วันจันทร์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
วันนี้ 10 กรกฎาคม 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ของไต้หวัน หลังจากที่เว็บไซต์ต่างประเทศได้รายงานข่าวความคืบหน้าของคู่รักเพศเดียวกันคนดังอย่าง หง เทียนฮั่น นักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง กับคนรัก เจิ้ง รุ่ยซวน ซึ่งทั้งคู่ได้เข้าพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายไปเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา
ซึ่งล่าสุดทั้งสองคนได้ปรากฏตัวบนเวทีเพื่อรับรางวัลใหญ่ในงานเทศกาลศิลปะระดับบิ๊ก แต่สิ่งที่เป็นจุดสนใจและสร้างความประหลาดใจให้กับสาธารณชนอย่างมากคือ หง เทียนฮั่น อุ้มท้องโตขนาด 8 เดือนขึ้นเวทีด้วยความเบิกบานใจ โดยมีกำหนดคลอดลูกชายในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
แหล่งข่าวหลายแห่งต่างก็ระบุตรงกันว่า คู่รักศิลปินคู่นี้ได้พึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อเติมเต็มความฝันในการมีบุตร แต่ทว่าวิธีการดังกล่าวกลับกลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ เนื่องจากพวกเธอเลือกใช้ ไข่ของ เจิ้ง รุ่ยซวน แฟนสาว มาปฏิสนธิกับ อสุจิของน้องชายแท้ ๆ ของ หง เทียนฮั่น จากนั้นจึงนำตัวอ่อนที่ได้มาฝังตัวและฝากครรภ์ใน มดลูกของ หง เทียนฮั่น ซึ่งหากมองตามกระบวนการนี้ เท่ากับว่า หง เทียนฮั่น กำลังอุ้มท้องและทำหน้าที่รับจ้างตั้งครรภ์ให้กับลูกที่มีสายเลือดของแฟนสาวและน้องชายของเธอเอง
แม้ว่ากฎหมายว่าด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ของไต้หวันจะเปิดโอกาสให้คู่รักหญิงรักหญิงสามารถทำเด็กหลอดแก้ว หรือ IVF ได้ แต่ก็มีข้อบังคับที่เข้มงวดมาก โดยห้ามไม่ให้ญาติสนิทบริจาคอสุจิหรือไข่ให้แก่กันอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันปัญหาทางสายเลือดและจริยธรรม
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
การกระทำของ หง เทียนฮั่น และ เจิ้ง รุ่ยซวน จึงถือเป็นการขัดต่อกฎหมายในบ้านเกิด ส่งผลให้ทั้งคู่ตัดสินใจเดินทางไปทำกระบวนการทั้งหมดในต่างประเทศเพื่อเลี่ยงข้อจำกัดนี้ อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายได้ออกมาเตือนว่า การหลบเลี่ยงไปทำต่างแดนไม่ได้แปลว่าจะหมดปัญหา เพราะหลังจากที่เด็กลืมตาดูโลก ทั้งคู่ยังต้องเผชิญกับกำแพงกฎหมายอีกหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นพ่อแม่ สิทธิในการปกครองบุตรและการแจ้งเกิดตามกฎหมาย
เรื่องราวดังกล่าวทำให้สังคมและโลกโซเชียลมีเดียของไต้หวันเกิดการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน โดยชาวเน็ตจำนวนมากแสดงความสับสนต่อลำดับความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยตั้งคำถามว่า "ถ้าพี่สาวเป็นคนอุ้มท้องลูกที่เกิดจากอสุจิของน้องชายแท้ ๆ เมื่อเด็กคนนี้โตขึ้นมา เขาจะต้องเรียกน้องชายของแม่ว่า คุณลุง หรือ คุณพ่อ กันแน่"
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
นอกจากนี้ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความซับซ้อนทางสายเลือดและจิตวิทยาเด็กในอนาคต บางส่วนมองว่านี่คือการอุ้มบุญที่ซับซ้อนเกินไป ขณะที่อีกฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการจัดการทางกฎหมายเมื่อพวกเธอกลับมาใช้ชีวิตในไต้หวัน ซึ่งการใช้สเปิร์มจากเครือญาติยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวระดับโลกที่หลายประเทศควบคุมอย่างเข้มงวดและไม่มีการยอมรับโดยง่าย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก soha.vn, phunumoi.net, yahoo.news
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี