วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
กลายประเด็นร้อนสะเทือนวงการ วันนี้จันทร์ที่ 2 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. "เปิ้ล ณภัทร" ลูกสาวคนโตของ "เด๋อ ดอกสะเดา" พร้อมด้วย "ชิตพงศ์ พุทธี" ทนายความส่วนตัว ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีคุณพ่อ หลังมีกระแสข่าวว่าพ่อมีโลก 2 ใบ และมีการจดทะเบียนสมรส หลังจากอดีตภรรยา "ปู กนกวรรณ" ได้มีการออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้
ประเด็นโลกสองใบ "เปิ้ล ณภัทร" ชี้แจงว่า อยู่กับคุณพ่อมากว่า 29 ปี ไปมาหาสู่กันตลอด เขาจะไป ยืนยันว่าไม่มีโลกสองใบ ตอนที่มีการทำธูรกิจซีดี ลูกชิ้นปูเด๋อ กระเป๋า และครีม ตนก็เข้าไปช่วย และได้รับค่าจ้างเป็นรายครั้งเช่นกัน เรื่องของคุณขวัญ ตนไม่เคยได้ยินข่าวว่าพ่อคบ มาเจอครั้งแรกที่โรงพยาบาลหลังจากมีข่าวหลุดว่าป่วย และเขาก็บอกว่า มีอะไรให้ช่วยเหลือ เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อ ให้บอกได้ เพราะเขาเห็นเราทำคนเดียวตลอด
เรื่องจดทะเบียนสมรส เรื่องสำคัญคือ เรื่องจดทะเบียนสมรส ตนขอยืนยันว่า ไม่เคยจดกับใคร นอกจากคุณแม่ของตน และหย่ากันแล้วเมื่อปี 2530 (ที่เขตประเวศ)
กรณีที่ ปู เจอขวัญที่ศูนย์ ตอนนั้น ตนหาคนมาดูแลไม่ได้ใจจริงๆ เพราะต้องมีคนมาดูแล 24 ชั่วโมง ตนทำทั้งวันทั้งคืนดูแลคุณพ่อ เราหาใครไม่ได้ และนึกออกว่า เขาเป็นคนบอกให้มาช่วย เวลาพี่ปูมาเยี่ยม เขามาแค่ 20-30 นาที จนพี่ปูหายไป 2 สัปดาห์ ตนจึงฉุกคิดได้ว่าปูบอกกับตนว่า "คุณทำอะไรกับปู ขอให้คุณอโหสิกรรมนะ ขอให้คุณอยู่กับลูกของคุณ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ อยู่ในใจเราตลอด"
จุดเริ่มต้น ตอนมีอาการป่วย 22 มี.ค. ตนได้รับข่าวจากปูว่า มีอาการลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด เป็นตั้งแต่เมื่อเย็นวันที่ 12 ตนก็นึกในใจว่าทำไมไม่พาไปแต่แรก ตนขับรถพาคุณพ่อไปโรงพยาบาล ถามว่าช้าเกินไปไหม ตนว่าช้าเกินไป แต่เขาบอกว่า คิดว่าพ่อพูดเล่น ระหว่างที่รักษา ตนเข้าไปเทกระบอกฉี่ทุกวัน ทั้งที่ตนต้องดูแลครอบครัวตัวเอง และครอบครัวสามี จนตนได้รับสายอีกว่า พ่อมีอาการอีกแล้ว และพี่ปูขอให้พาไป ครั้งนี้พ่อเริ่มอาการไม่ดีขึ้น ต้องใช้เครื่องหายใจ และอยู่ได้เพียง 14 วัน ต้องเจาะคอ ตนปรึกษาคุณปูตลอด แต่เขาบอกว่าแล้วแต่เรา และเราต้องตัดสินใจเองทั้งหมดพอถึงเวลาต้องเจาะ ตนดูแลคนเดียวตลอด เขาก็จะบ่นว่าเมื่อยปวดตัว ตนก็บอกว่า ตนดูแลเองได้ จนเริ่มจะออกจากโรงพยาบาล ก็มีการพูดคุยว่า จะอยู่บ้าน หรือศูนย์ ตอนแรกเขาบอกว่าแล้วแต่ตน ตอนแรกตนตัดสินใจอยู่ศูนย์ แต่เขาอยากให้อยู่บ้าน และมีการจ้างพี่เลี้ยงมาดูแล สภาวะของคุณพ่อมีอาการซึมเศร้า หงุดหงิด เคาะเรียกตลอด แต่ดูไปสักพัก ตนได้ยินว่าจะไม่จ้างพี่เลี้ยงแล้ว เพราะไม่ชอบให้ใครอยู่ที่บ้านตอนนั้น เขาบอกว่าให้ตนทำเพียงแค่ ทำอาหารส่งพ่อ และพาไปโรงพยาบาล มีเพียง 26 วันที่ตนไม่ได้เข้าไปดูแล แต่เวลาเกิดอะไร ตนเข้าไปจัดการทั้งหมด จนวันที่ตนพาพ่อไปกายภาพที่โรงพยาบาลวันที่ 21 ส.ค. กระทั่งวันที่ 24 มีแจ้งมาว่า ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จะให้ทางเขาจัดการ หรือตน ทำให้ตนรู้สึกใจไม่ดี เขาแจ้งมาว่า พ่อซึม ไม่ดูทีวีเหมือนเมื่อก่อน มีเสมหะออกมาเป็นสีเลือด ตนเลยบอกว่า จะเรียกรถฉุกเฉินไปรับเดี๋ยวนี้ และรอที่โรงพยาบาล สภาพที่มาจากรถ ตนคิดว่า คงอยู่ได้ไม่นาน และโทรหาอาเป็ด คุณพ่อเป็นแบบนี้ หนูไม่รู้จะทำยังไง เขาก็บอกใจเย็นๆ และเขาจะมาหา พอตรวจ คุณหอมก็ให้เห็นว่า ติดเชื้อที่ปอด และทางเดินปัสสาวะตลอด 1 สัปดาห์ที่รักษา คุณปูไม่เคยมา เขาถามเพียงว่า จะเอาคุณพ่อไปไว้ไหน คุณปูบอกแค่ว่า เขาไม่ไหวแล้ว ตนจัดการได้เลย พอตัดสินใจว่าจะพาไปไหน ทางคุณปูบอกว่าจะช่วยเดือนละ 1 หมื่น
"พ่อเป็นพ่อที่ดีมากๆ รักเพื่อนทุกคน เขาไม่เคยทิ้งเราไปไหน ลำบากขนาดนี้ เราก็ต้องดูแล"พอไปอยู่ศูนย์การพูดคุยของตนกับคุณปูก็น้อยลง เขามาเยี่ยมสัปดาห์ละ 1 วัน 20-30 นาที จะมาคิดว่าอยู่ศูนย์มีคนดูแลไม่ได้ มีเสมหะ มีอาการชักเกร็งได้ตลอด เขาโอนเงินมาให้ครั้งแรกเดือน ก.ย. พอมาถึงเดือนที่สอง เขาอ้างว่า พี่คิดว่าเราจะพาไปบ้านญาติ เราคิดว่า ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไรตนดูแลพ่อตลอด ทำคนเดียวตลอด ไม่เคยรบกวนเจ้าหน้าที่ อย่างที่บอกว่า 26 วันเขาทำขนาดไหน ถ้าถามความเหนื่อยมันเทียบกันไม่ได้ค่ะ มันเหนื่อยกันทุกคน ตนต้องอยู่กับอารมณ์คุณพ่อ อยู่ดีๆ น้ำลายไหล พูดไม่รู้เรื่องอีกฝ่ายยังเคยพูดกับคุณพ่อว่า "เมื่อไหร่คุณจะหาย ค่าใช้จ่ายสูงนะ" ซึ่งตนก็ตกใจ เมื่อได้ยินคำนี้มาจากคนที่เป็นภรรยา
ชี้แจงประเด็น ขวัญ ย้อนไปที่เรื่องราวของคุณขวัญ ตนเคยถามเรื่องความสัมพันธ์ ซึ่งเขายืนยันจริงๆว่าไม่มี แต่ช่วย เพื่อตอบแทนบุญคุณ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งเรื่องที่คุณปูติดใจคำพูดว่า เขาเคยเล่าให้ฟังว่า มีการพูดจริงๆ ขอโทษนะ แก่ๆ กันแล้วเรื่องสมบัติ ตนยืนยันว่า ไม่เคยไปก้าวล่วง และไม่เคยถามเรื่องเงินทองกับพ่อ และเผยว่า พ่อไม่ใช่คนเก็บเงินเก่ง พ่อชอบให้ ส่วนค่ารักษา ตนเคยได้ยินคุณปู พูดว่า เอาทองทุกอย่างที่เลี่ยมกับสร้อย แกะไปหลอมขาย เพื่อเอามารักษาตัว ประเด็นทรัพย์สินของ ปู และเด๋อ แม้จะไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส แต่ในฐานะสามีภรรยาที่หากินมาร่วมกัน อาเด๋อมีกรรมสิทธิ์ร่วมในสมบัตินั้น แต่ตอนนี้โฟกัสที่การรักษาของอาเด๋อ ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการฟ้องร้อง ส่วนเรื่องที่ดิน ตนไม่เคยเห็น แต่เคยได้ยินว่า เขานำเงิน 2 แสนไปซื้อที่ดินติดกับเพื่อนเขา
เรื่องความสัมพันธ์ คุณพ่อรักเขามากนะคะ ลูกห้ามเถียง ห้ามก้าวกายคำเขา แม้แต่บ้านก็ชอบพูดว่า นีบ้านเขานะ ตนได้แต่บอกว่าไม่ต้องพูด ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวอยู่แล้วการที่มาแถลงข่าวในวันนี้ คิดว่า คงไม่ได้มีการฟ้องร้องกลับ ปู กนกวรรณ เพียงอยากออกมาชี้แจงเพื่อปกป้องสิทธิ์ แต่ในส่วนของชาวเน็ตที่มาต่อว่า เด๋อ ดอกสะเดา จะมีการดำเนินการทางกฏหมาย อาการ และการรักษา ค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนที่ต้องดูแลคุณพ่อ อยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นนิดๆ ซึ่งตนใช้เงินที่ได้มาจากคอนเสิร์ต สำหรับข่าวที่เกิดขึ้น อาเด๋อ เห็นบ้าง และน่าจะเข้าใจคนที่เขาอยู่ด้วยมากว่า 29 ปีดี ตนไม่ได้เลือกที่จะให้เขารับรู้ แต่เขาดูทีวีทั้งวัน และดูทุกช่อง ตนไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มเติม แต่ให้กำลังใจ และบอกเขาว่า ตนรักเขามากที่สุด พ่อก็พยักหน้า และร้องไห้ สิ่งที่เกิดขึ้น ตนเชื่อว่า พ่อไม่น่าจะแปลกใจ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี