วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569
“นนนี่” ควงสามีเคลียร์ดราม่า “ท้องก่อนแต่ง” เผย “แม่แอน สิเรียม” บอก “ท้องก็เลี้ยง” เล่าวิกฤตกินยาเกินขนาดเพราะป่วยซึมเศร้า ปมความเหงาในวัยเด็ก
“นนนี่ นนลนีย์” ลูกสาวคนสวยนางเอกระดับตำนาน “แอน สิเรียม” วันนี้อุ้มท้องมาเปิดใจครั้งแรก หลังควงแฟนหนุ่มนอกวงการแต่งงานสุดชื่นมื่น เผยสาเหตุโพสต์ตัดพ้อ รู้สึกไม่มีบ้าน หันไปไม่เจอใคร พร้อมเผยป่วยซึมเศร้าหนักมาก จนคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ
ตอนนี้อายุครรภ์เท่าไหร่?
นนนี่ : “6 เดือนกว่าๆ ค่ะ”
มารายการคุยแซ่บโชว์รายการแรก ทราบเพศแล้ว?
นนนี่ : “ได้ลูกสาวค่ะ หนูไม่ได้คิดว่าอยากได้ผู้หญิงหรือผู้ชาย ได้หมดเลยค่ะ ไม่ติดเลยค่ะ”
สามีล่ะ?
นนนี่ : “เหมือนกัน แต่ดูเหมือนเขาอยากได้ลูกสาวมากกว่า วันนี้เขาก็มาแต่ไม่ออกกล้อง เขินค่ะ (หัวเราะ)”
สามีชื่ออะไร?
นนนี่ : “คุณอาร์ค่ะ”
คุณอาร์อยากได้ลูกสาวเพราะอะไร?
อาร์ : “เราเป็นผู้ชายก็รู้นิสัยผู้ชาย คิดว่าถ้ามีลูกสาวน่าจะเลี้ยงง่ายกว่ามั้ง (หัวเราะ)”

ไปพบรักกันได้ยังไง?
นนนี่ : “จริงๆ เราสองคนทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ตอนนั้นนนนี่อยู่เชียงใหม่ อาร์อยู่สุวรรณภูมิ และเจอกันที่อบรมสัมมนาของบริษัทค่ะ ไม่มีใครจีบใครค่ะ เราเป็นเพื่อนกัน”
เริ่มสปาร์กกันตอนไหน?
นนนี่ : “เหมือนคุยกันไปเรื่อยๆ รู้สึกว่าถูกใจค่ะ”
ถูกใจอะไรในตัวคุณอาร์?
นนนี่ : “เขาเป็นคนซื่อๆ ขี้อายด้วยค่ะ”
จริงมั้ยอาร์?
นนนี่ : “เปล่า เราโดนหลอก (หัวเราะ)”
อาร์ : “ตามนั้นแหละครับ ผมตามเขาไม่ค่อยทันหรอกครับ (หัวเราะ)”
นนนี่ : “ไม่ (หัวเราะ) ต่างคนต่างตามกันไม่ทันไง”
อาร์ชอบนนนี่ตรงไหน?
อาร์ : “ชอบคนขาวครับ แล้วเขานิสัยดี ยิ้มง่ายตลอดเลย พูดอะไรก็ยิ้ม หัวเราะ เลยหลงเสน่ห์ครับ”
รักทางไกลส่งผลมั้ย?
นนนี่ : “มันก็ไม่ได้ไกลขนาดนั้น เดี๋ยวนี้ตั๋วเครื่องบินก็ชม.เดียวเอง”
บินหากันบ่อยมั้ย?
นนนี่ : “หนูก็ติดเขานะ หนูไปหาเขาแทบทุกอาทิตย์ เขามาเดือนละครั้ง ที่เหลือหนูบินไป ชม.เดียว ศุกร์-อาทิตย์”
บินไปบินมาจนวันนึงเกิดเหตุ วันที่เรารู้ว่าตั้งครรภ์?
นนนี่ : “ตอนนั้นย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเหมือนมีอะไรสักอย่างผิดปกติ ก็คิดว่าราท้องหรือเปล่า เราก็เลยตรวจ แค่นั้นเอง เริ่มกินเยอะ เริ่มโหย เหมือนอารมณ์แปรปรวน อารมณ์ไม่เหมือนเดิม ก็ตรวจ แต่ไม่ได้คิดว่าจะท้อง พอท้องก็ไม่ได้ตกใจมากนะคะ ก็บอกเขาเป็นคนแรกค่ะ”
อาร์รู้ว่านนนี่ท้อง รู้สึกยังไง?
อาร์ : “การที่มีเด็กคนนึงเกิดมาก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เราไม่ได้ทำอะไรผิด เขาท้อง เราก็ต้องรับผิดชอบในส่วนนั้นไป จริงๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกครับ เราอายุ 30 ไปแล้ว พร้อมเป็นคุณพ่อครับ”
ฝั่งแม่แอนว่าไงบ้าง?
นนนี่ : “แม่บอกว่าท้องก็เลี้ยง แค่นี้เลยค่ะ”
ตอนแรกพอรู้ว่าท้องจะไม่จัดงานแต่งยิ่งใหญ่อลังการ?
นนนี่ : “ต้องเข้าใจก่อนว่า พอเราท้องแล้วพอเราจัดงานแต่งงาน ถ้าเป็นตัวเราเองมันก็สนุกได้ไม่เต็มที่เนอะ เราก็ยังรับแขกได้ไม่เต็มที่ ไม่สามารถใส่ส้นสูงเต็มที่อะไรขนาดนั้น ดื่มก็ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่จัดดีมั้ย แต่พอผู้ใหญ่สองฝั่งมานั่งคุยกัน เขาอยากให้จัด ก็ไม่ได้เป็นงานที่ใหญ่ขนาดนั้น บรรยากาศก็อบอุ่น ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนแม่ งานเป็นสไตล์เรียบง่าย เพื่อนแม่ พี่ป้าน้าอามาช่วยกันร้องเพลง เป็นงานเล็กๆ ค่ะ“
พอปล่อยภาพแต่งงานออกไป นนนี่ก็บอกเลยว่าตัวเองท้องได้ 4 เดือนแล้ว?
นนนี่ : “ก็ต้องบอกแล้วล่ะ เพราะมันขึ้นมาเยอะมาก คนก็ดูรู้อยู่แล้ว เราไม่ได้มีเหตุผลต้องปิดบังอะไร ยังไงก็ต้องรู้อยู่แล้ว”
ได้ปรึกษาแม่แอนก่อนมั้ย?
นนนี่ : “ไม่ได้ปรึกษาค่ะ ตัดสินใจเองเลย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรด้วยค่ะ”
.jpg)
มีกระแสอะไรกลับมามั้ย?
นนนี่ : “หนูโดนดีเอ็มด่าว่าท้องก่อนแต่ง หน้าไม่อายเหรอ หนูก็โดนเหมือนกัน เราก็ตอบว่าไม่ได้ผิดนี่ แล้วยังไง เมื่อก่อนไม่เคยตอบเลยเรื่องนี้ แต่วันนึงอยู่ในจุดที่ไม่อยากทนแล้ว ทำไมมีคนมาด่าเราฟรีๆ ตลอดเลย แต่ก็เป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่คอมเมนต์ในทางบวก เราก็รับพลังบวกดีกว่า”
หลังแต่งปุ๊บ คนส่องไอจีนนนี่ พอแต่งแล้วรูปคู่กับอาร์หายไปไหนหมดเลย?
นนนี่ : “มีคนเอาไปลงว่าเตียงหัก เลยแก้ข่าวว่าเตียงเราไม่ได้หัก เตียงเราสั่น (หัวเราะ)”
เกิดอะไรขึ้น?
นนนี่ : “เรื่องทะเลาะที่ไร้สาระมาก แล้วก็เป็นเรื่องเล็กมากด้วยนะ จนหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร หนูไม่ได้ลบด้วยนะ หนูแค่ซ่อนเฉยๆ อาร์เขามีอินสตาแกรมที่เป็นแอ็กหลุม เอาไว้ส่องหนูคนเดียว เขาเห็นว่ารูปคู่หาย เขาก็บอกว่าทำไมต้องเอารูปคู่ออกด้วย แค่นั้นเอง เราก็ตอบว่าไม่อยากเก็บ (หัวเราะ) ก็งอนกันนั่นแหละ”
งอนนานมั้ย?
นนนี่ : “ไม่นานค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อ ปกติก็ผลัดกันง้อ รอบนี้ที่รูปหายก็จำไม่ได้แล้ว คิดว่าเป็นทุกคนนะที่งอนกัน”

รูปที่ซ่อนไว้ เอากลับมาหรือยัง?
นนนี่ : “กลับมานานแล้วค่ะ ไปส่องได้เลยปกติค่ะ”
โพสต์ตัดพ้อเหมือนกัน ล่าสุดบอกว่าไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่าบ้านเลย มันเกิดอะไรขึ้น?
นนนี่ : “เป็นอารมณ์น้อยใจ หนูก็ตอบไม่ได้ว่าจากฮอร์โมนหรือเปล่า อารมณ์นี้ก่อนท้องไม่มีค่ะ เราอยากระบายแต่ไม่รู้จะระบายกับใคร เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทำไมเราไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น เราก็เห็นคนโพสต์ไอจีกันเยอะแยะนี่นา ทำไมเราจะโพสต์ไม่ได้ คิดว่าพอลูกคลอดคงไม่ได้มีเวลามาโพสต์แล้วล่ะ ก็ขอโพสต์สัก 5 อันได้มั้ย แล้วจะไม่โพสต์แล้ว”
สามีเห็นภรรยาโพสต์แบบนี้ ให้กำลังใจกันยังไง?
อาร์ : “นนเขาเป็นคนที่ถ้าเขาโกรธ เขาจะไม่ค่อยบอก จะเก็บไว้คนเดียว เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ต้องรอให้มันหายไปเอง ถึงมาคุย เขาถึงจะเปิดว่าเป็นแบบนี้ๆ นอนกรนบ้างอะไรบ้าง เยอะแยะไปหมด มันก็หลายเรื่อง ผมคิดว่าเป็ฯฮอร์โมนคนท้องด้วยแหละ ก่อนท้องยิ้มง่ายมาก พูดอะไรก็ยิ้ม พอท้องปุ๊บเปลี่ยนเลย หน้ามือเป็นหลังมือ”
นนนี่ : “พอแล้วๆ”
อาร์ : “ผมหายใจก็ผิด (หัวเราะ)”
พอเจอข้อความแบบนี้อยากบล็อกภรรยามั้ย?
อาร์ : “ไม่เลยครับ ไม่คิดจะบล็อกภรรยาเลย ผมเข้าใจ”
ต้องระวังภาวะหลังคลอด มาม่าบลูอีก?
นนนี่ : “ยังมีอีกเหรอคะ”
สาเหตุที่โพสต์ตัดพ้อยาวๆ เป็นเพราะก่อนหน้านั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้าด้วย?
นนนี่ : “ใช่ค่ะ ต้องเท้าความก่อนว่านนนี่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามาประมาณ 4-5 ปีแล้ว อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดมากนะคะ ห้ามทำเด็ดขาด การกินยาไม่สม่ำเสมอ ต้องกินยาให้สม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ และต้องไปพบแพทย์ตามนัดตลอด ด้วยความที่เราอยู่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯไปๆ มาๆ ต้องยอมรับว่าก่อนท้อง เราใช้ชีวิตเต็มที่เต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ทำให้เราละเลยการกินยา การพบแพทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี เราควรไปตลอด กินยาให้สม่ำเสมอ พอผ่านไปเรื่อยๆ เราไม่ได้ดีขึ้น อาการเริ่มดิ่งลงๆๆ”

ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเราแปลกๆ ต้องพบแพทย์?
นนนี่ : “รู้สึกว่าไม่อยากทำอะไรเลย อยู่ดีๆ ก็เบื่อทุกอย่าง อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุอะไรเลย นอนไม่หลับเลยค่ะ ก็เริ่มไปหาหมอ แต่ไปหาหมอไม่ปะติดปะต่อด้วย เปลี่ยนรพ.ไปเรื่อยๆจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเรื่องที่รู้สึกผิด เราไม่สบายก็ไปหาหมอ จะป่วยกายหรือป่วยใจก็ป่วยอยู่ดี ไปหาหมอดีกว่า”
การไม่ได้ไปหาหมอต่อเนื่อง ถึงขั้นทำให้เราทำร้ายร่างกาย?
นนนี่ : “ด้วยความที่แย่มาก ตอนไปหาหมอ หมอพูดว่านนนี่ไม่มีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ เลยทำให้มันเคว้ง พอเคว้งมันก็ดิ่ง อาการแย่ลงๆ ถึงจุดที่เราคิดสั้นด้วย แต่เป็นการกระทำที่ไม่ควรอย่างมาก”
ลงมือไปแล้วด้วย?
นนนี่ : “ใช่ค่ะ ตอนนั้นเราไม่รู้เรากินยาเกินขนาด เรากินยาที่มีเข้าไปหมดเลย กินจนค่าตับปาเข้าไป 3-4 พัน ต้องนอนแอดมิตเป็นอาทิตย์ค่ะ”
รอดได้ยังไง?
นนนี่ : “คุยกับแฟนนี่แหละ เขารู้สึกว่ามันไม่ได้ปกติ เขารู้สึกว่าเราน่าจะดาวน์หรือเปล่า เขาเรียก 1669 ไปตามขั้นตอน ล้างท้อง อยู่ไอซียู เรารู้ทุกอย่าง แต่มันขยับไม่ได้ รู้ทุกอย่างว่าเขาล้างท้อง ทำอะไรเกิดขึ้น แล้วอย่าทำเลย ไม่เวิร์ก วิธีล้างท้องเขาใส่สายสอดเข้าไปในจมูกถึงกระเพาะ เอาชาโคลสูบขึ้นมา เราต้องคาสายเอาไว้เป็นวันข้ามคืน มันทรมาน ไม่สบายตัวเลย และเจ็บค่ะ”
พอล้างท้องเสร็จแล้ว?
นนนี่ : “ต้องอยู่ไอซียู หมดค่ารักษาเป็นแสน ก็เป็นบทเรียน ไม่ทำแล้ว เจอค่ารักษาหายเลย (หัวเราะ) มันไม่ดีเลย จริงๆ เข้าใจแหละทุกคนต้องมีช่วงเวลาอ่อนแอ เราเป็นหนึ่งในคนที่ไม่รู้จะหาทางออกยังไงด้วย”
วินาทีที่รู้ว่านนนี่ทำแบบนี้ ส่งรพ.รู้สึกยังไง?
อาร์ : “เป็นห่วงมากเลยครับ ตอนนั้นเขาอยู่เชียงใหม่คนเดียว ผมอยู่กรุงเทพฯ เราอยากไปหาเดี๋ยวนั้นเลย แต่คงเป็นไปไม่ได้ ก็บอกให้เขาใจเย็นๆ ก่อน โทรเรียก 1669 ให้เขาพานนไปรพ.ให้ไวที่สุด ตอนแรกนนจะไม่ไปด้วย อาจด้วยภาวะซึมเศร้าหรือเปล่า สุดท้ายแล้วพูดไปพูดมากล่อมได้ ก็เลยสามารถพาไปได้ ณ ตอนนั้นผมก็ดิ่งเหมือนกัน ทำอะไรไม่ถูกเลยตอนนั้น”
นนนี่ : “เชื่อมั้ยเขาจับผิดอะไรถูกทุกอย่างเลย น่ากลัวมากเลย”
.jpg)
ถ้าไม่รู้สึกว่าแฟนตัวเองผิดปกติ เราอาจไม่ได้นั่งคุยอยู่ตรงนี้ก็ได้อาร์ให้กำลังใจนนนี่ยังไง?
อาร์ : “บอกว่าเราต้องตั้งสติ ใจเย็นๆ มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว ให้หาคนปรึกษา คนคุย คนที่ไว้ใจได้ เพราะถ้าคุณเก็บไว้คนเดียว แน่นอนแหละ เหมือนแบกโลกทั้งใบ”
นนนี่ : “หนูมีอะไรจะไม่พูด ชอบเก็บไว้คนเดียว”
พอรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น คุณแม่ได้พูดอะไรมั้ย?
นนนี่ : “เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกับหนู หนูว่าเขาก็คงเสียใจ คนเป็นแม่ก็คงเสียใจทุกคน เขาก็เลยคุยกับอาร์แทน”
เขาอัปเดตอะไรกับอาร์ ตอนลูกสาวอยู่ไอซียู?
อาร์ : “คุณแม่เขาเป็นห่วงมากเลยครับ โห คนเป็นแม่เนอะ ไม่มีใครอยากเห็นลูกเข้าไอซียูหรอกครับ เขาก็เสียใจ เหมือนทำอะไรไม่ถูกตอนนั้น เหตุการณ์นี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่แม่ก็โอเค เขาติดภารกิจ ติดงาน ไม่สามารถมาดูได้จริงๆ ผมก็เลยไปดูแทน อย่างน้อยเขาจะได้อุ่นใจว่ายังมีคนดูแลเขาอยู่ หลังจากนั้นก็คีฟคอนแทคกันมาตลอดเลย”
นนนี่ : “เพราะส่วนใหญ่ถ้าเป็นแม่ลูกคุยกันจะชอบตีกัน”
เขาเป็นห่วงเรามาก แค่ไม่ได้เดินมาบอกเราตรงๆ พอได้ฟังรู้สึกยังไง?
นนนี่ : “หนูรู้อยู่แล้วว่าแม่ก็ต้องเป็นห่วงลูกทุกคน แม่ก็รักลูกทุกคน หนูก็รักแม่เหมือนกัน แต่ว่าบางทีการสื่อสารของเรา มันเหมือนคุยกันได้สองสามคำก็ชอบตีกัน (หัวเราะ) มันเริ่มเป็นตั้งแต่อายุ 14-15 ค่ะ”
ตอนนี้อาการทุกอย่างเป็นปกติหรือยัง?
นนนี่ : “มันก็อาจมีผลข้างเคียงในอนาคต ซึ่งร่างกายเราไม่รู้หรอกเพราะในนั้นได้รับสารพิษต่อให้ได้รับการล้างท้อง แต่เอฟเฟกต์ก็คงอยู่แหละ”
โรคซึมเศร้าไม่ได้หายขาด?
นนนี่ : “ต้องใช้เวลารักษานาน เราชอบคิดว่าดีแล้ว นนนี่กินยาวันละ 5-6 เม็ด พอท้องกินอะไรก็อยากอ้วก เราไม่อยากกิน ยานอนหลับก็พยายามไม่กินแล้ว เขาจะบอกว่าถ้านอนไม่หลับจริงๆ ค่อยกินนะ ตอนนี้ลูกเราเริ่มดิ้นแล้ว พอเรากินยาลูกเราไม่ดิ้น เราใจหาย เพราะตัวยาที่กินค่อนข้างแรง เรากินเรายังเบลอเลย”

นนนี่สงสัยว่าเป็นจุดกำเนิดของโรคซึมเศร้าหรือเปล่า เป็นเพราะปมในวัยเด็ก?
นนนี่ : “ที่คุยกับหมอ มันก็ค่อนข้างเกี่ยว กว่าจะป่วยเป็นซึมเศร้าได้ ไม่ใช่ 2-3 วันเป็นเลย มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะสมมา 25 ปี ทำให้เป็นโรคซึมเศร้า”
ปมนั้นคืออะไร?
นนนี่ : “เรารู้สึกว่าเราเหงา เราเคว้ง หันไปแล้วไม่มีใครเลย ไม่รู้จะคุยกับใคร ช่วงเด็กๆ แม่ทำงานเยอะค่ะ มันสะสมมาหลายปีค่ะ”
พอมองย้อนกลับไป เราเข้าใจ?
นนนี่ : “เราเข้าใจ แต่ไม่ใช่เราไม่รู้สึกอะไรเลย แต่เราก็เข้าใจว่าถ้าไม่ทำงานจะเอาเงินที่ไหนใช้ ค่าเรียน ค่าเลี้ยงดู ค่าโน่นค่านี่ เขายิ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวก็ยิ่งต้องทำงานหนัก 2-3 เท่าอีก พอโตมาเราก็เข้าใจ แต่ตอนนั้น 5-6 ขวบ เราก็รู้สึกว่าเงินไม่ได้สำคัญ เราอยากได้เวลา อยากมีเพื่อนเล่น อยากมีเพื่อนคุย อยากไปโน่นไปนี่ แต่เราไม่มี เราก็เหงา”
เข้าใจแม่ช่วงไหน?
นนนี่ : “ประมาณ 20 กว่าๆ”
สิ่งที่ขาดไปตอนเด็ก ก็ส่งผลตอนโต ตอนนี้เราเป็นแม่แล้ว จะชดเชยอะไร?
นนนี่ : “อะไรที่เราขาดไป ก็ไม่อยากให้ลูกขาด รู้สึกว่าขาดเวลา ก็จะมีเวลาให้ลูก”
วางแผนการเลี้ยงยังไง?
นนนี่ : “จริงๆ ไม่มีแผนอะไรเลย ไม่เคยมีลูก ยากจัง (หัวเราะ)”
เชื่อว่าแม่ได้ดูเทปนี้ มีอะไรอยากบอกแม่?
นนนี่ : “เชื่อแล้วค่ะว่าเป็นแม่เหนื่อยมากเลย (หัวเราะ) ขนาดยังไม่คลอดออกมา อะไรที่หนูทำผิดพลาดไป หนูขอโทษนะคะ หนูขออย่าให้ลูกดื้อเหมือนหนูเลย (หัวเราะ) เขาพูดเสมอว่าทำอะไรไว้กับฉัน เดี๋ยวรอดูนะ (หัวเราะ)”
ช่วงวัยเด็ก ความดื้อกับแม่ ขนาดไหน?
นนนี่ : “ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าดื้อเงียบ จะไม่พูด ไม่แสดงออก แต่ไม่ทำ จะเดาไม่ถูกกัน แม่ไม่เคยตีเลยนะคะ แม่ใจดีมาก”
อายุ 20 กว่าถึงคุยกันรู้เรื่อง?
นนนี่ : “เป็นช่วงที่ไปเรียนที่อังกฤษด้วย แม่ก็จะมาหา มาอยู่ด้วย เวลาไปไหนก็เหมือนเพื่อนกัน ไปช้อปปิ้ง ไปกินข้าว ไปดื่ม ไปดริ๊งค์”
แม่ลูกไม่เคยคุยกันดีๆ เลย เคยทะเลาะหนักสุด ไม่คุยกันนานมั้ย?
นนนี่ : “เป็นเดือนค่ะ จำเรื่องราวไม่ได้แล้ว คงพูดกันไม่เข้าหูนี่แหละ ไม่มีใครง้อใคร อยู่ดีๆ ก็กลับมาคุยกันเอง หนูก็ไม่ง้อ เขาก็ไม่ง้อ มีแต่คนบอกเรานิสัยเหมือนกัน ถึงไม่พูดแต่เราก็รัก ไม่จำเป็นต้องพูด แต่ก็รู้ว่ารัก”
ท้อง 6 เดือนแล้ว ได้ปรึกษาแม่แอนมั้ย?
นนนี่ : “ไม่มีเลยค่ะ เขาบอกเขาลืมแล้วค่ะ มัน 30 ปีแล้ว เขาพูดประโยคนี้ประโยคเดียวเลย หนูเลยไม่พูดอะไรต่ออีกเลย เขาบอกจำไม่ได้แล้ว มันนานไป (หัวเราะ)”
.jpg)
ท้องนี้ต้องสู้กับอาการเจ็บป่วยหนักมาก มีปวดหัวไมเกรนด้วย?
นนนี่ : “อาการปวดหัวไมเกรนเพิ่งเป็นตอนท้อง ไม่เคยเป็นเลยค่ะ หนูไปหาหมอหลายรอบมาก ไปทุกอาทิตย์เลย สามวันไปที เขาก็ตอบไม่ได้ ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนให้ แต่ที่แน่ๆ มันกินยาไม่ได้ ฉีดยาไม่ได้ ที่ทำได้แล้วดีขึ้นเลยคือฝังเข็ม หายเลยค่ะ”
เวลาเป็นปีก็ฝังเข็ม?
นนนี่ : “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ได้เป็นแล้ว เปลี่ยนมาเป็นปลายประสาทอักเสบแทน เวลาเดินจะเจ็บช่วงอุ้งเชิงกราน มันไม่ถึงกับเดินไม่ได้ แต่เดินแล้วเจ็บ เลยทำให้ไม่อยากเดิน”
ถ้าฝืนเดิน มีอันตรายมั้ย?
นนนี่ : “มีแย่ไปกว่านั้น มีภาวะรกเกาะต่ำ ซึ่งเขาไม่ให้เดินเยอะด้วย มันเยอะมาก (หัวเราะ)”
โรคปลายประสาทอักเสบเกิดจากอะไร?
นนนี่ : “เขาก็ไม่ได้บอก พอท้องใหญ่ขึ้น อาจไปกดทับเส้นประสาทหรือเปล่า ตอนนี้เดินแล้วเจ็บแปร๊บขึ้นมา แล้วมันร้าว เป็นตอน 2-3 อาทิตย์หลังค่ะ”
สามีดูแลยังไง?
อาร์ : “เราไม่ใช่หมอเนอะ พาไปรพ.อย่างเดียวเลย บางทีเห็นแล้วก็อยากช่วย แต่ทำอะไรไม่ได้ เราไม่รู้จริงๆ ว่าเกิดจากอะไร ต้องให้หมอดูให้”
นนนี่ : “เปลี่ยนมา 4 หมอ”
ต้องมีรถเข็นมั้ย?
นนนี่ : “อย่าเลย เรายังชอบเดินอยู่ ใช้รถเข็นก็ลำบากอยู่นะ”
เดี๋ยวท้องใหญ่ขึ้น มันก็อาจเป็นทางเลือกที่ดี?
นนนี่ : “เราไม่อยากนั่งรถเข็น เราอยากเดิน ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันแล้วกัน”
คุณหมอให้ดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ย?
นนนี่ : “เขาไม่ให้ทำงานหนัก ไม่ให้ออกกำลังกาย งดอะไรที่ใช้ร่างกายเยอะๆ ขับรถเจ็บ พอเราเกร็งเท้าปุ๊บมันจะจี๊ดขึ้นมา”
เบรกงานแล้ว?
นนนี่ : “ลาหยุดค่ะ”
มีภาวะรกเกาะต่ำด้วย ส่งผลอะไรบ้าง?
นนนี่ : “เห็นหมอบอกว่าต้องผ่าคลอด ไม่ให้เดินเยอะค่ะ ไม่ได้แพลนจะคลอดเองค่ะ กลัว (หัวเราะ) จะผ่าอยู่แล้ว ไม่มีดูฤกษ์ เอาเป็นฤกษ์ที่ลูกอยากออกมาเลย มาตอนไหนก็ตอนนั้นเลยค่ะ เราไม่มูเลย แฟนก็ไม่มูเหมือนกัน เอาที่สะดวกค่ะ ส่วนสาเหตุเกิดจากอะไร เชื่อว่าแชต GPT ต้องมีคำตอบค่ะ”
มีเตรียมใจขนาดไหนใกล้คลอดแล้ว?
นนนี่ : “สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แต่หลายคนพูดว่าเหนื่อยแน่ๆ ก็แพลนเลี้ยงกันเอง มีแม่อาร์ช่วยเลี้ยง”
พุฒ : “ตอนแรกเราอยากเห็นทุกพัฒนาการของลูก เราอยากเลี้ยงเอง พอกลับไปอยู่บ้านเท่านั้นแหละ ที่รักเราหาพี่เลี้ยงเถอะ ไม่งั้นจะเป็นเราสองคนที่ตีกัน (หัวเราะ)”
นนนี่ : “เพื่อนหนูมีลูกก่อนหนู อายุเท่าๆ กัน ก็ไม่แพลนที่จะเลี้ยงเองเลย จ้างพี่เลี้ยงตั้งแต่อีก 3 เดือนคลอด แล้วเตือนเลยว่าต้องจ้าง ก็รอก่อน ถ้าไม่เวิร์กก็ค่อยว่ากัน”
ชื่อใครคิด?
นนนี่ : “ช่วยๆ กันคิดค่ะ ชื่อเล่นมีชื่อเดียวเลย ชื่อจริงก็ยากมากเลย ให้คุณยายเป็นคนตั้ง แต่เราปัดตกไปหลายทีแล้ว”
ชื่อเล่นช่วยคิดมั้ย?
อาร์ : “ผมชื่ออาร์ แม่ชื่อแอน ตระกูลนนเขาตระกูล อ. หมดเลย ก็เลย เป็น อ. นี่แหละ อัยย์มาเป็นชื่อแรกเลย และผ่านเลย”
นนนี่ : “จริงๆ อยากมีลูกสองคน อยากได้ผู้ชาย บ้านผู้หญิงเยอะแล้ว”
อาร์ : “ผมไม่ติดเลย ผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ดีครับ”
มีอะไรอยากบอกสามี?
นนนี่ : “อยากบอกว่ารักทุกวัน บางทีอาจงี่เง่าไปบ้าง ขี้งอนไปบ้าง เหวี่ยงบ้าง โมโหบ้าง แต่ก็รักค่ะ อยากบอกว่าเขาก็เป็นผู้ชายที่ดีที่สุดที่เข้ามาในชีวิตเรา”
อยากบอกอะไรคุณภรรยา?
อาร์ : “รักเสมอครับ รักไม่เปลี่ยนแปลง เป็นเหมือนวันแรกที่เจอกัน ยันวันสุดท้ายของชีวิตครับ”
นนนี่ : “(ยิ้มหวานกอดสามี)”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี