วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
"ทราย สก๊อต" ร่ำไห้เปิดใจกลางรายการโหนกระแส แฉชนวนแตกหักครอบครัว หลังถูก "แม่-พี่ชาย" แท็กทีมฟ้องเนรคุณ เผยสุดช้ำใจฟางเส้นสุดท้ายถูกไล่ออกจากบ้าน แถมจ้างพี่เลี้ยงคู่กรณีที่เคยละเมิดกลับเข้าทำงาน
กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ "ทราย สก๊อต" นักอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลชื่อดัง ได้ออกมาเปิดใจทั้งน้ำตาในรายการโหนกระแส (18 พ.ค.69) โดยมี "หนุ่ม กรรชัย" ดำเนินรายการ ถึงประเด็นร้าวลึกในครอบครัว หลังถูกคุณแม่แท้ ๆ ยื่นฟ้องในข้อหาเนรคุณ โดยมีพี่ชายร่วมเป็นพยาน เพื่อหวังทวงคืนที่ดินผืนงามที่หัวหิน
โดย ทราย สก๊อต ได้เผยถึงเหตุผลที่ยอมเงียบและแบกรับเรื่องราวนี้มานานหลายปีว่า เป็นเพราะคำสอนของคุณตาที่อยากให้รักครอบครัว ตนจึงพยายามอดทนและเชื่อมั่นมาตลอด แต่หลังจากที่คุณตาเสียชีวิตลง ตนรู้สึกว่าจิตวิญญาณและความรักที่คุณตาเคยสร้างไว้ไม่ได้หลงเหลืออยู่ในครอบครัวนี้อีกต่อไปแล้ว จึงตัดสินใจออกมาพูดความจริง
" คุณตาเค้าสอนให้เรารักครอบครัว ทรายโตมากับครอบครัวที่เค้าเลี้ยง เราก็พยายามเชื่อว่าสิ่งที่เค้าสอน แล้วก็จิตวิณญาณเค้า ยังอยู่ในครอบครัวนี้อยู่ ทรายไม่อยากออกมาพูดเพราะว่า มันคือโลกที่คุณตาสร้างให้กับเรา แต่เมื่อคุณตาไม่อยู่แล้ว แล้วทรายก็เห็นว่าครอบครัวของทรายไม่ได้เก็บจิตวิณญาณคุณตาไว้เลย ในวันที่ทรายตื่นตัวแล้ว ทรายรู้สึกว่าคุณตาคงไมได้อยู่แล้ว เค้าไม่ได้อยู่กับครอบครัวนี้แล้ว ทรายไม่อยากทำร้ายครอบครัวตัวเอง คิดว่ามันหมดแล้ว " ทราย สก๊อต กล่าว

เมื่อถามถึง "ฟางเส้นสุดท้าย" ที่ทำให้ความสัมพันธ์แตกหัก ทรายเปิดเผยว่า เกิดจากการที่คุณแม่ฟ้องร้องตนเอง เพื่อจะเอาที่ดินคืนและใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยานในคดีหาว่าตนเป็นลูกเนรคุณ ซึ่งเรื่องที่ดินนี้ ตนเพิ่งจะทราบว่าตัวเองมีชื่อเป็นหนึ่งในผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เนื่องจากคุณแม่ต้องการลายเซ็นเพื่อไปต่อทะเบียนบ้าน และหลังจากที่ทราบเรื่อง ตนก็เป็นคนรับผิดชอบจ่ายภาษีที่ดินในส่วนของตนเองมาโดยตลอด
" เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเจ้าของที่ดินที่หัวหิน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะว่าตลอดมา คุณแม่เค้าบอกว่าเป็นที่ของเค้า คือทะเบียนบ้านหมด ต้องไปต่อทะเบียน แล้วเค้าต้องการลายเซ็นของเรา นั่นคือ จุดที่เรารู้ว่าเราเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ หลังจาก 2 ปีนั้น ทรายเป็นคนจ่ายภาษี ในที่ดินส่วนของทรายเองหมด " ทราย สก๊อต กล่าว

นอกจากนี้ ทรายยังได้เล่าถึงบาดแผลในใจครั้งใหญ่ย้อนไปในปี 2020 ว่า ตนเคยบอกคุณแม่เรื่องที่ถูกพี่เลี้ยงละเมิด จนพี่เลี้ยงคนดังกล่าวถูกไล่ออก แต่คุณแม่กลับสั่งให้ตนเงียบและห้ามบอกใคร จากนั้นไม่นาน ตนกลับถูกคุณแม่ไล่ออกจากบ้านที่หัวหิน ทั้งที่ตนมีสิทธิ์ในบ้านหลังนั้น จนต้องหอบเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นหนีไปอาศัยอยู่ภาคใต้
ทราย สก๊อต กล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดและไม่มีคำบรรยายใด ๆ คือการที่ครอบครัวไม่ยอมดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงคนดังกล่าว และที่ร้ายไปกว่านั้นคือ คุณแม่ได้จ้างพี่เลี้ยงคนที่เคยละเมิดตนให้กลับมาทำงานในบ้านอีกครั้ง เพื่อกดดันและไล่ตนออกจากบ้าน ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ตนต้องแบกรับอย่างทุกข์ทรมานมานานกว่า 6 ปี
" คุณแม่ฟ้องร้องเราเพราะอยากได้ที่ดินตรงนั้นคืน แล้วในคดีฟ้อง เค้าก็ใส่ชื่อพี่ชายเป็นพยาน ที่หาว่าเราเป็นลูก "เนรคุณ" ในสิ่งที่เราพูด ก็คือเลี้ยงพี่เลี้ยงที่เราเล่าทุกคนฟัง ก็คือเรื่องจริงที่แม่ผมจ้างพี่เลี้ยง ที่ละเมิดผมกลับมาทำงานในบ้าน เพื่อจะไล่เราออกจากบ้านหัวหิน นั่นคือเรื่องที่ทรายต้องแบกมา 6 กว่าปี พี่เลี้ยงทรายคนนี้ สรุปแล้ว ครอบครัวทรายไม่ดำเนินคดี เค้ายังอยู่ที่เพชรบุรี หลังจากที่ทรายเขียนเรื่องออกมา เค้าวิ่งหนีไป แม่ทรายไม่เคยดำเนินคดี คือจ้างเค้ากลับมาทำงาน มันก็คงไม่มีคำบรรยายไปมากกว่านั้น " ทราย สก๊อต กล่าว
ขอบคุณรายการโหนกระแส
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี