546.jpg
‘ทรัมป์’พ่ายเละ  ปิดฉาก‘ดีเบต’รอบสุดท้าย  ฮิลลารีนำโด่งชิงผู้นำมะกัน

‘ทรัมป์’พ่ายเละ ปิดฉาก‘ดีเบต’รอบสุดท้าย ฮิลลารีนำโด่งชิงผู้นำมะกัน

วันศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

‘ทรัมป์’พ่ายเละ

ปิดฉาก‘ดีเบต’รอบสุดท้าย

ฮิลลารีนำโด่งชิงผู้นำมะกัน

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันในการชิงชัยเก้าอี้ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ไม่ยอมตอบในการโต้วาทีแสดงวิสัยทัศน์ หรือ ดีเบต ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายว่า จะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่ เพื่อเปิดช่องให้เขาสามารถโต้แย้ง

ผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ได้ ขณะที่ผลสำรวจพบว่า นางฮิลลารี คลินตัน มีคะแนนทิ้งห่าง นายทรัมป์ มากขึ้นหลังการดีเบตครั้งนี้


โดยการดีเบตรอบที่ 3 ซึ่งเป็นรอบสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัยเนวาดา เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ทางตะวันตกของสหรัฐ มีขึ้นตั้งแต่เวลา 18.00-19.30 น. วันพุธที่ 19 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 08.00-09.30 น. วันที่ 20 ตุลาคม ของประเทศไทย นายทรัมป์ และ นางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตไม่จับมือกันทั้งตอนขึ้นและลงจากเวที มีอยู่ช่วงหนึ่งที่นายคริส วอลเลซ ผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ในฐานะผู้ดำเนินการโต้วาทีถามว่า จะยอมรับผลการเลือกตั้งหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า จะรอดูก่อนว่าผลการเลือกตั้งมีความชอบธรรมหรือไม่ ถึงเวลานั้นจะบอกว่าจะยอมรับหรือไม่ ตอนนี้ปล่อยให้สงสัยกันไปก่อน ทำให้นางคลินตันตอบกลับว่า คำกล่าวของทรัมป์เท่ากับดูหมิ่นประชาธิปไตยของสหรัฐ เธอบอกด้วยว่า ท่าทีของนายทรัมป์เป็นเรื่องที่ต้องกังวลอย่างยิ่ง เพราะก่อนหน้านี้นายทรัมป์ได้ปราศรัยตามที่ต่างๆ หลายครั้งว่าจะมีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น

เนื้อหาการโต้วาทีครั้งนี้ เน้นเรื่องนโยบายมากกว่าการโจมตีเรื่องส่วนตัวเหมือนสองครั้งที่ผ่านมา ผู้สมัครทั้งสองคนตอบคำถามในหลายหัวข้อทั้งเรื่องการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกา สิทธิในการทำแท้ง ผู้ลอบเข้าเมือง ความสัมพันธ์กับรัสเซียและข้อกล่าวหาเรื่องรัสเซียเจาะระบบอีเมลทางการเมืองของสหรัฐ การกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนายทรัมป์ระบุว่าหากตนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี จะแต่งตั้งผู้มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมเป็นประธานศาลสูงสุดแห่งสหรัฐ และจะผลักดันให้เกิดการพิจารณาว่าการทำแท้งเป็นเรื่องผิดกฎหมายทั่วสหรัฐ อีกทั้งยังจะสนับสนุนสิทธิในการถือครองอาวุธปืน การผลักดันผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายกลับประเทศ และการปิดกั้นพรมแดนสหรัฐ ขณะที่นางคลินตันระบุว่าตนจะส่งเสริมสิทธิกลุ่มผู้หลากหลายทางเพศ รับรองสิทธิในการทำแท้ง สนับสนุนสวัสดิการและการช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจแก่ชนชั้นกลาง รวมถึงส่งเสริมค่าแรงที่เป็นธรรมแก่ผู้หญิง

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ซึ่งสงบเสงี่ยมในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก พูดเมื่อผู้ดำเนินรายการถาม เริ่มพูดแทรกคลินตันเป็นระยะๆ เมื่อโต้กันเรื่องรัสเซียและอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวหาคณะหาเสียงของคลินตันว่าอยู่เบื้องหลังการนำสตรีหลายคนดาหน้าออกมาโกหกว่าเขาลวนลามทั้งที่เขาไม่รู้จักสตรีเหล่านี้ รวมทั้งจ้างคนไปก่อกวนการหาเสียงของเขาที่นครชิคาโกด้วย ทรัมป์กล่าวหามูลนิธิคลินตันว่าเป็นองค์กรอาชญากรรม รับเงินจากประเทศที่กดขี่สิทธิมนุษยชน ไม่เหมือนมูลนิธิของเขาที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม หลังจากนั้นทั้งคู่ได้ตอบคำถามเรื่องจุดขัดแย้งในต่างประเทศทั้งอิรัก ซีเรีย ก่อนย้อนกลับมาที่เรื่องเศรษฐกิจและปิดด้วยเรื่องสวัสดิการสังคม โดยนายทรัมป์ได้กล่าวหานางคลินตันต่อกรณีจุดยืนเรื่องข้อตกลงการค้าเสรี TPP ซึ่งนางคลินตันเคยสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าวโดยเรียกว่าเป็นมาตรฐานทองคำ แต่ล่าสุดนางคลินตันระบุว่า เธอจะต่อต้านข้อตกลงดังกล่าว หากได้นั่งตำแหน่งผู้นำสหรัฐ ส่วนนโยบายการต่างประเทศ นางคลินตันย้ำว่า เธอต่อต้านการส่งกองกำลังภาคพื้นขนาดใหญ่ของสหรัฐเข้าไปในตะวันออกกลางเพื่อปราบปรามกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอส แต่เธอสนับสนุนเขตห้ามบินในซีเรีย

 

ส่วนผลการโต้วิสัยทัศน์ครั้งที่ 3 ที่จัดทำโดย CNN/ORC ระบุว่า นางคลินตันชนะนายทรัมป์ด้วยคะแนนร้อยละ 52 ต่อ 39 ขณะที่ผลการโต้วิสัยทัศน์นัดแรก นางคลินตันคว้าชัยชนะด้วยคะแนน ร้อยละ 62 ต่อร้อยละ 27 ส่วนการโต้วิสัยทัศน์รอบ 2 นางคลินตันคว้าชัยชนะด้วยคะแนน ร้อยละ 57 ต่อร้อยละ 34

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top