533.jpg
สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

สิริมงคล ‘สงกรานต์’ กรุงเทพมหานคร พระพุทธ พระธาตุ และเทพนพเคราะห์

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

กรมศิลปากร ขอเชิญพุทธศาสนิกชนและผู้สนใจร่วมกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 14 เมษายน 2569 เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จัดกิจกรรมสรงน้ำพระธาตุและเทวดานพเคราะห์เป็นประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่ไทย โดยอัญเชิญ “พระธาตุในพระกรัณฑ์” ซึ่งเดิมประดิษฐานในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปองค์สำคัญที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยเทวดานพเคราะห์ 9 องค์ ผู้เป็นเจ้าเรือนชะตามนุษย์ทุกคนตั้งแต่เกิดจนตาย ตามความเชื่อโบราณ มาให้ประชาชนได้สักการบูชาและสรงน้ำขอพร
เนื่องด้วยในสมัยโบราณ คนไทยมักไม่นิยมนับอายุตามวันเกิด แต่จะนับตามการเถลิงศักราชใหม่ในช่วงปีใหม่ไทยคือ สงกรานต์ หากปีใดมีความป่วยไข้ หรือทราบว่าถึงเวลาเปลี่ยนทักษา โดยเฉพาะเจ้านายก็จะขึ้นเกยส่งเทวดาเก่ารับเทวดาใหม่ ด้วยเชื่อว่าจะนำพาสิริมงคลมาพร้อมกับศักราชใหม่


ในสมัยโบราณ 'พุทธศาสนา นิกายมหายาน' เชื่อว่า ดาวนพเคราะห์ หรือ ดวงดาวทั้ง 9 ดวง คือ พระพุทธเจ้าทั้ง 7 และพระโพธิ์สัตว์ 2 พระองค์ ที่จะดูแลดวงชะตาชีวิตเรา ดวงดาวทั้ง 9 ดวงจึงเปรียบเสมือน 'เทวดานพเคราะห์' ผู้ครองเรือนชะตาของมนุษย์

การมีโอกาสสรงน้ำหรือบูชาดวงดาวทั้ง 9 หรือ เทวดานพเคราะห์ ก็เพื่อให้ชีวิตของเราอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข เจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดจากภัยอันตรายทั้งปวงตลอดปี

อานิสงส์ผลบุญแห่งการสรงน้ำบูชา 'เทวดานพเคราะห์' นอกจากผู้บูชาที่จะได้รับแล้ว ยังสามารถส่งต่อไปให้ถึงบิดามารดาญาติมิตรทั้งหลายทั้งปวงด้วย เป็นการเสริมกำลังใจและความสุขทางใจวิธีหนึ่งเทวดานพเคราะห์ทั้ง 9 องค์ ที่จะอัญเชิญออกมาให้ประชาชนได้สรงน้ำนี้  เป็นประติมากรรมจำลองที่กรมศิลปากรจัดสร้างตามแบบเทวรูปในสมุดไทย เพื่อให้ประชาชนสักการะเสริมสิริมงคลตามดวงชะตา อันประกอบไปด้วย

1) พระอาทิตย์

พระอิศวรทรงใช้ราชสีห์ 6 ตัว ป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ก่อเกิดเป็น “พระอาทิตย์” เทพนพเคราะห์ที่มีอำนาจเหนือกว่าเทพนพเคราะห์ทั้งปวง ลักษณะเป็นบุรุษมีผิวกาย สีแดง ทรงราชสีห์เป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มักมีอารมณ์รุนแรง ตัดสินใจไว เฉียบขาด รักอิสระ แต่ซื่อสัตย์  เป็นมิตรกับพระพฤหัสบดี และเป็นศัตรูกับพระอังคาร สัญลักษณ์เลข 1 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 6

2) พระจันทร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเทพธิดา 15 นาง บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล พรมด้วยน้ำอมฤตได้เป็นเทพ พระจันทร์ บุรุษรูปงาม มีสีผิวกายขาวนวล ทรงอาชา (ม้า) เป็นพาหนะ  ประจำอยู่ทิศตะวันออก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มีอารมณ์อ่อนโยน เพ้อฝัน รวนเร และอาจมีเล่ห์เหลี่ยมมาก  พระจันทร์เป็นมิตรกับพระพุธ และเป็นศัตรูกับพระพฤหัสบดี  สัญลักษณ์เลข 2  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 15

3) พระอังคาร

พระอิศวรทรงสร้างจากกระบือ 8 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อด้วยผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระอังคาร ผิวสีทองแดง ทรงกระบือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีอารมณ์มุทะลุ ตึงตัง ชอบใช้กำลัง ใจร้อน  เป็นมิตรกับพระศุกร์ และเป็นศัตรูกับพระอาทิตย์  สัญลักษณ์เลข 3  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 8

4) พระพุธ

พระอิศวรทรงใช้ช้าง 17 เชือก บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีเขียวใบไม้ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เทพ พระพุทธ ผิวกายสีเขียว ทรงช้างเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศใต้ เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ ชอบพูดชอบเจรจา สุขุมรอบคอบ แต่ตื่นกลัวง่าย  เป็นมิตรกับพระจันทร์ และเป็นศัตรูกับพระราหู  สัญลักษณ์เลข 4  มีกำลังพระเคราะห์เป็น 17

5) พระพฤหัสบดี

พระอิศวรทรงสร้างจากฤษี 19 ตน บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีส้มแดง พรมด้วยน้ำอมฤต ได้เป็น พระพฤหัสบดี ผิวกายสีส้มแดง ทรงกวางเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตก เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ มักทำอะไรด้วยความระมัดระวัง สุขุม รอบคอบ เมตตาปรานีต่อผู้อื่น  เป็นมิตรกับพระอาทิตย์ และเป็นศัตรูกับพระจันทร์  สัญลักษณ์เลข 5 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 19 เป็นครูของเทพทั้งหลาย จึงนิยมทำพิธีไหว้ครูในวันพฤหัสบดี

6) พระศุกร์

พระอิศวรทรงสร้างจากโค 21 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีฟ้าอ่อน พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระศุกร์ เทพผิวกายสีฟ้า ทรงโคเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศเหนือ  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทศุภเคราะห์ กิริยาน่ารัก อ่อนหวาน ชอบงานศิลปะทุกประเภท  เป็นมิตรกับพระอังคารและเป็นศัตรูกับพระเสาร์  สัญลักษณ์เลข 6 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 21พระศุกร์เป็นครูของเหล่ายักษ์

7) พระเสาร์
พระอิศวรทรงสร้างจากเสือ 10 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีดำ พรมด้วยน้ำอมฤต ได้ พระเสาร์ เทพผิวกายดำคล้ำแดง ทรงเสือเป็นพาหนะ ประจำอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ มีกิริยาดุดัน แข็งแรง กล้าได้กล้าเสีย บุคลิกเคร่งขรึม เป็นมิตรกับพระราหูและเป็นศัตรูกับพระศุกร์  สัญลักษณ์เลข 7 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 10

8) พระราหู

พระอิศวรทรงสร้างจากหัวกะโหลก 12 หัว (บางตำราว่าผีโขมด 12 ตัว) บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีทอง พรมด้วยน้ำอมฤต เกิดเป็น พระราหู กายสีนิลออกไปทางทองแดง ทรงครุฑเป็นพาหนะ มีวิมานสีนิลอยู่ในอากาศ ประจำอยู่ทิศตะวันตก  เป็นเทพนพเคราะห์ประเภทบาปเคราะห์ ให้ผลในทาง ลุ่มหลงมัวเมา  เป็นมิตรกับพระเสาร์และเป็นศัตรูกับพระพุธ  สัญลักษณ์เลข 8 มีกำลังพระเคราะห์เป็น 12

9) พระเกตุ

พระอิศวรทรงสร้างจากพญานาค 9 ตัว กายสีทองคำ ทรงนาคเป็นพาหนะ มีวิมานสีดอกบุษบา (เปลวไฟ) บ้างว่า พระเกตุ เกิดจากส่วนหางของ ‘พระราหู’ ซึ่งขโมยดื่มน้ำอมฤต พระอินทร์โกรธจึงขว้างจักรตัดเอวขาด ด้วยอำนาจแห่งน้ำอมฤตทำให้พระราหูไม่ตาย หางที่ขาดนั้นกลายเป็นพระเกตุ ซึ่งจะไม่เสวยอายุโดยตรง แต่จะเข้าแทรกเพื่อบรรเทาเรื่องร้ายและส่งเสริมในเรื่องดี สัญลักษณ์คือเลข 9

ส่วน “พระธาตุ 23 องค์” นั้น  ประดิษฐานในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.2 เซนติเมตร สูง 3.5 เซนติเมตร เป็นภาชนะทองคำทรงโกศยอดปริกขนาดเล็ก ภายในประดิษฐานพระธาตุ 23 องค์

เดิมทีพระกรัณฑ์นี้ อยู่ในก้านพระรัศมีของ “พระพุทธสิหิงค์” ซึ่งประดิษฐานที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พระราชวังบวรสถานมงคล หรือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบัน

ความเป็นมาของ พระธาตุ 23 องค์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด อาจมีการประดิษฐานไว้ในพระเศียรพระพุทธสิหิงค์มาก่อน แล้วจึงมีการสร้างพระกรัณฑ์ทองคำลงยาถวายภายหลัง หรือเป็นการประดิษฐานในภายหลังทั้งหมดก็เป็นได้

 

การจำหลักลายแล้วลงยาสีที่รู้จักกันในชื่อ 'การลงยา' นั้น ปรากฏหลักฐานการใช้งานมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา แต่เนื่องจากลวดลายที่ปรากฏ รวมทั้งสีและเทคนิคในการลงยา สันนิษฐานว่าอาจจะทำขึ้นในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
 

“แนวหน้า” จึงขอเชิญชวนทุกท่าน รับสิริมงคลสงกรานต์ปีนี้ ด้วยการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ ได้ตามอัธยาศัย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top