วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569
542.jpg
จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที

จบบริบูรณ์ ติณติณ-ฟารีดา ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที

วันจันทร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 16.19 น.
Tag :

กรณีมหากาพย์ “ฟารีดา เอลิซ่าเบธ” แฉ “ติณติณ นิวคันทรี่” ท้องแล้วไม่รับ มีการพาดพิงถึงเรื่องยาเสพติด และพรากผู้เยาว์ ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามกลายเป็นดราม่า จนโหนกระแสต้องเชิญมาออกรายการถึง 3 อีพี มีการเคลียร์กันจนได้ข้อยุติว่าไม่มีเรื่องราวของสารเสพติดและพรากผู้เยาว์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องลูกติณติณขอแค่ให้ฟารีดาตรวจดีเอ็นเอให้ทุกอย่างออกมาให้ชัดเจน หากผลออกมาเป็นลูกของตนก็พร้อมรับผิดชอบร่วมกัน  ซึ่งผลตรวจ DNA ก็ยืนยันชัดเจน ว่าลูกในท้องฟารีดาเป็นลูกของติณติณ   รายการโหนกระแส วันที่ 29 มิ.ย.69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ ฟารีดา ซึ่งวันนี้เผชิญหน้าเป็นครั้งแรกกับ ติณติณ หลังเกิดดราม่า มาพร้อมกับ ประจักษ์ชัย ไหทองคำ, ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ และ นีโอ บ้านดำ

ครั้งแรกที่ได้นั่งอยู่ด้วยกัน หลังจากไม่ได้เจอกันเลย  เราคุยเรื่องที่ไปข้างหน้าดีกว่า ข้างหลังคงไม่ต้องพูดแล้ว พูดก็จะเจ็บเปล่าๆ หลายคนกำลังงง นายห้างเป็นนายห้างคนใหม่ของฟารีดา ผลออกมาแล้วเป็นยังไง?


ฟารีดา : รู้สึกโล่งมากๆ ค่ะ เหมือนอะไรที่เคยหนักใจก็ไม่มีในใจแล้วตอนนี้ ไม่เครียดแล้วค่ะ

ติณติณล่ะ?

ติณติณ : ก็เคลียร์ครับ ชัดเจน ก็สบายใจขึ้น ตอนแรกเราก็เคลือบแคลงสงสัย ต้องมีการพิสูจน์ทราบนั่นแหละ

การคบหากันของสองคน ไม่ได้คบหาแบบแฟนปกติทั่วไป แต่สุดท้ายอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป หวังว่าจะเป็นสิ่งที่ดีๆ ในอนาคต ตอนแรกติณติณก็คิดอยู่แล้ว?

ติณติณ : อาก๊อทก็บอกตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว ว่าเด็กในท้องของติณนั่นแหละ เตรียมตัวไว้เลย

จากนี้ยังไงต่อ?

ฟารีดา : หนูคงต้องปรึกษาผู้ใหญ่เรื่องน้อง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียวตอนนี้

ตอนไปตรวจเป็นยังไง?

ฟารีดา : ตื่นเต้นมากค่ะ หนูต้องเจาะสองข้าง  อีกข้างเหมือนเข็มแทงไม่เข้า ก็ต้องเจาะอีกข้าง เจ็บมากวันนั้น

ติณเขาตรวจยังไง?

ติณติณ : ขูดกระพุ้งแก้มครับ

นีโอเป็นไง?

นีโอ : ยินดีครับ จริงๆ ผมอยากอุ้มหลานนะ จริงๆ เคยบอกในแชตเขาไปแล้วด้วยว่าถ้ามีจริงๆ จะช่วยเลี้ยง จำได้ใช่มั้ย

ฟารีดา : จำได้

นีโอ : ยังไงผมก็ช่วยอยู่ดี ต่อให้ไม่ใช่ลูกติณหรือลูกเขา ผมก็ช่วยเลี้ยงอยู่ดี อย่างน้อยเขาเข้ามาในมู้ดที่เรารู้จักกัน

ทางทนาย หลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป?

ทนายพัฒน์ : ที่จริงตอนนี้น้องยังไม่คลอด ในหลักเรื่องการรับรองบุตรต้องรอให้เด็กคลอด แล้วอยู่รอดเป็นทารกก่อน แต่ก็แล้วแต่สองฝ่ายเห็นควรปรึกษาหารือกันในเรื่องค่าใช้จ่ายที่น่าจะเกิดขึ้นก่อนคลอดครับ ก็ควรจะคุย อาจตกลงกันว่าช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายมั้ย มีค่าอะไรบ้าง ทางนี้อยากจะหารมั้ย ก็ซัปพอร์ตกันไป

 

ค่าใช้จ่ายเช่นค่าอะไรบ้าง?

ฟารีดา : เช่นค่าไฟฝากครรภ์ เหมือนเร็วๆ นี้หนูต้องมีตรวจเลือดอีกรอบด้วยที่รพ. จะมีค่าคลอด ก่อนคลอด นอนรพ.เพื่อตรวจน้อง อันนี้ปรึกษาคุณหมอมาแล้ว หนูฝากครรภ์ที่รพ.พระนั่งเกล้าค่ะ มันใกล้บ้านหนูที่สุดแล้ว

ทางนี้คิดว่าไง?

ติณติณ : ถูกต้องครับ คิดเอาไว้อย่างที่ทนายพูดเลยครับ มันต้องจดทะเบียนรับรองบุตรในภายหลัง ระหว่างนี้ผมก็คิดว่าฝั่งผมต้องช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าต่างๆ ก็ถูกต้องครับ ระหว่างนี้ถ้าช่วยได้

ทนายพัฒน์ : ก็ขอให้ฝ่ายนี้แจ้งมาใช่มั้ย ตามความเหมาะสม

ติณติณ : ใช่ครับ ก็หาข้อมูลมาประมาณนึงครับ

ต้องตกลงทำสัญญามั้ย?

ทนายพัฒน์ : ถ้าไม่ได้มีคิดว่าจะฟ้องร้องกัน การพูดคุยกันแค่ปากเปล่าก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ อยู่ที่ว่าจะจ่ายกันหรือเปล่า แค่นั้นเอง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ พิพาทสุดท้ายคือไปฟ้องร้องกันที่ศาล เมื่อเด็กคลอดมาแล้ว ระหว่างที่เด็กยังไม่สามารถให้ความยินยอมได้ อันนี้มีความจำเป็นที่ต้องร้องต่อศาล หรือฟ้องศาล ก็อยู่ที่ว่าฝ่ายแม่จะเป็นฝ่ายฟ้อง หรือฝ่ายพ่อจะเป็นฝ่ายฟ้อง

ฟ้องในการรับรองบุตร ต้องฟ้องเหรอ?

ทนายพัฒน์ : โดยหลักของกฎหมาย การเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชาย มี 3 กรณี หนึ่งบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน ไม่ว่าจะจดก่อนหรือจดหลัง วิธีที่สองคือรับรองบุตร บิดามารดาและบุตรไปเซ็นที่อำเภอ หรือสำนักงานเขตมีการเซ็นยินยอมทั้งสามฝ่าย เด็กประมาณ 7 ขวบ เขียนชื่อนามสกุลได้ ถ้ายังเล็กอยู่ต่ำกว่า 7 ขวบ เขียนชื่อนามสกุลตัวเองไม่ได้ อันนี้ต้องมีการร้องต่อศาล ศาลเป็นคนสั่ง หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรครับ ถึงจะได้

 

มองยังไง?

ติณติณ :   เลือกสักทางใดทางนึงก็ได้ครับ (หัวเราะ)

ต้องปรึกษาพ่อแม่มั้ย?

ติณติณ : ผมคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ซัปพอร์ตเต็มที่ครับ ตอนแรกกเราไม่ได้เบี่ยงประเด็นเรื่องลูกในครรภ์หรืออะไรเลยนะครับ ความที่ผมอยากทราบอย่างเดียวคือการตรวจดีเอ็นเอนั่นแหละ พวกข้อพิพาทต่างๆ ที่โดนกล่าวหา ก็เคลียร์ไปหมดแล้ว ลูกไม่ได้ติดยา ไม่ได้พรากผู้เยาว์ แม่สบายใจครับ

เท่าที่ทำรายการมา ระหว่างติณติณและฟารีดา จริงๆ ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่เรื่องลูก ประเด็นหลักเขาคือยาเสพติดและพรากผู้เยาว์ ขอดึงเรื่องเก่ามาพูดนิดนึงเพื่อความเป็นธรรมของสองฝ่าย ผมก็ไม่ใช่ผู้พิพากษาอะไรหรอกนะ แต่อยากอธิบายมุมคนทำรายการให้ฟังว่า ทางนี้เขากังวลใจแค่สองเรื่อง เพราะมีผลถึงเรื่องการทำงานต่อไป ทางบริษัทที่เขาอยู่คือแกรมมี่ เขาสตริกมาก หนึ่งยาเสพติด สองพรากผู้เยาว์ อยู่ไม่ได้แน่ๆ เขาถึงออกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องตัวเด็กที่อยู่ในครรภ์ฟารีดา เขายืนยันว่าถ้าเป็นของเขา เขาดูแลเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ 50 นะ ร้อยเปอร์เซ็นต์  วันนั้นเขาเลยต้องออกมาต่อสู้มุมนั้น ถามว่าทำไมต้องมีการพิสูจน์ ทำไมไม่รับไปเลย ไม่ได้ออกตัวแรงนะ อย่างที่บอก เขาไม่ได้คบกันลักษณะคนรัก?

ติณติณ : ไม่ได้คบกันครับ

พี่พูดอย่างนั้นได้?

ฟารีดา : ได้ค่ะ ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่ หนูก็ไม่ใช่ก็ได้ค่ะ ตามนั้นก็ได้ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมาก

เอาเป็นว่าคบกันไม่ได้เหมือนคนอื่นเขาคบกันก็แล้วกัน แต่พอผลออกมาก็ตามนั้น เดี๋ยวต้องมานั่งคุยกันต่อว่าสุดท้ายแล้ว ทางฟาเองพอใจในมุมไหน ต้องการอะไรแบบไหน อยากได้แบบไหน วันนั้นที่ฟาบอกว่าลูกออกมาต้องอยู่กับเราแต่เพียงผู้เดียว บริบทมีเรื่องราวอื่นอีกเยอะแยะมากมายที่จะเกิดขึ้น ยอมได้ก็ต้องยอม ยอมไม่ได้ก็ค่อยมาว่ากัน มีกระบวนศาล เรื่องกฎหมายมาเกี่ยวข้อง เราต้องการอะไรบ้าง?

ฟารีดา : ตอนนี้แค่อยากได้เรื่องค่าฝากครรภ์ก่อนจนถึงคลอดค่ะแล้วก็ผลพอน้องคลอดออกมา ก็ค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังไง เรื่องเงิน ค่าแพมเพิม ค่าชุดน้อง ค่านมด้วย น่าจะอีกเยอะเลย แต่ตอนนี้เบื้องต้นเป็นค่าฝากครรภ์ก่อน

มีกำหนดตายตัวมั้ยค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

ทนายพัฒน์ : ไม่มีกำหนดตายตัวครับ เนื่องจากว่าสถานะของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าตัวเลขที่เหมาะสมเท่าไหร่ ไม่ใช่ฟาอยากได้แสนนึงก็จะได้แสนนึงตามที่ฟาคิด แต่ต้องดูว่าเหมาะสมตัวเลข ทั้งฐานะผู้ให้และฐานะผู้รับ ว่าเหมาะสมที่เท่าไหร่ แต่โดยหลักแล้ว ถ้าสถานการณ์ใช้ชีวิตหาได้เท่าๆ กัน ก็วินๆ คนละครึ่ง เว้นแต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายนึงจะสมัครใจมากกว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงมีฐานะที่ดีกว่า ก็อาจต้องซัปพอร์ตในส่วนที่มากกว่าก็ได้ 70 - 30 อะไรแบบนี้ อยู่ที่สองฝ่ายตกลงกัน

สมมติผ่านไปอีก 7 ปี เตรียมแผนการรับมือไว้ยังไง?

ฟารีดา : มีคนถามหนูเยอะมากถ้าเกิดน้องถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา น้องเล่นโซเชียลแล้วเห็นเรื่องแบบนี้ หนูคุยกับที่บ้านแล้วว่าจะอธิบายให้เขาฟัง ต้องพูดความจริงทุกอย่างให้เขาฟังหมด ให้เขาเข้าใจว่าเป็นแบบนี้ ค่อยๆ อธิบายให้เขาฟัง

ติณติณมองไง?

ติณติณ : ก็ถูกอย่างที่เขาว่า อธิบาย พูดให้เป็นดิจิทัลฟุตปริ้นท์เลยหรือเปล่าว่าไม่ใช่แค่ผม แต่เราสองคนรู้สึกเสียใจที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ทำให้เขาอาจจะรู้สึกแย่ ที่ได้มารู้เรื่องนี้ทีหลัง แต่อยากบอกว่ารักครับ รักทั้งหัวใจ

ตื่นเต้นมั้ย?

ติณติณ : ตื่นเต้นครับ พอรู้ผลดีเอ็นเอ คนรอบข้างผมก็ยินดีด้วย ก็แอบเขินกับคำว่าพ่อ ป่ะป๊า ก็ตื่นเต้นครับ

กระอักกระอ่วนประหม่าเหมือนกัน มันเป็นยังไง?

ฟารีดา : เหมือนทำตัวไม่ถูกค่ะ ใจไม่ตึ้กๆ แต่น้องดิ้นแล้ว ตอนนี้ 5 เดือนแล้ว ดิ้นแล้ว

หวังพึ่งทนาย ไม่รู้จะทำไง?

ทนายพัฒน์ : หลักๆ ตอนนี้น้องยังไม่คลอด ก็ดูแลค่าใช้จ่ายช่วงนี้ไปก่อน ประคับประคองไปก่อน ในส่วนน้องออกมาก็อาจต้องพูดคุยกันเรื่องอำนาจการปกครอง จะให้คุณแม่มั้ย หรือคุณพ่อจะร่วมด้วย หรือคุณพ่อจะใช้อำนาจคนเดียว นอกจากอำนาจการปกครองแล้วก็มีเรื่องค่าเลี้ยงดู ซึ่งตามหลักการใช้ชีวิตของมนุษย์ทั่วไป ช่วงเป็นทารกอยู่ยังไม่เข้าโรงเรียนอาจระดับนึง อนุบาลก็ระดับนึง ม.ต้น ม.ปลายก็ระดับนึง ปริญญาก็อีกระดับนึง ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่การพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย แล้วกฎหมายเขียนว่าให้บิดามารดาช่วยเหลือกันแต่ว่าไม่ได้บอกว่าใครต้องจ่ายเท่าไหร่นะครับ อาจจะแม่ 50 พ่อ 50 หรือพ่อ 70 แม่ 30 หรืออาจสลับกันก็ได้ แล้วแต่ตกลงกันเลย เวลาดู ศาลจะดูความเหมาะสมด้วย ฐานะผู้ให้ ฐานะผู้รับวิญญูชนคนทั่วไป การใช้ชีวิตของเรา รายได้ประมาณนี้ สังคมแบบนี้ จะได้รายได้ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งมันไม่เท่ากันครับ แต่ละครอบครัว

อยากให้เขาดูแลค่าใช้จ่ายร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย?

ฟารีดา : หนูคิดว่า 50-50 ดีกว่าค่ะ หนูว่ามันแฟร์กว่าค่ะ

ทุกอย่าง?

ฟารีดา : ด้วยค่ะ ใช่ค่ะ

ค่าคลอด ค่าฝากครรภ์?

ฟารีดา : 50-50 ค่ะ

เรารู้สึกไง?

ติณติณ : เคารพการตัดสินใจ พร้อมเริ่มได้เลยครับ เพราะกว่าจะไปถึงขั้นนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายอะไรระหว่างนี้ไปด้วยครับ

ก่อนอื่นต้องตอบตัวเองกันให้ได้ก่อน สองคนนี้ต้องคุยกันให้ได้ก่อน ต้องไม่มีการไปตั้งแง่กัน?

ทนายพัฒน์ : แล้วยังไงหนีการคุยกันไม่ได้ครับ

ลึกๆ ยังโกรธอยู่มั้ย?

ติณติณ : ผมว่าผมแยกกรณีกันดีกว่า กรณีเด็กเป็นลูก กับกรณีตัวคุณฟา ผมอาจมองโฟกัสลูกผมมากกว่า อะไรที่เพื่อประโยชน์ เพื่ออนาคตสำหรับลูกผม ผมน่าจะทำส่วนนั้นให้ดีที่สุดมากกว่า ถามว่าโกรธมั้ย โกรธครับ โกรธเพราะว่าถ้าทุกอย่างลงที่ผมคนเดียวคงปล่อยวางได้เลย แต่มันไม่ได้อยู่แค่ที่ผม มันอยู่ที่พ่อแม่ผมด้วย ที่ท่านโดนกระทบไปด้วย อาก๊อทผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตผม อามด ผจก. ทุกคนอาจโดนเหมือนลูกหลงจากผม หรือการเสพข่าวที่ไม่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ผมออกมาพูดในรายการโหนกระแส ผมไม่ได้อยากพูดอะไรเยอะ แต่ผมก็พูดตามความจริง ตามหลักฐานทั้งหมด ผมว่าผมอยากโฟกัสลูกอย่างเดียวเลยครับ

สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นพ่อแล้ว อาจต้องมีความจำเป็นคุยกับแม่เขาด้วย อาจไม่ใช่ฝากญาติไปบอก ฝากอามดไปบอก?

ติณติณ : ผมจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าผมคิดถึงลูกตอนคุยกับเขา ต้องใช้เวลาด้วย

ก็ต้องยอมรับว่าวันนั้นฟาก็ใจร้อนไปนิดนึง?

ฟารีดา : ใช่ หนูก็มีส่วนผิดจริงๆ ก็ยอมรับ และขอโทษทั้งผู้ใหญ่พี่เขาทุกคนด้วยจริงๆ ที่หนูพูดไปตอนนั้น ตอนนี้ถามว่าหนูโกรธมั้ย ไม่ได้โกรธเขา หนูก็ผิดเหมือนกันจริงๆ ถามว่าผิดเยอะมั้ย ก็ผิดเยอะเหมือนกัน

หนูคิดว่าผิดตรงไหน พี่คุยกับเรามาหลายครั้ง อยากรู้ความรู้สึกจริงๆ ไอ้ที่เรารู้สึกผิด เรารู้สึกว่าผิดตรงไหน ไม่ใช่ขอโทษส่งๆ ทำง่าย แต่ขอโทษจากใจ ต้องรู้ก่อนว่าเราผิดตรงไหน?

ฟารีดา : หนูผิดตรงที่หนูไปพูดเรื่องยาเสพติดกับพรากผู้เยาว์ ตรงนั้นหนูผิดเต็มๆ พูดตรงๆ ว่าหนูทำไปเพราะอารมณ์ร้อนด้วย แต่ตอนนี้หนูมีทั้งผู้ใหญ่หลายๆ คนเข้ามาอบรมหนู หนูก็มองอีกมุมนึงว่าหนูก็มีส่วนผิด และควรยอมรับตรงนี้ด้วย ก็อยากขอโทษแค่สองประเด็นนี้เลยจริงๆ และอาจมีประเด็นอื่นๆ ด้วย ก็ขอโทษรวมๆ เลยดีกว่า เพราะมันอาจจะเยอะ

ทนายพัฒน์ : ขอโทษโดยยอมรับว่าข้อหาพรากผู้เยาว์และยาเสพติด ติณติณไม่ได้เกี่ยว ถูกต้องมั้ยครับ

ฟารีดา : ถูกต้องครับ

ทนายพัฒน์ : มันจะได้ชัดไปเลย เพื่อให้เขาได้เดินหน้าต่อไป มันไม่ได้เป็นจริงตามนั้น

ฟารีดา : ใช่ค่ะ ตอนนี้หนูก็อยากให้ทั้งผู้ใหญ่เจ้าของแบรนด์หลายแบรนด์จ้างพี่เขาและจ้างหนูด้วยเพื่อจะได้มีเงินมาดูแลน้อง

ไม่งั้นก็จะมีผลกระทบ ติณติณคิดว่าไง?

ติณติณ : ก็รับฟังครับ มันเกิดผลกระทบครับ ก็รับทราบครับ

มีอะไรอยากบอกเขามั้ย วันนี้เปิดใจคุยกันเลย?

ติณติณ : ผมเห็นเขาไลฟ์สด มีงานเข้ามา ผมยินดีด้วยนะครับ

นีโอ : ได้เข้าไปดูอยู่นะ เขาขายของเก่งนะ ผมเอาแอ็กหลุมไปดู ขายของเก่งดีนะ อย่างน้อยต่างคนต่างขายของ หาเงินเลี้ยงลูกกัน ผมรู้สึกว่าผมยินดีกับเขาที่มีคนจ้างเขาไปทำงาน

ติณติณไม่ได้หลับไม่ได้นอน?

ติณติณ : ไลฟ์คู่ครับ เลี้ยงเด็กคนนึงก็ต้องใช้เงินเยอะใช่มั้ยครับ ก็ยินดีด้วยกับเขาครับ แต่ว่า.. ครับ ขอโทษกันก็ดีครับ

มีอะไรอยากบอกเขาอีกมั้ย?

ติณติณ : ผมว่าเรื่องนี้ให้บทเรียนกับผมเยอะ ผมว่าก็น่าจะให้บทเรียนเขาเหมือนกัน ผมอยากให้สังคมช่วยมองภาพให้กว้างขึ้น อย่าอ่านข่าวแค่ผ่านๆ บางทีมันมีอะไรมากกว่านั้น ไม่อยากให้คอมเมนต์กันสนุกปาก ไม่ว่าฝ่ายผมหรือฝ่ายเขา

นีโอ : เซฟเขาด้วยครับ

ติณติณ : มันทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นได้ทุกคน แค่ใจเย็นลง พยายามหาข้อมูลก่อน

อยู่ในสายกับ “คุณอานนท์ เลิศไพบูลย์” กรรมการผู้จัดการคลินิกบงกอก ไฮโตเจเนตติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ คลินิกที่เราไปตรวจ  สังคมบางส่วนอาจไม่เข้าใจเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ และผลที่ออกมาว่าเชื่อได้ขนาดไหน อยากให้ยืนยันและชี้แจงนิดนึง?

อานนท์ : เรื่องการตรวจหาความสัมพันธ์พ่อลูกกัน หลักการคือเขาจะเอาดีเอ็นเอของเด็กที่อยู่ในท้องคุณแม่ จะมีดีเอ็นเอของน้องคนนี้ที่หลุดไปอยู่ในเลือดคุณแม่ ในปริมาณไม่เยอะเท่าไหร่ เขาเอาดีเอ็นเอตรงนี้มาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของเซลล์กระพุ้งแก้มของคุณพ่อซึ่งต้องสงสัย เทียบจุดกัน ปกติบนดีเอ็นเอเราจะมีเบสแพประมาณ 3 พันล้านคู่ เขาจะดูที่ 4 หมื่นตำแหน่งกระจายบน 3 พันล้านคู่นี้เพื่อดูเปรียบเทียบว่าตำแหน่งตรงนี้ของพ่อกับของลูกตรงกันมั้ย ซึ่งผลการตรวจครั้งนี้ที่ออกมา ทั้ง  4 หมื่นตำแหน่งตรงกันทุกตำแหน่ง นั่นหมายความว่าโอกาสที่สองคนนี้จะมีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน มากกว่า 99.999 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีตัวใดตัวนึง มีจุดใดจุดนึงไม่ตรงกันแค่ 1 ตำแหน่ง ใน 4 หมื่นตำแหน่ง เคสนี้ก็ถือว่าไม่ได้เป็นพ่อลูกกันแล้ว ฉะนั้นเขาจะมีหลักการในการตรวจประมาณนี้ครับ

เราต้องส่งไปตรวจต่างประเทศ?

อานนท์ : ถูกต้องครับ ปกติการตรวจระหว่างตั้งครรภ์ เทคโนโลยีตัวนี้มันมาจากต่างประเทศ ซึ่งผมใช้บริการมา 10 กว่าปีแล้ว ทำมานานแล้ว หลังๆ ผมเข้าใจว่าเริ่มมีแล็บเมืองไทยที่ให้ตรวจภายในประเทศเอง แต่ของผมไม่ได้ทำ ผมก็ส่งไปให้พาร์ตเนอร์ที่เขาทำด้านนี้ ทำดีกว่าครับ

จะมีความผิดพลาดได้มั้ย ถ้ามีคนตั้งคำถาม?

อานนท์ : การตรวจทางการแพทย์ หรือการตรวจทางห้องแล็บ ไม่มีอะไรที่ผลมันจะ 100 เปอร์เซ็นต์จริงๆ อย่างเคสนี้ที่เรารายงานว่า 99.999 เปอร์เซ็นต์ หลายคนอาจสงสัยทำไมไม่รายงาน 100 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุก็มีครับ ตรงที่อาจมีความบังเอิญแล้วกัน ที่คนสองคนมีดีเอ็นเอที่คล้ายกันมาก อาจเป็นพี่น้องกัน หรือญาติกันมาตรวจแล้วใน 4 หมื่นตำแหน่งที่เราตรวจ สองคนนี้อาจมีเหมือนกัน ซึ่งมันอาจทำให้ได้ว่ามีคนมากกว่า 1 คนที่อาจเป็นพ่อของเด็กในท้องนี้ได้ เราเลยไม่บอกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีตัวใดตัวนึงที่ไม่ตรงกัน อย่างน้อยแค่ 1 ตัว เราก็สามารถสรุปได้ว่าเคสนี้ไม่ใช่พ่อกับลูกกันจริงๆ

มีอะไรอยากถามมั้ย?

ติณติณ : ไม่มีครับ

นีโอ : ไม่มีอะไรจะถาม ยังไงเกิน 50 มาขึ้นแค่ 2 ยังไงก็ลูกมันแล้ว ไม่ต้องถึง 99 หรอกครับ (หัวเราะ)

ทนายพัฒน์ : สองฝ่ายก็ยอมรับตามนี้ ไม่ได้โต้แย้งใช่มั้ยครับ

ติณติณ : ครับ

 ทนายพัฒน์ : ก็จบครับ

วันนี้เป็นอา จะดูแลหลานยังไง?

นีโอ : ผมเลี้ยงหลานแบบเจน Z ครับ

ถามเขาหรือยัง เขาให้เลี้ยงมั้ย?

นีโอ : ผมถามเขาแล้วเมื่อกี้ ตอนพักผมก็ถามเขาว่าวันที่คลอด คลอดวันไหน ผมคิดอยู่จะไปหรือเปล่า คลอดพ.ย. สัญญาแกรมมี่หมดพอดี 4 เดือน

ไปวันคลอดมั้ย?

นีโอ : ไปมั้ย ไปหน่อย ถือว่าไปดูลูก

ติณติณ : พ.ย. เดือนเกิดผมพอดีเลย ผมเกิดวันที่ 5 พ.ย.

ฟารีดา : หนูก็เกิด 14 พ.ย.  กำหนดคลอด 19 พ.ย.

แต่ถ้าคลอดก่อน มีโอกาสคลอดก่อนไง ไปมั้ยวันคลอด?

ติณติณ : ต้องไปสิครับ

นีโอ : ผมอยากไปดูหน้าลูกเขา อยากเห็นหน้าลูกเขาเกิดมาเป็นยังไง อยากเห็นครับ เดี๋ยวจะลงตารางไว้ครับ

ทางฝั่งนี้ก็เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว จะเริ่มจากวันไหน?

ติณติณ : เริ่มเลยครับ

ทนายพัฒน์ : ตอนนี้ต้องวัดกันที่สัญญาใจก่อน ทำสัญญาในอนาคตเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่มีเรื่องตัวเด็กออกมา อาจคุยกันเบื้องต้นว่าจะจ่ายยังไง เช่นทางนี้ไปจ่ายมามีใบเสร็จก็จ่ายคนละครึ่ง โอนกันไปโอนกันมา อยู่ที่สองฝ่ายต้องติดต่อกันครับ

ฟารีดา : หนูโอเคค่ะ

ติณติณ : ก็ต้องติดต่อครับ

ก่อนติดต่อ มองหน้าเขาก่อนได้มั้ย ไม่กล้ามองหน้าหรือไง?

ติณติณ : เปล่าครับ ปกติผมไม่ค่อยมองผู้หญิงอยู่แล้ว

นีโอ : แล้วมามองผมทำไม (หัวเราะ)

ติณติณ : สบายใจมากกว่า

เราเริ่มได้ โดยทางนี้ส่งบิลค่าใช้จ่าย?

ทนายพัฒน์ : บางส่วนอาจมีบิล บางส่วนอาจไม่มีบิล ก็ดูตามความเหมาะสม จ่ายแบบไหนแล้วแต่ตกลงเลย ในส่วนเด็กคลอดมาแล้วมีการฟ้องรับรองบุตรเพื่อใช้อำนาจการปกครองคนละครึ่ง ค่าเลี้ยงดูตรงนั้นศาลคงมีการไกล่เกลี่ยกัน ศาลคงทำเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาประนีประนอมยอมความกันไป อันนั้นจะเป็นกิจจะลักษณะ

ทางฟาล่ะ?

ฟารีดา : โอเคค่ะ อยากให้เขาช่วย 50-50 ดีกว่า แฟร์ๆ

จนไปถึงค่าเรียน?

ฟารีดา : หนูคิดว่าเรื่องการเรียนอาจจะแบ่งกันดูแล

จากตอนแรกคุณพูดในรายการว่าคุณไม่ให้เขาไปเลี้ยง ไม่ให้เขาไปดูเลย วันนี้คุณแบ่ง?

ฟารีดา : แบ่งช่วยกันเลี้ยงดีกว่า

ติณติณ : สงสัยนิดนึง ทำไมถึงเปลี่ยนใจแล้ว

ฟารีดา : มันเป็นปมของหนูด้วย ปมของหนูในวัยเด็กที่หนูอยู่กับปู่ย่าโดยไม่มีพ่อแม่ เหมือนพ่อก็เหมือนมาๆ ไปๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด แม่ก็หายไปเลย หนูก็ไม่อยากให้เขาเป็นเหมือนหนู แค่นี้เลยค่ะ

นีโอ : ดีแล้ว

ทนายพัฒน์ : มีอะไรคาใจอยู่มั้ย

ติณติณ : ตอนนี้ตั้งแต่รู้ผลดีเอ็นเอ มันมีความรู้สึกแปลกใหม่เข้ามาในตัวผมเหมือนกัน ความรู้สึกของความเป็นพ่อหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ ตอนแรกแทบจะลืมเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ไปเสียหมดแล้ว แต่ก็นั่นแหละ คงมีการเปลี่ยนผ่านความรู้สึกความเป็นพ่อขึ้นมา พอมันเป็นแบบนี้ มันก็น่าจะเปลี่ยนไปครับ

ทนายพัฒน์ : เหมือนข้ามจากวัยรุ่นไปเป็นผู้ใหญ่

ติณติณอายุเท่าไหร่?

ติณติณ : 25 ครับ

ฟาล่ะ?

ฟารีดา : 23 ค่ะ

นีโอ : ผมก็ 23 ครับ (หัวเราะ)

ทางนี้เขามีอะไรจะให้เราด้วยนะ?

ฟารีดา : เหรอคะ

ดูดีใจนะ?

ฟารีดา : หนูไม่รู้เรื่องค่ะ

วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะเดินหน้า ขอบคุณอ.ประจักษ์ชัยที่มาช่วยดูแลฟารีดา เพราะอันนี้ก็เป็นส่วนนึงซึ่งเขาก็ต่อยอดในชีวิตเขาได้ แทนที่จะไปหนักที่ติณติณว่าต้องดูแลร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะทางนี้ก็ไม่มีงานอะไร แต่วันนี้ทางนี้มีงาน เขาบอกเลยว่า 50-50 ผมว่าก็แฟร์อย่างน้อยได้รับการช่วยเหลือ น้องเองก็รีวิวสินค้าได้?

ประจักษ์ชัย : น้องเขาเรียนแอ็กติ้งมาด้วย น้องเขาเล่นซีรีส์ ละครสั้น เรากำลังทำอีกแพลตฟอร์ม หลายๆ แพลตฟอร์ม ซึ่งเรากำลังทำซีรีส์ด้วยอะไรด้วย น้องน่าจะเป็นกำลังหลักของเราได้ด้วย วันที่ไม่ได้ร้องเพลง หรือไม่มีงานรีวิวอะไร ก็น่าจะไปต่อยอดเวย์ของการทำหนังสั้นได้

ได้ 6 พันคืนจากพลอยหรือยัง?

ฟารีดา : ได้แล้วค่ะ

ทวงนะ วันนั้นเขาคุยมั้ย?

ฟารีดา : เขาคืนเงินเป็นเงินสดให้หนูค่ะวันนั้น

วันนี้ดูซอฟต์ไปเยอะ เพราะอะไร?

ฟารีดา :   ทำเพื่อน้องอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่อยากโมโห ไม่อยากมีอารมณ์แรงๆ ไม่เอาแล้วค่ะ

โตแล้ว?

ฟารีดา : โตแล้วค่ะ มีผู้ใหญ่หลายๆ คนสอนหนูด้วย โดยเฉพาะอ.ประจักษ์ชัย คุณพ่อก็สอนหนูในหลายๆ อย่าง ทำให้หนูเหมือนคิดอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น

ประจักษ์ชัย : ที่รีวิวกับนายแม่

ฟารีดา : นายแม่ปุ๊กกี้ก็สอนหนูเหมือนกัน สอนให้มองหลายๆ มุม กว้างขึ้นด้วย หนูก็เหมือนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นนะคะ ตอนนี้

เป็นได้แป๊บเดียวหรือเปล่า?

ฟารีดา : ไม่รู้ (หัวเราะ)

หนูต้องตอบว่าไม่ค่ะ แต่นี่ตอบไม่รู้?

ฟารีดา : (หัวเราะ) หนูจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ปรับนิสัยตัวเองไปเรื่อยๆ

ตั้งชื่อลูกหรือยัง?

ฟารีดา : เขิน หนูคุยกับคุณพ่อแท้ๆ ของหนู ให้ชื่อเวล่าค่ะ

นีโอ : ฟังฝั่งติณมั้ย (หัวเราะ)

คนจะได้โหวตกัน?

นีโอ : ตอนแรกมันตั้งว่าเจคอบ (หัวเราะ)

ติณติณ : ไม่ใช่

นีโอ : อ้าว พูดเล่นเหรอ หยอกเล่นๆ

ตั้งไว้ว่าอะไร?

ติณติณ : ยังไม่ได้คิดไว้ครับ มันก็มีอยู่ในใจผมบ้างครับ ผมก็รู้สึกผิดที่ช่วงแรกผมไม่ได้เชื่อเขา 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าเขาตั้งท้อง แต่ทุกคนก็ต้องเข้าใจนะว่ามันมีหลายๆ อย่างที่ทำให้ผมคิดแบบนั้น ก็ขอโทษด้วยครับ ขอโทษฟารีดาด้วย

ฟารีดา : ไม่เป็นไร เข้าใจ

ติณติณ : ยังไม่ได้ตั้งชื่อครับ

นีโอ : มีในใจมั้ย

ติณติณ : เจคอบก็ชื่อเท่ดีครับ

เขาตั้งว่าเวล่า รู้สึกยังไง?

นีโอ : เวล่าก็น่ารักดี

ติณติณ : ผมมีแนวคิดอยู่ครับ แต่ไม่มีชื่อ อยากได้ชื่อยูนิเซ็กซ์หน่อย เป็นผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้

เลยเรียกเจคอบ?

ติณติณ : (หัวเราะ) ไม่ใช่ครับ สังคมเปิดกว้างหลักหลาย อยากได้ชื่อยูนิเซ็กซ์ เรียกผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ วันนึงโตขึ้นมา

ทำไมตั้งชื่อเวล่า?

ฟารีดา : พ่อเป็นคนตั้งให้  มันเพี้ยนมาจากคำว่าเวลาแหละ แต่ไม่อยากให้ไทยเกิน

นีโอ : มีคนตั้งให้เยอะนะว่าฟาติณ คนเขาแซว ผมก็ตกใจนะ ตั้งชื่อเวล่าก็เมคเซ้นส์ อยากเห็นฝั่งของติณเหมือนกันว่าจะตั้งว่าอะไร

ฟารีดา : ก็อยากฟังเหมือนกันนะ

ติณติณ : อาจต้องคิดมากกว่านี้ครับ

นีโอ : เขามองการณ์ไกลว่าถ้าวันนึงลูกอยากเป็น LGBTQ ขึ้นมา ก็อาจเรียกในทางยูนิเซ็กซ์ได้

เปิดกว้างไว้ว่าต่อไปถ้าลูกเป็นผู้หญิงแต่เป็น LGBTQ ?

ฟารีดา : หนูมองว่าถ้าน้องโตไปแล้วเป็น LGBTQ น้องอาจไปเปลี่ยนเองก็ได้ หนูไม่ว่า เหมือนหนูยังเปลี่ยนเลย

เปลี่ยนหลายชื่อด้วย เมื่อก่อนชื่ออะไรนะ?

ฟารีดา : หนูขอไม่พูดเรื่องนี้ (หัวเราะ)

ปัดๆ จำได้แล้ว?

นีโอ : ผมก็ชื่อหมีพูร์ครับเมื่อก่อน น้องผมชื่อทิกเกอร์

มีอะไรมาให้เขา?

ฟารีดา : ถังน้ำมันเหรอ (หัวเราะ)

คุณเตรียมมาเองเลย?

นีโอ : ใช่ครับ

ติณติณ : ของบำรุงครรภ์ครับ ไม่มีอะไร

เป็นพวกนม ผ้าอ้อม เก็บไว้ได้?

นีโอ : อยากให้รู้ว่าเทคแคร์ (หัวเราะ)

พอคลอดเราเองต้องดูแลเองส่วนนึงก่อน แล้วทางนี้มีสิทธิ์เอาไปดูแลได้?

นีโอ : มองในมุมเป็นอา ผมก็ยินดีนะ เพราะผมก็อยากเห็น อยากอุ้ม อยากเลี้ยงดูด้วย ก็ดูความเหมาะสม เทียวมาเทียวไปได้ เด็กคนนึงผมสามารถดูแลได้ไม่มีปัญหา

ทนายพัฒน์ : ถ้าเขาไม่รู้อารับผิดชอบเลย

นีโอ : เลี้ยงอยู่แล้วครับ

ติณติณ : ฝั่งผมจริงๆ อยากให้จบไวที่สุดนั่นแหละครับ อยากให้เดินหน้าต่อไป เรื่องที่ผ่านมายืนยันคำเดิมว่าทุกเรื่องผ่านไปแล้ว เราพูดด้วยหลักฐานดีกว่า

นีโอ : เราโฟกัสที่เด็กดีกว่า อยากให้เด็กรู้ว่าอีพี 1-3 หนักจริง แต่อีพี 4 ทำให้รู้ว่าพ่อแม่เราคุยกันแล้วนะ อย่างน้อยพ่อแม่เราจบแล้วนะ พ่อแม่ได้มาถึงจุดที่เคลียร์กันได้แล้ว อย่างน้อยเด็กก็จะได้รู้ว่าเขาไม่ได้ทะเลาะกันต่อไปแล้ว โฟกัสที่เด็กซะเป็นส่วนใหญ่ ผมก็ขอโทษทุกคนเหมือนเดิมถ้าพูดอะไรผิดไป ไม่เข้าหูใคร เพื่อนผมก็เป็นคนไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว ที่ผมพูดแทน หรือพูดบ่อยๆ ก็ขอโทษทุกคนด้วยครับ ขอบคุณพี่หนุ่มด้วยครับ อยากให้โฟกัสที่เด็กจริงๆ ครับ

ติณติณ : จริงๆ ใจผมอยากขอโทษคนรอบข้างมากกว่า โดยเฉพาะอาก๊อท โดนค่อนข้างหนักครับ ที่อามาช่วยพูดเรื่องยาเสพติด พรากผู้เยาว์ อาเป็นห่วงเป็นใยผมมาก อาเป็นคนแรกๆ ที่ถามหาความเป็นจริงจากผม อยากขอโทษอาก๊อทครับ

ตัวพี่ก๊อทเองเขาไม่มีเจตนาจะไปอะไรหรอก อันดับแรก เขาก็รักคนในครอบครัว เขามองติณติณเป็นคนในครอบครัว พอเขามาโดนเรื่องยาเสพติด พรากผู้เยาว์ อารมณ์มันเกิด ผมเข้าใจแกนะ สิ่งที่แกได้พูดออกไปในบางเรื่อง ผมว่าเป็นเรื่องของติณติณที่โดนทางฟาเองพูดเรื่องพรากผู้เยาว์กับยาเสพติด พอพูดไปมันกระทบน้องเขาและตัวพี่ก๊อทเขา เขาเลยออกมาพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายคนกลับมาจับจ้องว่าเห็นมั้ยก็ลูกติณติณไง จริงๆ เท่าที่คุย พี่ก๊อทไม่ได้พูดถึงเรื่องตัวเด็กนะ แกพูดเรื่องของยาเสพติด สุดท้ายแล้วเชื่อว่าพี่ก๊อทเป็นผู้ใหญ่ พอเขาว่าฟารีดาตั้งครรภ์เขาก็ดูแลเต็มที่ ในมุมพี่นะ เชื่อว่าอย่างนั้น มันก็ผ่านไปแล้วแหละ ตอนนี้ไม่ต้องไปว่าใครแล้วแหละ ไปข้างหน้าดีกว่า ไปโฟกัสที่ตัวเด็ก น่าจะเป็นเรื่องที่ดีนะนายห้าง?

ประจักษ์ชัย : ยินดีครับ เติบโตคนละเวย์ วงการนี้มันแคบครับ แล้วเห็นแววน้องเป็นศิลปิน น้องแอ็กชั่นได้ ถ้าน้องร้องเพลงได้เดี๋ยวจะต่อยอดให้ แน่นอนไม่นาน เดี๋ยวมีคนมาสอน น้องร้องก็พอได้อยู่ ต่างคนต่างเติบโตประสบความสำเร็จ ปลายทางคือโด่งดังร่ำรวยด้วยกัน สุดท้ายก็ดูแลลูกๆ ด้วยกัน มองโลกในแง่บวก ผมก็เคยใจร้อน ผมก็หลายอีพีเหมือนกันที่นี่ น่าจะ 5-6 ครั้ง สิบปีที่แล้วก็มา

แต่คุณยอมตลอดนะ นับถือน้ำใจนายห้างอย่างนึง อะไรก็ตามแต่ เวลามีปัญหา เขาลงให้เลยจริงๆ?

ประจักษ์ชัย : จบก็คือจบครับ

หลายครั้งเรื่องสัญญาคุณปล่อยได้คุณก็ปล่อยเลย ใครทำให้เด็กในค่ายมีประเด็น คุณเอามือลูบหัวเลย ผมจำได้ในเคสของคุณ?

ประจักษ์ชัย : เป็นผู้ใหญ่ในวงการ คนนับถือบ้างก็คิดว่าภาพลักษณ์ผมน่าจะเป็นที่พึ่งของนักร้องหลายๆ คนที่อยากได้โอกาส เราก็ไม่ได้เติบโตแบบร่ำรวยมาหรอกพี่ เราเห็นครั้งนึงที่เราไม่มีโอกาส ไม่ใช่ว่าเราหยิบชิ้นปลามันของใครมา ผมสวิงมากนะ ถ้าเหวี่ยงผิด ในประเด็นของน้อง แต่ผมคิดว่าในสังคมที่รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว ผมเอาน้องมาเล่นเพลงแรงด้วย เป็นเพลงที่ยูกิร้อง ยูกิเป็นเบอร์ใหญ่ของค่ายด้วย ลำไย ยูกิ อย่างนี้ ทุกคนก็โฟกัสที่ว่ามันจะรอดมั้ย จะสุ่มเสี่ยงดราม่ามั้ย ผมก็ประเมินโดยสัญชาตญาณ ว่าน่าจะรอดพ้นนะ จากบ่วงกรรม ผมโดดมาหลายๆ เคสก็รอดพ้นด้วยความจริงใจ ด้วยความบริสุทธิ์ใจที่ผมมี ผมก็อยู่ในแดนบวกเรื่อยๆ บางครั้งผมก็เป็นจำเลยสังคม ถูกในข้อกฎหมาย แต่ไม่ถูกที่ถูกเวลาในช่วงนั้น แล้วฐานเอฟซีผมก็น้อย ผมพูดอะไรไปก็ผิด เวลาผ่านไป 5 ปี  10 ปี เริ่มมีความจริงกระจ่าง อย่างน้อยน้องได้ตั้งใจทำงานแล้ว อันไหนที่น้องพูดล่วงเกินผู้หลักผู้ใหญ่ไป หรือมีเรื่องอะไรเกินความจริง แม้แต่พี่ก๊อท จักรพันธ์ ผมในนามไหทองคำ ก็ศรัทธาพี่เขาอยู่แล้ว ก็ไม่อยากไปทำให้พี่เขาไม่สบายใจว่าพี่เขามาเอี่ยวเรื่องนี้ มาอุ้มน้อง ผมก็ไม่สบายใจ แต่ในเมื่อน้องกล้าขอโทษ ผมก็บอกว่าต้องขอโทษด้วยความจริงใจนะ ไม่ใช่ไหว้แต่สายตายังจิกอยู่ เสียงยังเคียดแค้นอยู่ ยังอาฆาตกันอยู่ ฉะนั้นมองหน้ากันครับ เพื่อลูกครับ เป็นสิ่งที่เราสองคนสร้างมาด้วยกันคิดถึงวันที่เราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมด้วยกันวันนั้น มันไม่มีใครรู้ พอเกิดปัญหาขึ้นมาใหญ่ พี่ก๊อทก็กระทบ ผมก็มาปลายเหตุแล้ว ผมก็ต้องมาโอบอุ้มในส่วนของแรงเหวี่ยงที่จะดราม่าอีก ก็มีคำพูดว่าไหทองคำก็ประมาณนี้แหละ ไม่รู้จักสร้างเอง มีแต่ในวนดราม่า ผมแยกระหว่างเพลงกับดราม่านะ ถ้าน้องมีความสามารถ และเชื่อฟังผู้ใหญ่แนะนำ ผมว่าน้องเขาไปได้ เพราะน้องเขามีคาแรกเตอร์ของเขาอยู่

คำพูดเมื่อกี้ดี เราอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมบางทีเรารู้แค่สองคน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นพอมันเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องร่วมกันรับผิดชอบและดูแล นีโออยากฝากอะไร?

นีโอ : ฝากแฟนมีต 4 ก.ค. พี่ณวัฒน์จัดให้ครับ ซื้อบัตรที่ช่องพี่ณวัฒน์ได้เลยครับ

ประจักษ์ชัย : ผมก็ฝากด้วยครับ ผมก็จะมีแฟนมีตให้น้องเหมือนกัน วันที่ 3 ครับ ก่อน 1 วันครับ (หัวเราะ) แฟนมีตให้น้องกับน้องยูกิ คิดได้เมื่อกี้เลยครับ เขาฝากแฟนมีต ผมก็ใช้สิทธิ์พาดพิงนิดนึง ฝากด้วยครับ แฟนมีต น้องฟารีดา กับยูกิครับ

ฟารีดาคงจบแค่นี้ หวังว่าคงไม่มาออกอีกนะ?

ฟารีดา : อีพี 5 นี่ไม่ควรค่ะ

ประจักษ์ชัย : ผมอาจต้องควรอีกมั้ยครับ

ของเราโดนอีกเยอะ?

ประจักษ์ชัย : (หัวเราะ)

วันนี้จะมีลูกสาวแล้ว คิดมั้ยว่าจะให้เขาเรียกเราว่าอะไร?

ติณติณ : ป๊าครับ  

อยากให้เขาใช้นามสกุลอะไร?

ฟารีดา : ต้องคุยกับที่บ้านอีกที ยังไม่ได้คุยกันเรื่องนี้เลย

อยากให้ใช้นามสกุลพ่อเขามั้ย?

ฟารีดา : หนูให้ผู้ใหญ่คุยกันดีกว่า หนูยังไม่ชำนาญเรื่องนี้เท่าไหร่

ติณติณว่าไง?

ติณติณ : ก็ปักของผมไว้ก่อนครับ

อยากให้ใช้นามสกุลของคุณ?

ติณติณ : ใช่ครับ ก็ยังไม่ได้คิดไม่ใช่เหรอ ก็ปักไว้ก่อนแล้วกัน แต่มาพูดคุยกันในภายหลังได้

คุณนามสกุลอะไร?

ติณติณ : เทียมรัตน์ครับ

เวล่า เทียมรัตน์?

ติณติณ : เวล่าไม่ใช่ชื่อจริงครับ เป็นชื่อเล่น

ติณติณจะตั้งชื่อจริงเอง?

ฟารีดา : ได้ แต่ต้องไปหาหมอดูก่อนว่าที่เขาตั้งโอเคมั้ย เพราะชื่อที่หนูเปลี่ยนมาสิบกว่ารอบก็หมอดูล้วนๆ ค่ะ

เลยเป็นแบบนี้หรือเปล่าหมอดูเนี่ย?

ฟารีดา : (หัวเราะ)

ตกลงนามสกุลปักให้ใช้นามสกุลเขา ชื่อจริงเขาขอตั้ง คุณตั้งชื่อเล่นก็เรื่องของคุณ แบ่งกัน โอเคมั้ย?

ฟารีดา : ได้ค่ะ

คุณขอไปดูหมอดูก่อน?

ฟารีดา : ได้ค่ะ ให้ผู้ใหญ่คุยกันอีกทีด้วย

ทนายพัฒน์ : ที่จริงเป็นเรื่องพ่อกับแม่ที่จะตกลงกัน เราโตแล้ว ตอนนี้หนูจะเป็นแม่ เขาจะเป็นพ่อแล้ว เด็กคลอดออกมา เป็นหน้าที่หนูสองคนที่จะดูแลน้อง ส่วนนามสกุล เป็นเรื่องปกติที่สังคมไทยเด็กจะใช้นามสกุลพ่อเป็นหลัก ไม่ว่าพ่อแม่จะจดทะเบียนสมรสกันหรือไม่ ตามความเห็นส่วนตัว ควรของใช้ของพ่อครับ

ฟารีดา : ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่หนูแอบแหวกนิดนึง อยากให้ลูกเท่ ใช้นามสกุลแม่

พอเถอะ แหวกพอแล้ว สุดท้ายอยากคุยกับลูกมั้ย?

ติณติณ : ห๊ะ!

จับท้องเขาดูหน่อยสิ คุยกับลูกได้เลยนะ?

ติณติณ : ลูกดิ้นนะ

ฟารีดา : ดิ้นอยู่

นีโอ : อยากรู้ด้วย (นีโอจับ)

ฟารีดา : เนี่ย ไม่ดิ้น

ติณติณ : (ติณติณจับท้อง) ดิ้นนะ

นีโอ : วัน มอร์ ไทม์ ขอรบกวนหน่อย (จับท้องอีกรอบ) นิ่ง ไม่จับแล้ว (หัวเราะ)

แต่ติณติณรู้สึกใช่มั้ย?

ติณติณ : รู้สึกครับ เขาดิ้นครับ

อยากพูดอะไรกับลูก?

ติณติณ : รักครับ ไม่ว่ายังไงก็รัก

เข้าใจอย่างนึงว่าติณติณอยู่ในภาวะคุณพ่อมือใหม่ อาจไม่เคยเตรียมตัวที่จะเป็นพ่อ แต่วันนี้พอเรื่องราวเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องมองว่านี่คือเรื่องที่ดี คงต้องพากันต่อไปให้ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะขอไว้เลย เข้าใจว่ามีความโกรธเกรี้ยว คับอกคับใจ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ วันนั้นถ้าฟารีดาเดินไปคุยดีๆ ก็น่าจะจบ พอไลฟ์ก็เป็นประเด็น ก็อาจมีเรื่องราวแบบนี้อยู่ในหัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะพี่ก๊อท หรือพี่มด นีโอ หรือติณติณ คงมีความคิดในใจว่าก็เดินมาคุยสิวะ ทางนี้ก็อาจอ้างว่าก็ทางนี้บล็อกติดต่อไม่ได้ก็เลยต้องใช้โซเชียล สุดท้ายแล้วกลายเป็นประเด็นใหญ่ ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาคิดแบบนี้ แต่เชื่อว่าทุกอย่างปรับเปลี่ยนได้ ผมคิดว่าเด็กนี่แหละ  ทำให้เขาเข้าใจกันมากขึ้น คงไม่ได้เป็นคู่รัก คู่ผัวตัวเมียเหมือนที่คนอื่นเป็นกัน แต่ก็สามารถเป็นพ่อแม่ที่ดีกันได้ มันสามารถดูแลได้ แต่สิ่งหนึ่งคือคุณต้องคุยกันก่อน ไม่ใช่คุยในฐานะคนที่รักกันนะ คุยกันในฐานะคนที่จะนำพาชีวิตๆ นึงไปข้างหน้า ชีวิตที่กำลังจะเกิด อันนี้สำคัญ ผมเชื่อว่าฟาไม่มีปัญหาหรอก แต่ติณติณอาจต้องเตรียมใจสักนิดนึง ก็ต้องให้เวลาเขาสักนิด แต่เชื่อว่าเดี๋ยวพอลูกออกมา น่าจะมีอะไรดีขึ้น?

ทนายพัฒน์ : ความคิดจะเปลี่ยน

นีโอ : อย่างน้อยเขาก็ซื้อคู่มือเลี้ยงดูเด็กนะครับ ซื้อก่อนผลจะออกอยู่แล้วครับ

ติณติณ : ผมเป็นคนอ่านหนังสืออยู่แล้วครับ

นีโอ : คู่มือเลี้ยงเด็ก 0-1 ขวบครับ

คงไม่ต้องกลับมาทำรายการกันอีกเรื่องของติณติณกับฟารีดา?

ติณติณ-นีโอ : สาธุครับ (ยกมือไหว้)

นีโอ : จบบริบูรณ์แล้วใช่มั้ยครับ

น่าจะบริบูรณ์แล้ว สุดท้ายต้องกราบขออภัยหลายๆ ท่านที่อาจผิดหวังกับรายการโหนกระแส ที่ได้นำเสนอเรื่องราวฟารีดาหลากหลายเทปมาก บางท่านรู้สึกว่าทำไมไม่นำเสนอเรื่องราวการเมือง ไม่ได้มีนำเสนออะไรให้สังคมเลย เรื่องนี้ให้อะไรกับสังคม ต่างๆ นานา ผมต้องกราบขอโทษด้วย (ยกมือไหว้)แต่สิ่งสำคัญอยากเรียนไปถึงคนเหล่านั้นนิดนึงครับว่า รายการนี้เป็นรายการสะท้อนสังคม เรื่องราวที่เกิดขึ้นคือเรื่องราวสะท้อนสังคม โดยชัดเจนครับ ก็ต้องตอบว่าทุกอย่างเกิดขึ้นในมุมของจริยธรรมของมนุษย์ นี้คือเรื่องราวการตีแผ่จริยธรรมของมนุษย์ครับ จริยธรรมคืออะไร จริยธรรมคือความซื่อสัตย์ที่เราต้องมีให้กัน ไม่ทุจริต หรือแน่นอนว่าความรับผิดชอบที่คุณต้องมีความรับผิดชอบให้ใครสักคนนึงความยุติธรรมคืออะไรครับ คือต้องยุติธรรมให้กับบุคคลที่เราไปทำเขาไว้ ความเมตตาคือสิ่งที่เราต้องมีกับเพื่อนมนุษย์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการเคารพสิทธิ์ซึ่งกันและกันของเพื่อนมนุษย์ นี่คือจริยธรรมตั้งต้นครับ ต่อให้เป็นอาชีพไหนก็ตามแต่ ถ้าไม่มีจริยธรรมในหัวใจ คุณไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ นี่คือรายการที่พยายามสอนจริยธรรมให้มนุษย์ทั้งหลายครับ โดยเฉพาะนักการเมือง ที่คุณอยากให้นำเสนอ ถ้าจริยธรรมไม่เกิดกับพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ ต่อให้คุณเป็นนักการเมืองยังไง คุณก็เป็นที่ดีไม่ได้ มันคือบททดสอบครับ เป็นบทตั้งต้นของการเป็นมนุษย์ อันนี้ก็เหมือนกันเป็นมุมสะท้อนที่ดีที่สุดให้เราได้เรียนรู้ว่าเราจะทำยังไงกับความมีจริยธรรมในตัวเราเอง เท่านั้นแหละครับ ขอบคุณมากครับ ที่ติดตามเรื่องราวฟารีดาหลากหลาย เราอาจไม่ได้นำเสนอเรื่องนี้แล้ว หรืออาจนำเสนอถ้าลูกเขาเกิดแล้วเขาอยากจะมา?

ฟารีดา : ถ้าลูกหนูไม่ทะเลาะกับใครนะคะ

นีโอ : ขอให้สุขภาพแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก

 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top