วันจันทร์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เป็นประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโซเชียล เมื่ออินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดัง "มิ้วกี้ ไปรยา" ออกมาเปิดใจถึงมรสุมชีวิตตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องหลังภาพลักษณ์ที่หรูหรา กลับเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและการสูญเสียชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด
‘มิ้วกี้’เผยว่า จุดเริ่มต้นของบาดแผลครั้งใหญ่คือการจบความสัมพันธ์ 10 ปีกับอดีตสามี ซึ่งไม่ได้สวยงามอย่างที่หน้ากล้องนำเสนอ โดยเธอตัดสินใจทำข้อตกลงที่ยอม "เสียสละทรัพย์สินแทบทั้งหมด"เพื่อแลกกับสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตนั่นคือ "สิทธิ์การดูแลน้องกาเนสแต่เพียงผู้เดียว" ยอมยกธุรกิจและร้านค้าที่สร้างมากับมือให้อีกฝ่าย รถยนต์หรู 2 คันต้องปล่อยไป เหลือเพียงบ้าน 1 หลังเท่านั้นและเธอยังสารภาพว่าทุกวันนี้ยังไม่กล้าขับรถผ่านร้านเก่าของตัวเอง เพราะมองไปทีไรก็ใจหายจนทำใจไม่ได้ซึ่งสภาพจิตใจพังทลายฝันร้ายและการใช้ชีวิตในความมืดไม่ได้ส่งผลให้ความเครียดสะสมส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง น้ำหนักของเธอลดฮวบกว่า 10 กิโลกรัม และต้องเผชิญกับภาวะทางจิตใจที่บอบช้ำหนัก
"หนูต้องเปิดไฟนอนติดต่อกันเป็นปีๆ เพราะไม่สามารถอยู่กับความมืดได้ และต้องสู้กับฝันร้ายซ้ำๆ ทุกคืน โดยที่บอกใครไม่ได้แม้แต่คนในครอบครัว"
ในวันที่ชีวิตพุ่งถึงขีดสุด ‘มิ้วกี้’คือตัวแม่แห่งวงการ Luxury ที่มีค่าตัวหลักแสน แต่เมื่อเจอมรสุมชีวิต ทั้งเรื่องงานหดหาย, ถูกอดีตผู้จัดการโกงเงินล้าน และการสูญเสียคุณพ่อ เธอกลับพบความจริงที่เจ็บปวดว่าการมูฟออนมีความรักใหม่ (รวมถึง LGBTQ+) ทำให้เธอถูกชาวเน็ตโจมตีอย่างหนักคนที่เธอเคยช่วยเหลือในวันที่รุ่งเรือง กลับหันหลังให้ในวันที่เธอลำบากที่สุดความเพอร์เฟกต์ที่เคยนำเสนอ กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้คนบางส่วนรอ "เหยียบซ้ำ" ในวันที่เธอพลาด
เริ่มต้นใหม่จากศูนย์เพื่อลูกปัจจุบัน มิ้วกี้ ไปรยา ประกาศพร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มจากการซื้อรถคันใหม่ด้วยน้ำพักน้ำแรง และมุ่งมั่นสร้างตัวขึ้นมาใหม่เพื่อเป็นรากฐานให้กับลู โดยเธอย้ำชัดว่า "ต่อให้ต้องสูญเสียทุกอย่าง แต่ถ้าได้อยู่กับลูก เธอก็ยอมแลก"
ซึ่งหลังจากเธอออกมาเปิดเบื้องลึกมรสุมชีวิตก็มีกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของเธอล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชี้แจงความจริงผ่านทางสื่อโดยยืนยันหนักแน่นว่าตนเองไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด
ตนไม่ได้เป็นหนี้ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และไม่ได้ไปโกงใคร ดังนั้นการที่ตนจะซื้อของแบรนด์เนมบ้างจึงไม่ใช่เรื่องผิดโดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะใช้ชีวิตอย่างภาคภูมิใจต่อไปไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนหรือเอาปี๊บคลุมหัว แม้จะยอมรับว่าช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤติของชีวิต แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ต้องหยุดใช้ชีวิตตามปกติในส่วนของสภาพคล่องทางการเงิน ยอมรับตรงๆ ว่ารู้สึกท้อแท้กับวิกฤติเศรษฐกิจในปัจจุบันที่รายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย อย่างไรก็ตาม ตนขอให้ความมั่นใจกับลูกน้องทุกคนเพราะที่ผ่านมาไม่เคยไล่ลูกน้องออกแม้แต่คนเดียวยืนยันจ่ายเงินเดือนทุกวันที่ 5 ของเดือนอย่างสม่ำเสมอ แม้อาจมีล่าช้าไปบ้างในบางครั้ง เนื่องจากตระหนักดีว่าทุกคนมีความจำเป็นต้องใช้เงินฝากถึงลูกน้องทุกคนว่า แม้จะมีข่าวลือออกมาว่าตนเอง "หมดตัว" แต่ขอให้มั่นใจว่าเจ้านายคนนี้จะไม่มีวันทอดทิ้งใครอย่างแน่นอน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี