัม ปล่อยซิงเกิลล่าสุด “Miss The Rage”ร่วมกับ PlayboiCartiพร้อม Lyric VDO เท่ๆ ที่แฟนๆทั่วโลกกำลังรอคอย เรียกว่าเป็นผลงานเพลงที่ถูกปล่อยออกมาถัดจากผลงาน Deluxe ก่อนหน้าที่เป็นอัลบั้มร็อกชิ้นแรกของเขาอย่าง “NEON SHARK” ที่ร่วมโปรดิวซ์โดย “Travis Barker”มือกลองแห่งวงร็อกในตำนานอย่าง “Blink182”แถมเยังได้ศิลปินดังมากมายมาร่วมแจมอย่างเช่น Machine Gun Kelly, Chino Moreno (Deftones), blackbearเป็นต้น
เกี่ยวกับ Trippie Redd:
เขาคือหนึ่งในศิลปินของวงการฮิปฮอปที่มีความสามารถรอบด้านและเชื่อมั่นในความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง ในวันนี้ “Trippie Redd”ได้ทำเพลงที่สื่อถึงประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก ตั้งแต่ที่เขาได้ออกมิกซ์เทปเปิดตัวที่ชื่อว่า A Love Letter to Youเมื่อปี 2017 การันตีคุณภาพและยอดขายระดับแพลทินัม อีกทั้งยังได้ขึ้นไปอยู่ใน Top Chart ในฐานะ แรปเปอร์/ นักร้อง/ นักแต่งเพลง ซึ่งผลงานเหล่านี้ของเขาค่อยๆ ทำลายกำแพงที่แบ่งแยกประเภทของแนวเพลงออกไป โดยการใส่เมโลดี้เข้าไปในการแรปและยังมีส่วนผสมที่ดุดันของดนตรี rock-and-roll และ heavy metal ผสมเนื้อเพลงที่เฉียบคมร่วมกับพลังเสียงที่แข็งแกร่ง ทำให้แรปเปอร์หนุ่มจากรัฐโอไฮโอคนนี้สามารถแสดงถึงความฉลาดและพลังที่ออกมาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ
เขายอมรับว่าเขาเป็นคนที่บ้างาน และเดบิวต์5 โปรเจ็กต์บนชาร์ตBillboard 200 —“Trippie Redd”บอกว่าเขาเริ่มเส้นทางดนตรีในช่วงวัยรุ่นตอนที่เขาอาศัยอยู่กับ Roaches recording music ชื่อจริงของเขาคือMichael Lamar White IVเขาเกิดและโตในเมืองแคนตัน รัฐโอไฮโอ เขาเติบโตมากับศิลปินฮิปฮอปที่เป็นไอคอนอย่าง Tupac Shakur, Nas, และ Jay-Zแต่ต่อมาก็ได้หลงไหลไปกับเพลงของ Slipknot และ Rob Zombieแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาคิดจะทำผลงานเพลงของตัวเองนั้น เกิดขึ้นมาตอนที่พี่ชายคนโตของเขา (ซึ่งเป็นแรปเปอร์ที่ชื่อว่า Dirty Redd) เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์และในขณะนั้น Trippie มีอายุเพียงแค่10 ปี (“ผมเอาความฝันของเขามาสานต่อด้วยตัวเอง”Trippieเผย) สไตล์การร้องและเนื้อเพลงของเขาส่วนมากมาจาก Lil Wayneซึ่ง “Trippie Redd”ได้เริ่มอัดเสียงที่ชั้นใต้ดินของลูกพี่ลูกน้องของเขา และต่อมาได้ย้ายไปที่เมืองแอตแลนตา เพื่อพัฒนาฝีมือและเซ็นสัญญากับค่าย 10K Projects
แม้ว่าในปี 2020 นั้นทำให้ศิลปินหลายๆคนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบงานของตัวเองเนื่องจาก COVID-19 ในด้านของ —“Trippie Redd”ได้ใช้เวลาในช่วงกักตัวเพื่อที่จะพัฒนาด้านสายงานอาชีพของเขาด้วยการไปแสดงซีรีย์ระดับ Hollywood เรื่อง DAVEในตอน Lil Dickyอีกทั้งยังปล่อยอัลบั้มที่หลายคนรอคอย Pegasus ในวัน Halloween อีกทั้งยังได้ปล่อยมาในรูปแบบของแผ่นเสียง LP ด้วย ซึ่งได้มีผลงานร่วมกับ PARTYNEXTDOOR อย่างเพลง “Excitement”และศิลปินระดับตำนาน Busta Rhymesกับเพลง “I Got You”และล่าสุดอัลบั้ม deluxe ของPegasus ที่เรียกว่า “NEON SHARK” ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ร่วมโปรดิวซ์โดย “Travis Barker”มือกลองในตำนานแห่ง “Blink182”ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2021
ติดตาม “Trippie Reddd” ใน Platform ต่างๆ ได้ที่
INSTAGRAM | YOUTUBE | TWITTER | FACEBOOK
ติดตาม Universal Music Thailand ใน Platform ต่างๆ ได้ที่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี