วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / บันเทิง
เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

เศียรพระในรากไม้ : จากอยุธยา ถึงกัมพูชา

วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.59 น.
Tag : เศียรพระในรากไม้
  •  

เกิดการถกเถียงกันอย่างหนัก ในหมู่ประชาชนคนไทยกับโลกออนไลน์ของกัมพูชา  เมื่อมีการเผยแพร่ภาพเศียรพระพุทธรูปที่ติดอยู่กับรากต้นโพธิ์ที่วัดสวายจรม (Svay Chrum) จังหวัดกันดาล ว่าเป็นการพยายามทำเลียนแบบเศียรพระในรากโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของไทยหรือไม่

โดยที่เศียรพระพุทธรูปดังกล่าวนั้น   ชาวกัมพูชาบอกว่าเป็นอันซีนกัมพูชาที่อยากนำเสนอให้โลกรู้ หลังไปพบอยู่ที่วัดสวายจรุม เมืองอารียกษัตริย์ (Areyksat) จังหวัดกันดาล (Kandal) ประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันออกของกรุงพนมเปญ

ชาวกัมพูชาพากันตื่นเต้น และเข้าไปกราบไหว้ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล  และเป็นไปตามคาด มีชาวกัมพูชาบางคนบอกว่า นี่คือต้นฉบับของจริง เกิดก่อนอันซีนเศียรพระที่ถูกห่อหุ้มด้วยรากต้นโพธิ์ ที่วัดมหาธาตุ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้ง ๆ ที่สภาพเศียรพระของกัมพูชา คือ ดูใหม่ แวววาว คล้ายถูกเคลือบด้วยแล็กเกอร์ หรือ น้ำยาเคมีบางอย่าง  ส่วนรากไม้รอบ ๆ เศียรพระ ดูคล้ายกับถูกเจาะแล้วนำเศียรพระไปวางไว้ไม่กี่ปี ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติแบบของไทย


ชูร์ โสภานหา  ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมกัมพูชา ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างที่ว่า กัมพูชาลอกเลียนแบบไทยในการฝังเศียรพระพุทธรูปไว้ที่รากต้นไม้ เหมือนที่วัดมหาธาตุ จังหวัดอยุธยา พวกเขายืนยันว่า ลักษณะดังกล่าวแสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันร่ำรวยและเป็นอิสระของกัมพูชา ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ

 เขาเตือนว่า การเปรียบเทียบเช่นนี้อาจก่อให้เกิดความสับสน กระตุ้นความรู้สึกชาตินิยม และบิดเบือนประวัติศาสตร์
โสภานหากล่าวด้วยว่า อารยธรรมกัมพูชามีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นอิสระ  ตั้งแต่ยุคฟูนันในศตวรรษที่ 1-7 ต่อเนื่องมาถึงยุคเจนละ และถึงจุดสูงสุดในยุคนครวัด  กัมพูชาได้สร้างวัดโบราณ จารึก และศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางศาสนา วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมที่ก้าวหน้าของภูมิภาคนี้

พระพุทธศาสนาเข้ามาในกัมพูชาราวศตวรรษที่ 5 ผ่านการค้าทางทะเลกับอินเดีย วางรากฐานอิทธิพลทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มานาน ก่อนการเกิดขึ้นของอาณาจักรอยุธยาในศตวรรษที่ 14

เขากล่าวว่า ความคล้ายคลึงกันในงานศิลปะหรือประติมากรรมทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่ “การลอกเลียนแบบ”

โสภานหากล่าวว่า เศียรพระพุทธรูปที่วัดสวายจรม  ถูกค้นพบในปี 2562  ตั้งแต่นั้นมา สถานที่ดังกล่าวได้รับการทำความสะอาด จัดระเบียบใหม่

เขากล่าวว่า การกล่าวหาโดยปราศจากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เป็นการตีความทางอารมณ์มากกว่าการวิจัยที่มีพื้นฐานทางประวัติศาสตร์ เขาเรียกร้องให้สื่อในไทยหลีกเลี่ยงการรายงานข่าวที่อาจก่อให้เกิดความไม่พอใจ

ประวัติศาสตร์ควรส่งเสริมความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน ไม่ใช่ความขัดแย้ง” โสภานหากล่าว

จอต บุญทัง นักปรัชญาจากราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา กล่าวว่า แม้ว่าทั้งสองประเทศมักจะถกเถียงกันเรื่องมรดกทางวัฒนธรรม แต่การวิจัยของกัมพูชามีหลักฐานที่แข็งแกร่งกว่า  การปฏิบัติทางพุทธศาสนาเถรวาดที่คล้ายคลึงกัน อาจอธิบายถึงความคล้ายคลึงกันโดยบังเอิญในงานศิลปะทางศาสนา รวมถึงเศียรพระพุทธรูปที่ฝังอยู่กับรากไม้
ขณะที่ “เศียรพระในรากโพธิ์” ของวัดมหาธาตุ อยุธยานั้น ข้อมูลปรากฏว่า  ในช่วงการบูรณะวัดมหาธาตุเมื่อปี พ.ศ. 2511-2513

ในขณะนั้น นายช่างผู้ปฏิบัติงานได้นำเศียรพระที่พบบริเวณวัดมาตั้งวางไว้ใต้ต้นโพธิ์เล็กๆ ใกล้วิหารรายเพื่อความเรียบร้อย  แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี  ต้นโพธิ์ก็เจริญเติบโตขึ้นตามธรรมชาติ จนรากค่อยๆ แผ่เข้าปกคลุมแลโอบอุ้มเศียรพรไว้อย่างสวยงาม กลายเป็นภาพมหัศจรรย์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกในปัจจุบัน

วัดมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง ที่สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ. 1917 แต่ไม่แล้วเสร็จ เสด็จสวรรคตเสียก่อน และได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จในสมัย สมเด็จพระราเมศวร โดยได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระปรางค์ประธาน และอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ. 1927 ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา

ความสำคัญของวัดมหาธาตุนั้น นอกจากจะเป็นที่ประดิษฐานองค์พระบรมสารีริกธาตุแล้ว ยังถือเป็นวัดที่เป็นศูนย์กลางเมืองและเป็นสถานที่จัดพระราชพิธีต่าง ๆ ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ภายในวัด ส่วนพระสังฆราช ฝ่ายอรัญวาสีนั้น ประทับอยู่ที่วัดป่าแก้ว (วัดใหญ่ชัยมงคล) นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ ๆ พระศรีศิลป์และจมื่นศรีสรรักษ์ พร้อมคณะได้ซุ่มพลที่ปรางค์วัดมหาธาตุ ก่อนยกพลเข้าพระราชวังทางประตูมงคลสุนทร เพื่อจับกุมสมเด็จพระศรีเสาวภาคย์

ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ปรางค์ของวัดองค์เดิมที่สร้างด้วยศิลาแลง ยอดพระปรางค์ได้ทลายลงมาเกือบครึ่งองค์ถึงชั้นครุฑ  แต่จะด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ จึงยังมิได้ซ่อมแซมให้คืนดีดั้งเดิมในรัชกาลนั้น  ต่อมาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงบูรณะใหม่ รวมเป็นความสูง 25 วา เมื่อปี พ.ศ. 2176 และในสมัยสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ เมื่อปี พ.ศ. 2275 - 2301 จนถึงช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่2 วัดมหาธาตุโดนทำลายจนเหลือเพียงซากปรักหักพังและถูกทิ้งร้าง ต่อมายอดพระปรางค์ได้พังทลายลงมาอีกครั้งในรัชสมัยรัชกาลที่ 5

สิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจ คือ พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศบรรยายเอาไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

นอกจากนี้ ยังมีเจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

และมีวิหารเล็ก วิหารน้อย  ซึ่งมีรากไม้แผ่ขึ้นเกาะเต็มผนัง รากไม้ส่วนหนึ่งได้ล้อมเศียรพระพุทธรูปไว้ กลายเป็นภาพจำของคนทั่วโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้มาเที่ยวชมวัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไม่ขาดสาย

อย่างไรก็ตาม ความสวยงามนี้แฝงไปด้วยความกังวลในเชิงอนุรักษ์ เนื่องจากต้นโพธิ์มีการเจริญเติบโตทุกปี จากการเก็บสถิติและเปรียบเทียบภาพถ่ายเก่าช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา พบความเปลี่ยนแปลง พ.ศ. 2560-2561: รากต้นโพธิ์ขยายตัวห่อหุ้มพื้นที่เศียรพระเพิ่มขึ้นถึง 0.5-2.5 เซนติเมตร หากปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ในที่สุดรากโพธิ์จะห่อหุ้มเศียรพระจนมิดและหายลับไปจากสายตาผู้คน

เพื่อรักษาจุดหมายสำคัญนี้ไว้ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกับรุกขกรกรมป่าไม้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ โดยการใช้ "สารสังเคราะห์ควบคุมการเจริญเติบโต" ซึ่งจะเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของเซลล์พืช ผลลัพธ์คือ

1. ต้นโพธิ์จะหยุดการขยายขนาดชั่วคราวเป็นเวลา 4-6 เดือนต่อการฉีดหนึ่งครั้ง

2. ใบและกิ่งก้านยังคงเขียวสดใส แข็งแรงตามปกติ ไม่ยืนต้นตาย

3. ช่วยลดแรงกดทับของรากที่จะส่งผลเสียต่อตัวเศียรพระและโครงสร้างโบราณสถาน

ปัจจุบันต้นโพธิ์ประวัติศาสตร์นี้ยังคงแข็งแรงดี แม้จะผ่านวิกฤตน้ำท่วมใหญ่และยอดหักมาแล้ว ทั้งยังได้รับการการันตีคุณภาพด้วยรางวัล "รุกขมรดกของแผ่นดิน" เมื่อปี พ.ศ. 2561 ซึ่งทางอุทยานฯ ยืนยันว่าจะดูแลรักษาสมดุลระหว่าง "ธรรมชาติ" และ "โบราณวัตถุ" นี้ให้คงอยู่คู่เมืองอยุธยาต่อไปให้นานที่สุด
ใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวชม “แนวหน้า” ขอเชิญชวนให้ท่านไปชมกันได้ โดยเฉพาะในเวลาที่กระแสการถกเถียงระหว่างไทย-กัมพูชา กำลังร้อนแรง.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  

Breaking News

กุฉินารายณ์เดือด! แก๊งโจ๋ 10 รุม 1 สลบคางานหมอลำ-ตร.ล่าตัวกู้ภาพลักษณ์เมือง

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันอังคาร 17 มีนาคม 2569

ศึกตะวันออกกลางลามวิกฤต! สว.ชิบ ชี้ระบบสำรองน้ำมันไทยป่วยหนัก บี้รัฐเร่งอุดช่องโหว่

'อั้ม พัชราภา'หน้าเด็กสวยใสสะกดเวลา สมฉายาซุปตาร์เบอร์หนึ่งตลอดกาล

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved