วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ธัญญ่า-แคนดี้ เปิดใจโดนโกงมากกว่า 100 ล้าน! บ้านรถเข้าธนาคาร-ขายทรัพย์สินใช้หนี้ เครียดถึงขั้นอยากจบชีวิต?
เปิดใจครั้งแรก ธัญญ่า ธัญญาเรศ และ แคนดี้ รากแก่น สองสาวผู้ประสบภัย ล่าสุดโดนโกงเงินจากคนคนเดียวกัน รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ถึงขั้นพี่ธัญญ่าต้องรับงานหนัก เอาบ้าน เอารถเข้าแบงก์เพื่อใช้หนี้ และพี่แคนดี้ทุ่มเงินเก็บหมดหน้าตักจนเกิดภาวะซึมเศร้าจนอยากจบชีวิตตัวเอง และบอกเลยว่าฉันไม่เชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป ทั้งหมดนี้สองสาวจะมาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี เป็กกี้ ศรีธัญญา และดีเจพุฒ พุฒิชัย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
อย่างที่ทราบกันตามหน้าสื่อและรายการต่างๆ พี่ธัญญ่า พี่เป๊ก สัณณ์ชัย พี่แคนดี้ เรียกได้ว่าเป็นผู้ประสบภัยทางธุรกิจ โดนโกง ใช้คำนี้ได้ไหม?
แคนดี้ : ได้ค่ะ น่าจะอย่างนี้เลย
ของพี่ญ่าก่อนโดนไปเท่าไหร่?
ธัญญ่า : รวมทั้งหมด 83 แต่มันมีส่วนที่ได้คืนมาบ้างแล้ว แต่ไม่ถึง 10%
ของพี่แคนดี้ละ?
แคนดี้ : 44 ล้าน
.jpg)
ของพี่ญ่ากับพี่แคนดี้มันคือการทำธุรกิจและนำไปสู่การถูกโกง มันเริ่มต้นได้ยังไง เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอะไร?
แคนดี้ : เราทำธุรกิจอยู่แล้ว ค่อนข้างดูเยอะทุกครั้งที่ทำอะไร อย่างอันนี้ แคนดี้เข้าสู่ธุรกิจนี้คือตัวเองเป็นคนขายของอยู่แล้ว เราก็หาสินค้าขาย ทีนี้คนนี้เขาเป็นเหมือนโรงงานที่แปรรูปสินค้าแล้วส่งออก พอส่งออกมันก็จะใหญ่กว่าที่เราเคยทำ เราทำขายออนไลน์ ซื้อมาขายไป แล้วทีนี้วันนึงเราอยากโต ไปเจอเขาซึ่งเขามีโรงงาน แล้วพี่ญ่าก็เห็นว่าแคนดี้ไปอยู่กับเขา ออกจากการขายของออนไลน์ไปเรียนรู้อยู่กับเขา 5 เดือน ไปอยู่อย่างนั้น ไปดูระบบเขามีลูกค้ามาจริง พอมันถึงช่วงฤดูกาลที่ทำได้ เพราะสินค้าเขาเป็นฤดูกาล เขาก็เลยบอกว่ามาลงไหม มาทำไหม คือซื้อมาขายไปเหมือนกัน ลงทุนปุ๊บเขาซื้อของส่งไป พอได้เงินเขาก็ให้เราเลย
คุณแคนดี้ไปก่อนคนแรก?
แคนดี้ : ใช่ๆ มันเป็นก้อนเล็กๆ ซึ่งเราลองทำดู โอเคมันก็ได้ มันอยู่ในก้อนที่เราพร้อมลงทุน คือ 1.8 ล้าน นี่คือก้อนแรก ก็ได้คืนกลับมาทั้งต้นและดอก
ขั้นตอนต่อไปคืออะไรอีก?
แคนดี้ : พอเราทำอันแรกปุ๊บมันก็มีลูกค้าเข้ามาอีก ทีนี้มันอยู่ที่การพูดคุยแล้ว หาของให้ลูกค้าได้ไหม หาของได้ก็ส่ง เราก็ทำอยู่อย่างนี้ 4-5 รอบ ก็ได้ตลอด
ทางฝั่งของพี่ญ่ารู้จักผ่านคุณแคนดี้ หรือรู้จักเขาอยู่แล้ว?
ธัญญ่า : มาจากพี่เป๊กรู้จักก่อนก็น่าจะคุยเรื่องธุรกิจกันแล้วมันน่าจะต้องใช้เงิน แกก็เลยพาพี่เข้าไปคุยด้วย เราก็ไปฟังเกี่ยวกับธุรกิจ แล้วเราก็รู้ว่าแคนดี้ทำอยู่แล้ว ก็อย่างที่แคนดี้บอกแหละ เราลงทุนไปแล้วอีก 2 อาทิตย์เงินที่เราลงทุนและตัวกำไรจากการขายสินค้าจะกลับมา เราก็แบ่งกับเขาคนละครึ่ง ซึ่งถือว่ามันเป็นผลตอบแทนที่ดี
รอบแรกที่พี่ญ่ากับพี่เป๊กลงไปเท่าไหร่?
ธัญญ่า : พี่ไม่แน่ใจน่าจะประมาณ 4-5 ล้าน แล้วผลตอบรับที่กลับมามันใช้ได้เลย
รูปแบบธุรกิจเขาคือเป็นโรงงานผลิตของแล้วก็ส่งออก?
ธัญญ่า : ใช่ค่ะ มันส่งไปเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ตู้นึงลงทุนประมาณ 4-5 ล้านต่อตู้ แล้วพอขายเสร็จเขาก็ส่งคืนมาด้วยกำไร ก็เหมือนลงทุนร่วมกัน ขายได้กำไรแบ่งกันคนละครึ่ง
กำไรเยอะไหม?
ธัญญ่า : เกือบ 10% นะ แต่ก็ปกติของการทำงาน มันดูเป็นไปได้ ไม่หลอกลวง
แคนดี้ : มันดูเข้าท่า ทีนี้พอลงอันแรก แคนดีก็เริ่มเพิ่ม รอบต่อไปลูกค้าสั่งมา ออเดอร์มาอีกแล้ว เราเห็นใบออเดอร์ เราก็ลงไปเรื่อยๆ ลงไปอีก 3 ล้าน จนถึง 10 ล้าน เป็นก้อนที่แคนดี้วางตัวเองไว้แค่นั้น คือบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ลงทุนหรือทำธุรกิจเกินกว่านี้คือให้ลิมิตตัวเองไว้แค่นี้ ก็ลงไป 10 ล้านแล้ว แต่ 10 ล้านนี้มันอยู่ระหว่างการเดินทางมันยังไม่กลับมา 2-3 รอบแรกคือได้แล้ว
.jpg)
10 ล้านรอบนี้นานไหม?
แคนดี้ : รอบนี้นาน เขาบอกว่าเขาต้องไปหาสินค้าจากต่างประเทศมา เราก็โอเคสินค้าจากต่างประเทศมันก็ดูมีอะไร ทุกอย่างมีที่มาที่ไป ก็เลยลงแล้วมันก็ใช้เวลานานกว่าเดิม เราก็รอ จนกระทั่งมาถึงล็อตใหญ่
ทางฝั่งพี่ญ่า ในขณะที่คุณแคนดี้รอให้เขาหาของจากต่างประเทศ ฝั่งพี่ญ่าดูว่ามีแนวโน้มดี รอบแรกลงไป 4 กำไรคืนมา 10% หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
ธัญญ่า : ก็ลงเพิ่ม ด้วยความที่เราเห็นว่าตู้คอนเทนเนอร์นึงมันได้แล้ว ก็เพิ่มเป็นสอง เพิ่มเป็นสามไปเรื่อยๆ แล้วเราก็คุยกับพี่เป๊กว่าจริงๆ น่าจะชวนเพื่อนที่เราสนิทจะได้เติบโตไปด้วยกัน ก็เลยชวนเพื่อนเรา แล้วพี่เป๊กก็ชวนเพื่อนเขา ซึ่งของเราก้อนเล็กกว่า แต่ของพี่เป๊กจะก้อนใหญ่ เพื่อนเขามีเงินมากกว่า
ในกรณีของคุณแคนดีเริ่มตั้งแต่ 10 ล้านไปนานเลยยังไม่กลับของพี่ญ่ากี่รอบถึงจะเริ่มเอ๊ะ มันนานผิดปกติ?
ธัญญ่า : ของพี่ไม่ใช่ไปนานแล้วมันไม่กลับ แต่ของเราด้วยความไว้ใจ พี่เป๊กก็บอกว่าก็เอาเงินไปไว้ตรงนั้นเลย เขาจะได้ไม่ต้องเอาไปกลับ คือเป็นเงินทุนไปเลย แล้วเอามาแค่กำไร
เอาเงินไปไว้ที่เขาเลยเท่าไหร่?
ธัญญ่า : มันค่อยๆ เพิ่มนะ จาก 4-5 ล้าน เงินตัวเอง เงินสด 20 ก่อน แล้วไปคุยกับคุณพ่อ คือเรารู้สึกว่าธุรกิจมันไปได้ดี ถ้าเรามีเงินมากกว่านี้มันก็ดีนะ ก็ไปคุยกับคุณพ่อพี่เป๊ก น้องสาวพี่เป๊ก ซึ่งทั้งคุณพ่อและกี้บอกเป็นไปไม่ได้ อะไรมันจะได้กำไรดีขนาดนี้ ไม่งั้นคนก็ทำไปทั่วแล้วสิ คือถ้าจะทำก็ทำเองไม่ใช่ไปให้คนอื่นเขาทำ ให้เขาดูแลเงินให้มันไม่ได้ คุณพ่อเลยไม่เข้าร่วม คุณพ่อบอกไม่ให้ทำ แต่พวกเราทำไปแล้ว เราก็แบบ…เอาไงดี
พอคุณพ่อไม่เห็นด้วย ตอนนั้นความรู้สึกเราเป็นยังไงเริ่มเอะใจไหม?
ธัญญ่า : ไม่เอะใจเลย ไปต่อ น้องสาวพี่เป๊กก็ไม่ได้เหมือนกัน บอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ เราก็คุยกับพี่เป๊กแต่เราเห็นนะว่ามันได้
ตอนนั้นที่คุณพ่อและน้องสามพี่เป๊กบอกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้ เงินเราอยู่ที่เขาเท่าไหร่?
ธัญญ่า : ตอนนั้นน่าจะไปแล้ว 20 พอพ่อไม่ร่วม น้องสาวไม่ร่วม เฮ้ย มีบ้าน
อันนี้พี่ญ่ากับพี่เป๊กคุยกัน?
ธัญญ่า : คุยกัน คือพี่เป๊กแกก็จะมีรถของแก พี่ก็จะมีบ้านถ่ายละครพี่ที่เราเคลียร์หนี้สินไปหมดแล้ว ไม่ใช่ที่รังสิตนะคะ เพราะที่นั่นของคุณพ่อ แต่เราจะมีบ้านของเราที่เราลงทุนเองแล้วเคลียร์หนี้ไปหมดแล้ว เป็นไทยแล้ว เราก็เลยแบบเอาบ้านไปเข้าสัก 10 ไหม ระหว่างบ้านกับรถเอาอะไรดี เพราะพี่เป๊กรถเขามีมูลค่า เราก็เลยคุยกันว่าเป็นบ้านดีกว่า พอเป็นบ้านเสร็จ เราก็ไม่รู้ว่าพี่เป๊กเอารถไปเข้า บ้านเนี่ย 10 ไปละ พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 พี่เองก็ไม่รู้ มารู้ตอนหลัง พี่ก็บอกว่าเอาไปเข้าเพื่อจะเอามาลงเนี่ยจะงุบงิบเงินกำไรใช่ไหม มีเถียงกันเล็กน้อย เขาก็หัวเราะแห้งๆ เหมือนที่พี่หัวเราะนี่แหละ
.jpg)
ทางฝั่งพี่ญ่าไปแล้ว 20 เอาบ้านไปเข้าอีก 10 พี่เป๊กเอารถไปเข้าอีก 15 แล้วเงินเพื่อนมีไหม?
ธัญญ่า : เงินเพื่อนฝั่งพี่ก็น่าจะประมาณเกือบ 5 ล้าน ฝั่งพี่เป๊กอีก 20 ล้าน
ของแคนดี้ นอกจากเงินเราไปแล้วยังไม่กลับ 10 ล้าน เรามีชวนเพื่อนไหม?
แคนดี้ : มีชวนค่ะ แต่ก่อนชวนแคนดี้เอาเงินส่วนตัวของตัวเอง ที่ปกติเราจะไม่ยุ่งกับก้อนนี้เก็บมาทั้งชีวิต ก็คือเป็นก้อนที่เราเก็บไว้ดูแลคุณแม่ ส่วนอีกก้อนนึงบอกตัวเองว่าจะเกษียณ 2 ปีฉันจะเที่ยวแล้ว ก็เป็นเงินเที่ยว เงินใช้จ่าย เอาไงดีนะ คือรอบนี้รอบสุดท้าย เป็นรอบใหญ่เขาต้องใช้เงินเท่านี้ ความโลภด้วยแหละ เราเลยตัดสินใจ มันเห็นมาตลอดว่ามันได้ ได้แบบไม่มีเงื่อนไขอะไรด้วย เราเลยตัดสินใจยืมเงินตัวเองก่อน เอาออกมาจากกองนี้ประมาณ 25 ล้าน เสร็จแล้วปรากฏว่ามันทำได้ดีเหมือนพี่ญ่าเลย แล้วมีเพื่อนที่เราทำธุรกิจด้วยอยู่ตอนนั้น เราเลยชวนเขา อยากให้เขาได้ด้วย เอ็นดูเขา รักเขา แต่เราชวนเขาคนเดียว เขาก็ลงมา 7 ล้าน ทั้งหมดก็กลายเป็น 42 ล้าน
ธัญญ่า : ของเพื่อนพี่เป๊กไม่ใช่ 20 แต่เป็น 30 มีอีก มันลืมๆ
ทีนี้พอลงกันไปเยอะๆ แล้ว พอเริ่มติดขัด หลังจากนั้นคุยกันว่ายังไง เกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้?
ธัญญ่า : ของพี่ลงไปน่าจะประมาณกันยายน ตุลาคม 2 ปีมาแล้ว จำไม่ได้ว่าปีไหน ประมาณตุลาคม ถึงกุมภาพันธ์ที่ได้มาแบบต่อเนื่อง แล้วหลังกุมภาพันธ์ที่มันหยุดชะงักไปเลยจนถึงทุกวันนี้ แล้วเงินต้นก็หายไปด้วยเลย
ณ วันที่มันสะดุด เขาไม่ได้ส่งกำไร พี่ญ่า พี่เป๊ก พี่แคนดี้ทำยังไง?
แคนนดี้ : ตอนนั้นเรายังไม่ได้คุยกับพี่เป๊ก พี่ญ่า แต่เราก็มีการคุยกันตลอด ได้บ้างไหม ของแคนดี้ก็เอาทนายเข้าไปคุยเลย โทรไปมันยังไงคือเรามันไม่ปล่อยอยู่แล้ว ก็ตามจิกเขา จนเขาไม่รับสาย พอไปถึงที่บ้านเขาก็บอกว่าป่วย ไม่ออกมาเจอ ก็เข้าใจได้ เขาก็คงเครียดเหมือนกันกับภาวะที่เกิดขึ้น ก็เลยคุยกับทางพี่เป๊ก พี่เป๊กก็บอกว่าให้โอกาสเขาหน่อย ก็ถามพี่เป๊กให้โอกาสยังไงดี พี่เป๊กบอกว่าเขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัวก็ได้ระหว่างนี้ มันเหมือนมีความหวัง เขาทำธุรกิจอยู่ เขาอาจจะมีโอกาสฟื้นตัว โอเคงั้นแคนดี้ก็ถอยออกมา ไม่ไปกดดันอะไรเขามาก ก็นั่งรอ ระหว่างที่รอก็คือพี่เป๊กบอกอย่าเพิ่งพูดอะไรออกไป เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังขอไม่ให้พูด เพราะเดี๋ยวมันจะกระทบกับธุรกิจเขาที่กำลังทำแล้วเหมือนจะฟื้นตัวอยู่ตอนนี้
หมายถึงตัวลูกหนี้ก็ไม่อยากให้เราพูด?
แคนดี้ : ค่ะ ซึ่งแคนดี้ก็รอ ไม่รู้จะทำยังไง รออย่างเดียว
พี่ญ่าเงินลงไปตั้งเยอะไม่กลับมาเลย ณ ตอนนั้นคุยกันยังไง?
ธัญญ่า : เราก็คุยว่่จะยังไง พี่เป๊กบอกว่าถ้าฟ้องไปเขาติดคุกแล้วจะยังไงล่ะ เขาก็ไม่มีโอกาสทำงาน เอาเงินมาใช้หนี้ ได้ความสะใจเหรอ มันก็แค่นั้น ก็คือให้โอกาสดีกว่า แต่ระหว่างให้โอกาสเราก็ไปรู้มาอีกว่า พี่เป๊กไปลงเพิ่มอีก 8 ล้าน จากเดิม 45 เป็น 53
ตัวคุณแคนดี้ที่ชวนเพื่อนมาลงทุนก็หาเงินมาใช้หนี้ให้เพื่อน?
แคนดี้ : ใช่ค่ะ รับผิดชอบ ก็คือแคนดี้เอาบ้านที่ตัวเองอยู่ทุกวันนี้ไปเข้าแบงก์ ของเขา 7 ล้าน แล้วรวมเงินปันผล 10% จำนวน 6 เดือนที่เราทำสัญญากันก็ 10 ล้าน แคนดี้เอาบ้านเข้าไปแล้วมาจ่ายเขาหมดเลย

เราไม่ได้บอกปัญหาเลยว่าเราโดนแบบนี้ คือให้เขาตามปกติ?
แคนดี้ : ก็บอกค่ะ แต่เขาก็ยืนยันที่จะเอาตามสัญญา
ธัญญ่า : แคนดี้ใจดีนะเนี่ย
แคนดี้ : (หัวเราะ) โง่
เป็กกี้ : ไม่หรอก เป็กขอแก้คำนี้ให้คุณแคนดี้คำนึง คุณแคนดี้ไม่ได้โง่นะ คุณแคนดีแค่ซื่อสัตย์กับคนที่ทำงานด้วย ส่วนใครไม่ซื่อสัตย์กับเรานั่นเป็นปัญหาของเขา จงภูมิใจในเรื่องนี้ไว้
เห็นว่าขายที่ดินที่เชียงใหม่ด้วย?
แคนดี้ : ใช่ค่ะ เป็นที่ดินที่เราพูดไว้ก็คือเงินก้อนที่เราจะเอาไว้ใช้บั้นปลายชีวิต อยากทำออนเซน เป็นคนชอบมาก ชอบญี่ปุ่นมาก ก็เลยไปซื้อที่ไว้จะทำออนเซนที่แม่ออน เป็นความฝันเลย สุดท้ายระหว่างทางที่ทำตรงนี้มันติดขัด ต้องบอกน้อง พี่ต้องขายที่ตรงนี้แล้วมาใช้หนี้
ช่วงนั้นสภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
แคนดี้ : แย่เลย เพราะว่า แคนดี้ไม่เคยโกหก มีอะไรแคนดี้พูดหมด แต่วันนึงเราห้ามพูดเลย เพราะว่าด้วยความที่พี่เป๊กเขามีเหตุผลของเขา ทั้งให้โอกาสและอะไรหลายๆ อย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทาง 1.คนในบ้านก่อน แคนดี้ไม่มีเงินให้แม่ ปกติเป็นคนสายเปย์แม่มาก แม่อยากได้อะไรให้ อยากไปไหนพาไป ทีนี้กลายเป็นเรายืมเงินแม่มาใช้ มันหมดแล้วเงินที่เราเก็บให้แม่ พอแม่ขออะไรบางอย่าง ง่ายสุดเลยตอนนั้น แม่อยากทำฟัน ทั้งปากมันประมาณ 7 แสน ไม่มี ซึ่งปกติพาแม่ จูงมือไปเดี๋ยวนั้นเลย สบายมาก เราไม่รู้จะบอกแม่ว่ายังไง เล่าให้แม่ฟังไม่ได้ มันเลยเก็บแล้วโดนแบบนี้มาเรื่อยๆ แม่อยากทำอันนี้ ไม่ได้ พอข้างนอกเราทำธุรกิจขายของ ซื้อมาขายไป หนูขายกระเป๋าในเพจ ไม่มีเงินลงทุน ก็ไปต่อไม่ได้ เราก็เครียด มีแต่ใช้ออก ใช้เงินเก่า สุดท้ายมันกลายเป็นภาวะซึมเศร้าไม่รู้ตัว เรากลายเป็นไม่ออกไปเจอคน ไม่คุยกับใคร ทุกครั้งที่คุยกับพี่ญ่าเราจะสบสยใจทุกครั้ง แค่ทักไปแล้วเขาตอบมา หนูก็ไม่คุยเลย ไม่ทักหาใครใดๆ เลย กลายเป็นเก็บตัว หายไปเลย ไม่ไลฟ์ขายของ ออกจากทุกอย่าง แม้แต่บันเทิง ซึ่งตอนนั้นก็มีคนติดต่องานร้องเพลง งานพิธีกร ไม่ไปเลย มันกลายเป็นเราไม่อยากเจอคน แล้วก็กลัวไปเลย เป็นอยู่ประมาณ 6 เดือน เรื่องธุรกิจมันไปไม่รอด มันเลยหนัก 6 เดือนนั้น แคนดี้กลางตัวสัญญาเรื่องบ้าน ถ้าเราไม่อยู่บ้านนี้จะหลุดไหม มาดูถึงขั้นนั้นแล้ว ไม่อยากอยู่แล้ว มันทำอะไรให้แม่ไม่ได้ ก็รู้สึกว่าถ้าไม่มีเรา ประกันจะโคปเว่อร์แค่ไหน แเล้วก็เรื่มทำบทความของการเตรียมตัวตาย แฟนเห็นเขาเลยรู้สึกไม่ดี เขาเริ่มรู้แล้ว แต่เขาพูดกับเราไม่ได้ เขาเลยลาออกจากงานที่เขาทำมา ถึงขั้นเป็นผู้บริหารแล้ว ทำมา 28 ปี ลาออกมาดูแลเรา ต้องขอบคุณเขามากๆ คือใช้ญี่ปุ่นบำบัด ให้แคนดี่ออกจากตรงนี้เลย ไปอยู่ญี่ปุ่น ก็ 3 เดือนไป 4 คร้้ง ก็ปรับๆ มันหนักมากๆ ในโมเมนต์นั้นจริงๆ

ทำไมถึงไม่ไปพบจิตแพทย์?
แคนดี้ : เรายังไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็น ตอนนั้นเราเก่ง แข็งแกร่ง เราไม่ยอมรับ มันรับไม่ได้ ฉันทำได้ แก้ไขได้ สุดท้ายมันพังไม่รู้ตัวด้วยข้างในมันสลาย มันแลกสลาย ถ้าคนที่ทำดูอยู่รู้ไว้เลยนะว่าคุณทำแคนดี้เป็นถึงขนาดนี้
ใช้คำว่าหมดตัวได้ไหม?
แคนดี้ : หมด ณ โมเมนต์นั้น เงินหมด แต่เรายังมีทรัพย์สิน เงินที่จะให้แม่ เงินที่เราเก็บอะหมด
ฟื้นมาได้ยังไงกับความรู้สึกนั้น?
แคนดี้ : กว่าจะฟื้นได้ ใจมันเป็นหนักมาก แล้ววันนึงเราหันมาเห็นแม่เรา แล้วแม่ก็ไม่ถาม ไม่อะไรเลย เราเลยเปรยๆ แม่ว่าวันนึงถ้าหนูไม่มีเงินแล้วอะ ทำยังไงดี แม่ก็บอกว่าแม่ก็ออกมาร้องเพลงไง ก็มาทำงานไง เราก็เลยแบบ เออะหวะ…เราก็แค่ลุกขึ้นมาทำงาน แล้วหนูก็เห็นเพื่อนหนู ผู้ประสบภัย 2 คนออกมาไลฟ์ ตี2 ตี3 ก็ไลฟ์ เอาก็ไปเติมพลังกับพี่เรานี่แหละหวะ ก็เลยชวนแม่ บอกว่าออกไปหาเงินใช้หนี้กัน ตอนนั้นเทศกาลเจนนี่ อาจจะเป็นเทศกาลแคนดี้ก็ได้ เอาวะลุกขึ้นสู้
ที่แซวพี่ญ่าว่าทำงานเหมือนคนเป็นหนี้ คือเป็นหนี้จริงๆ?
ธัญญ่า : เป็นหนี้จริงๆ เวลาใครแซวก็เป็นหนี้ไงคะ ก็ไม่มีเชื่อ คือง่ายๆ เลยพี่เป๊กไม่กล้าไปขอพ่อเพื่อเอามาใช้หนี้ เขารู้สึกว่าพ่อห้ามแล้ว กลัวพ่อด่า อดทนทุกข์ทรมานมา 2 ปี จนตัวเราเองทำงานมาเรื่อยๆ ใช้หนี้ฝั่งเพื่อนเราหมดแล้ว แล้วฝั่งเพื่อนพี่เป๊กบางส่วน แต่มันก็เหลืออีกก้อนใหญ่ พี่เป๊กเองเขาบอกว่าเวลาเจอหน้าเพื่อนแล้วรู้สึกไม่ดี เหมือนมองได้โดยไม่บริสุทธิ์ใจ มันเหมือนไปเอาเงินเขามาแล้วไม่ให้เขาได้ผลตอบแทนตามที่เราคาดหวัง ก็เลยปรึกษากันว่าคุยกับพ่อเถอะ ต้องบอกพ่อแล้วล่ะ ก็เลยตัดสินใจไปบอกพ่อกัน ซึ่งเรากะว่าต้องฟังพ่อดุแล้วสอนนานแน่ แต่สุดท้ายพ่อฟัง เพราะพี่เป๊กเคยมีแบบนี้มา 2-3 รอบแล้ว ตั้งแต่เขาหนุ่มๆ ทำธุรกิจแล้วล้มแล้วพ่อก็ต้องเข้ามาช่วย จนอันนี้พี่เป๊กรู้สึกว่าเขาแก่แล้ว 50 ต้นแล้ว แต่ว่ายังต้องพึ่งพ่ออยู่เลย เขาก็รู้สึกไม่ดี แต่ว่าพ่อก็น่ารักมากเลยค่ะ เข้าใจแล้วทำไมพี่เป๊กถึงรักทั้งพ่อ แม่ มาก เพราะว่าพ่อกับแม่คอยซัพพอร์ตทุกอย่าง
มีครอบครัวที่ดี?
ธัญญ่า : พ่อก็ถาม เท่าไหร่ล่ะลูก
พอแจ้งตัวเลขคุณพ่อว่ายังไง?
ธัญญ่า : อือ 50 หรือลูก แล้วเขาก็หันไปถามน้องสาว มันมีเงินตรงส่วนไหนไปจัดการให้เป๊กหน่อย เราเข้าใจแล้วทำไมคนรักพ่อขนาดนี้ ลูกๆ รักขนาดนี้ เพราะพ่อซัพพอร์ตทุกอย่าง
พี่เป๊กกับพี่ญ่าก็ไม่ได้ให้คุณพ่อช่วยอย่างเดียว พี่เป๊ก พี่ญ่าก็ไลฟ์สดกันแบบมาราธอน?
ธัญญ่า : เราบอกพ่อว่าเราเอาเงินตรงนี้มาใช้ก่อน เพื่อให้เราได้สบายใจกับเพื่อนๆ เราจะได้ไม่เครียดกันเกินไป ขอใช้หนี้พ่อเดือนเท่าไหร่ๆ ไม่รู้ว่าอีก 50 ปีจะหมดไหม ก็ค่อยๆ ผ่อนพ่อดีกว่า หมายถึงว่าตัวพี่เป๊กเองพ่อเขาก็แบ่งแล่วลูก 2 คนให้ยังไง แต่พี่เป๊กไม่เคยไม่ยุ่งเลยกับเงินก้อนนั้น ก็เหมือนไปเอาเงินตัวเองออกมา แล้วก็ใช้คืน เพราะว่าเงินส่วนนี้เก็บไว้ให้ลูก

ทีนี้ก็เริ่มมหกรรมไลฟ์บ้านพี่เป๊ก พี่ญ่า ดึกสุด เริ่มตั้งแต่กี่โมง ถึงกี่โมง?
ธัญญ่า : เอาที่โหดสุดคือช่วงช่วยน้ำท่วมด้วย มีลูกค้าที่มาซื้อประจำด้วย ประมาณ 20 แบนด์ แล้วเราก็รับช่วยน้ำท่วมด้วยอีก 20 เริ่มตั้งแต่บ่าย3 ไปจบที่ตี1 มันออกไปได้ แค่ไปเข้าห้องน้ำทั้งคู่ ยางทีพี่เป๊กก็เลยป้ายบ้าง ก็ต้องลุ้นว่าจะทำอะไรลูกค้าไหม
คุณแคนดี้เห็นแสงสว่าง เพราะพี่เป๊กกับพี่ญ่าไลฟ์ แล้วไปไลฟ์วันนั้น วันที่เขาลดสถานะกันพอดี วันนั้นเกิดอะไรขึ้น?
แคนดี้ : จริงๆ เราก็ซื้อคิวเข้าไปนี่แหละ เราอยากจะเอาฤกษ์ เอาชัยไปไลฟ์กับพี่เป๊ก พี่ญ่า
ธัญญ่า : เขาไม่ได้บอกเราด้วยนะ เขาติดต่อทีมเอง
แคนดี้ : วันนั้นเราได้คิว 4 โมงเย็นประกาศลดสถานะ นี่กำลังแต่งตัว เห้ย…ยังไง แต่ไม่กล้าถาม ตอนแรกก็นึกว่าคอนเทนต์ แต่พอเห็นพี่ญ่าเริ่มไลฟ์ เราก็นั่งจ้องอยู่ อุ้ย..ตาแดง ตาบวม อุ้ย…ไม่คอนเทนต์ละ แต่เราก็ต้องไปตามคิว
ไปถึงสถานการณ์จริงเป็นยังไงบ้าง?
แคนดี้ : โอ้โห…ตึงเครียดสุดๆ เลย ไม่กล้าแซว ไม่กล้าอะไรเลย
ธัญญ่า : คือก่อนลงมาไลฟ์แปลงร่างไปแล้ว พี่แปลงร่างแล้วถามว่าจะไลฟ์ไหม คือพี่จะลงไปไลฟ์นะ ถ้าอยากลงก็ลง ไม่อยากลงก็ไม่ต้องลง เขาก็แบบกลัวพี่ไปแฉเขาในไลฟ์ กลัวไง เราก็บอกไม่พูดหรอก รับงานลูกค้ามาแล้วมันต้องทำให้จบ เขาก็ค่อยๆ มาแบบกล้าๆ กลัวๆ คอยดูว่าจะหลุดอะไรเมื่อไหร่
.jpg)
วันนั้นพอประกาศลดสถานะปุ๊บ คนเข้ามาติดตามในไลฟ์เยอะมาก?
ธัญญ่า : คนคิดว่าเป็นคอนเทนต์เยอะมาก ซึ่งมันคือเรื่องจริง อะไรที่เกิดขึ้นในไลฟ์คือเรื่องจริงทั้งหมด เราไม่มีการแต่งเติม ขนาดน้องเขยยังแบบพี่ญ่ามันมีสคริปต์หรือเปล่า
แคนดี้ : ยืนยันๆ ไม่มีๆ พอเราเข้าไปตึงมากทั้งเรื่องของเราเอง เรื่องพี่ญ่า เอายังไงดี แต่พี่ญ่าก็สปิริตมาก ทุกอย่างผ่านไปสนุกสนาน วันนั้นเติมวิตามินฉ่ำ
ให้โอกาสเขาได้ใช้หนี้ แต่หลังจากนี้จะมีดำดเนินคดีตามกฎหมายไหม?
แคนดี้ : ฝั่งแคนดี้คือต้องมีการตั้งทนายไปพูดคุย เพราะว่าเขาบอกว่าธุรกิจของเขาถูกโกง อย่างที่พี่ญ่าบอก เขาบอกว่าโกงภายใน เราซึ่งเป็นคนลงทุนธุรกิจย่อมอยากรู้ เงินมันหายไปจากระบบตอนไหน
ธัญญ่า : ให้โอกาสเขามา 2 ปีในการฟื้นตัว เขาน่าจะฟื้นได้แล้ว
แคนดี้ : ส่วนเราเองเกือบแย่ เพราะฉะนั้นใช้กฎหมาย เดี๋ยวจะมีเข้าไป
พี่ญ่าล่ะ?
ธัญญ่า : ยังไม่ได้มีการพูดกับพี่เป๊กเลยว่าจะยังไงต่อ อาจจะรอแคนดี้
พี่แคนดี้พอโดนโกง เป็นซึมเศร้า ถึงขั้นเลิกศรัทธาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คือยังไง?
แคนดี้ : ไม่โหดถึงขั้นเลิกศรัทธา แต่ไม่งมงาย ก่อนหน้านี้ที่เราเจอปัญหา คือเราไม่เคยเจอปัญหาอะไรเลย เราทำธุรกิจสำเร็จมาตลอด พอเราเจอปุ๊บ พึ่งใครดี พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วกัน ช่วงนั้นแคนดี้ไปเยอะมาก ไหว้นั้น ไหว้นี้ ตั้งโต๊ะบูชา ทำทุกอย่างจนกลายเป็นเจ้าแม่สายมูไปเลย แต่มันเหมือนการแลก สมมติทำโต๊ะบูชาไปก่อนลงทุนไปแสน ก็หวังว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องให้คืนฉันล้าน มันคือการมูแบบงมงาย พอเราทำไปจนถึงก้อนสุดท้ายที่เรามี ก็ไปทำเรื่องนี้ ก็ไม่เห็นได้คืนมาเลย เราก็เลยรู้สึกตาสว่าง ก็เลยบอกตัวเองว่าไม่เอาแล้ว ฉันเลิกงมงาย มู ไหว้แบบธรรมดาดีกว่า นับถือนะ พญานาคก็ยังนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธ์ต่างๆ ก็ยังชวนพี่ญ่าไปไหว้กันอยู่เลย
ธัญญ่า : ก็ยังไหว้
แคนดี้ : แต่ไม่ใช่เงินแบบเดิมแล้ว ช่วงนั้นงอนมากถึงขั้นไปนั่งคุย ปู่ไม่รักหนูใช่ไหม สุดท้ายก็ไปล้างออกให้หมดทุกอย่าง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเยอะกว่าศัลยกรรมอีก เอาออกให้หมดเลย
.jpg)
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของพี่แคนดี้ที่อยากมีชีวิตอยู่ต่ออยากเห็นหลานประสบความสำเร็จ นั่นคือ น้อง เอเอ วง BUS นั่นเอง?
แคนดี้ : ใช่ อันนี้ก็ถือว่าวง BUS บำบัดเหมือนกัน โมเมนต์ที่เราไม่โอเค เราจะเปิดเพลงวง BUS ตลอด หรือดูกิจกรรมของเขา มันทำให้เรามีความสุขมาก เราไม่มีลูกชาย ก็มี เอเอ กับ เอไอ ที่เป็นลูกแอนนี่ เราก็ถือเป็นลูกเรา คือมีความสุขมาก เห็นพัฒนาการเขาดีขึ้นเรื่อยๆ เราก็โอเค พร้อมที่จะอยู่เพื่อเขา เพื่อแม่
จริงๆ คุณแคนดีต้องมีความสุขนะ สังเกตไหมที่บ้านทุกคนเป็นศิลปินหมดเลย และเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียง โด่งดังกันหมด?
แคนดี้ : จริงๆ ก็มีความสุข ทุกอย่างที่ดึงแคนดี้กลับมาได้ก็เพราะครอบครัว คนรอบข้างที่ทำให้เรากลับคืนมาได้ เอเอ วง BUS ด้วย น่ารักมาก
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow วันและเวลาใหม่ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี