‘โอบามา’ฉุน
อัด‘ทรัมป์’ทำหายนะ/แก้โควิด
สหรัฐตายทะลุ8หมื่นศพ
‘จีน-โสมขาว’น่าเป็นห่วง
ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นอีก
สิงคโปร์ป่วยวันเดียว800
โควิด-19 ยังคงคุกคามชาวโลก โดยเฉพาะสหรัฐตายทะลุ 8 หมื่นศพ อดีตปธน.บารัค โอบามา ตามอัด“ทรัมป์”แก้ไขปัญหาจนเกิดหายนะครั้งใหญ่ ด้านจีน-เกาหลีใต้ แตกตื่นยอดผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นมาอีก
เมื่อเย็นวันที่ 11 พฤษภาคม สื่อต่างประเทศรายงานสรุปสถานการณ์จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ทั่วโลกมีผู้ป่วยติดเชื้อ 4,117,031 ราย เสียชีวิต 280,683 รายโดยสหรัฐอเมริกา มีผู้ป่วย 1,347,318 ราย เสียชีวิต 80,040ราย สเปน มีผู้ป่วย 262,783 ราย เสียชีวิต 26,478 ราย อิตาลี มีผู้ป่วย 218,268 ราย เสียชีวิต 30,395ราย อังกฤษ มีผู้ป่วย 215,260 ราย เสียชีวิต 31,587 ราย
กักตัวแพทย์สหรัฐฯ3ราย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าสถาบันโรคติดต่อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นไอเอช ) ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ว่านพ.แอนโธนี เฟาซี กำลังกักตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และทำงานผ่านระบบเทเลคอนเฟอเรนซ์ ควบคู่ไปกับการใช้โทรศัพท์เป็นหลัก เนื่องจากมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แถลงการณ์ของเอ็นไอเอชไม่ได้ระบุว่าผู้ติดเชื้อที่นพ.เฟาซีใกล้ชิดด้วยเป็นใคร แต่ยืนยันว่าผลการตรวจคัดกรองครั้งล่าสุดของนพ.เฟาซีออกมาเป็นลบ และผู้อำนวยการเอ็นไอเอชวัย 79 ปี จะยังคงเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาอย่างสม่ำเสมอต่อไป แม้ผ่านพ้นช่วงเวลากักตัวไปแล้วก็ตาม
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) ออกแถลงการณ์ว่า นพ.โรเบิร์ต เรดฟิลด์ วัย 68 ปี เข้าสู่กระบวนการกักตัวเองเป็นเวลา 14 วันและทำงานจากที่บ้าน หลังอยู่ในสถานที่เดียวกับหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของทำเนียบขาวคนหนึ่ง ซึ่งได้รับการยืนยันเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐ ( เอฟดีเอ ) ออกแถลงการณ์ว่านพ.สตีเฟน ฮาห์น ผู้อำนวยการวัย 60 ปี กำลังกักตัวเองเป็นเวลา 14 วันและทำงานจากที่บ้านเช่นกัน เนื่องจากมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลซึ่งติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากฝ่ายใด ว่าผู้ติดเชื้อซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งสามมีประวัติอยู่ในสถานที่เดียวกันนั้นเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวการเมืองออนไลน์ “โพลิติโค” รายงานว่านพ.ฮาห์นมีปฏิสัมพันธ์กับนางเคที มิลเลอร์ โฆษกหญิงประจำตัวของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งทำเนียบขาวยืนยันว่ามีผลบวกจากการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อนึ่ง การที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขทั้งสามคนต้องกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรค เท่ากับว่ากำหนดการประชุมโดยคณะกรรมาธิการพิเศษของวุฒิสภา ที่กรุงวอชิงตัน ในวันอังคารที่ 12 พ.ค.นี้ ที่เชิญนายแพทย์ทั้งสามคนเข้าพบ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบสนองโรคโควิด-19 จะไม่เกิดขึ้นโดยปริยาย
โอมาบาชี้หายนะครั้งใหญ่
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 พ.ค.โดยอ้างจากรายงานของยาฮูนิวส์ซึ่งเป็นสื่อแรกที่เผยแพร่เทปบันทึกเสียง อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ร่วมการประชุมแบบทางโทรศัพท์ของ “สมาคมศิษย์เก่าโอบามา” เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่่ผ่านมา ซึ่งเป็นการรวมตัวของบรรดาเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับซึ่งเคยร่วมงานกับโอบามา ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐ โดยโอบามาเรียกร้องสมาชิกของสมาคมซึ่งมีประมาณ 3,000 คน ร่วมกันสนับสนุนอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปที่จะเกิดขึ้นในเดือนพ.ย.นี้
ทั้งนี้ โอบามากล่าวว่าการเลือกตั้งผู้นำสหรัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการแข่งขันระหว่างพรรคหรือระหว่างบุคคล แต่เป็นการต่อสู้กับความแตกแย่ง ความเห็นแก่ตัว และการปลุกระดมความเกลียดชังที่เกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน อดีตผู้นำสหรัฐ 2 สมัยกล่าวต่อไปว่า การที่แนวคิดดังกล่าวฝังรากลึก เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้การตอบสนอง ต่อวิกฤติซึ่งกำลังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน “เบาบางและไม่สม่ำเสมอ”
โอบามากล่าวด้วยว่า จริงอยู่ที่วิกฤติด้านสาธารณสุขครั้งนี้เป็นเรื่องยากลำบาก “แม้กับรัฐบาลที่ดีที่สุด” แต่การที่กรอบความคิดแบบนี้ยังคงฝังรากลึกอยู่ในรัฐบาลสหรัฐชุดปัจจุบัน ทำให้วิกฤติครั้งนี้บานปลาย “เป็นหายนะครั้งใหญ่” และคือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดเขาจึงต้องเคลื่อนไหวเพื่อให้ไบเดนชนะการเลือกตั้ง และเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไป
แม้อดีตผู้นำสหรัฐไม่ได้กล่าวโดยตรงถึงมาตรการจัดการกับโรคโควิด-19 ในสหรัฐ แต่หลายฝ่ายตีความไปในทางเดียวกันว่าหมายถึงเรื่องนี้ ซึ่งนางเคย์ลีห์ แมคอีแนนีย์ โฆษกหญิงประจำทำเนียบขาว กล่าวว่านโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการตอบสนองต่อโรคโควิด-19 “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” และ “รักษาชีวิตของชาวอเมริกันได้เป็นจำนวนมาก”
อนึ่ง ทรัมป์วิจารณ์นโยบายหลายเรื่องของอดีตรัฐบาลโอบามา เมื่อช่วงแรกของการรับตำแหน่ง แม้ช่วงหลังลดลงแต่ยังคงกล่าวถึงเป็นระยะ ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นจากสำนักโพลหลายแห่งให้ทรัมป์และไบเดนยังมีความนิยมสูสีกัน แต่หากวิเคราะห์ออกเป็นรายพื้นที่ พบว่าไบเดนมีคะแนนนำในกลุ่มรัฐที่เป็นสวิงสเตท
จีน-เกาหลีใต้ติดเชื้อพุ่งอีก
ก่อนหน้านี้หน่วยงานสาธารณสุขจีนรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้นอีก 14 ราย นับเป็นยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มีจำนวนตัวเลขสองหลักเป็นครั้งแรกในรอบ 10 วัน โดยรายงานระบุว่าในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อกันเองในประเทศจำนวน 12 ราย โดย 11 รายเป็นผู้ติดเชื้อที่พบในมณฑลจี๋หลิน และอีก 1 รายพบในมณฑลหูเปย์ มณฑลซึ่งมีเมืองอู่ฮั่น เมืองศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ไปทั่วโลกเป็นเมืองเอก
ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวส่งผลให้ทางการจีนต้องยกระดับภัยคุกคามจากการระบาดในเมืองซูหลาน ในมณฑลจี๋หลินเป็นเสี่ยงสูง เพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลประกาศลดระดับภัยคุกคามเป็นระดับเสี่ยงต่ำในทุกภูมิภาคของประเทศ
ทั้งนี้มณฑลจี๋หลินมีชายแดนติดกับเกาหลีเหนือ ประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดนั้นยังไม่ชัดเจน ขณะที่ต้องรับความช่วยเหลือจากทางการจีนเพื่อจัดการกับการแพร่ระบาด
ด้านสถานการณ์ในเกาหลีใต้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นในวันเดียวกัน 34 ราย โดยผู้ติดเชื้อดังกล่าวเชื่อมโยงกับการไปเที่ยวในสถานบันเทิง กระทบกับผลงานการควบคุมการแพร่ระบาดที่รัฐบาลเกาหลีใต้ในช่วงที่ผ่านมา โดยสื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้รายงานว่า ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมง นับเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือนที่มีตัวเลขทะลุ 30 ราย
ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ กล่าวในโอกาสครบรอบ 3 ปี ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี เตือนการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก2 อาจเกิดขึ้นอีกได้ในปลายปีนี้ ทุกคนต้องเพิ่มความระมัดระวังในการป้องกันโรคอย่างเข้มข้นต่อไป
ประธานาธิบดีมุน กล่าวอีกว่า เพื่อให้การต่อสู้กับโควิด-19 มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้จะได้รับการเพิ่มอำนาจ และให้ท้องถิ่นต่างๆ ตั้งระบบตอบโต้การแพร่ระบาดได้เองด้วย
สิงคโปร์วันเดียวติดเชื้อ800ราย
กระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์ แถลงว่า ยอดผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศสิงคโปร์ เพิ่มขึ้นวันเดียวถึง 876 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมของสิงคโปร์อยู่ที่ 23,336 ราย ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่พักอยู่ในหอพักคนงานและมีเพียง 3 ราย ที่เป็พลเรือนถาวรในสิงคโปร์
มาเลเซียคุมเข้มระบาดถึง9มิ.ย.
นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย กล่าวปราศรัยทางโทรทัศน์วันนี้ว่า กฎระเบียบในการควบคุมการเดินทางจะยังคงใช้บังคับต่อไปจนถึงกำหนดวันสิ้นสุดใหม่ในเดือนมิถุนายน ซึ่งมาตรการเข้มงวดนี้ครอบคลุมถึงการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัดและการรักษาระยะห่างทางสังคม เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ มาเลเซียอนุญาตให้บริษัทธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ แต่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดทางด้านสุขภาพที่เข้มงวด หลังจากที่ปิดร้านค้าต่างๆ เป็นเวลา 2 เดือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขได้ทำงานในการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้มาเลเซียพบผู้ติดเชื้อไวรัสสะสมแล้ว 6,589 คนและมีผ้เสียชีวิต 108 ราย
รัสเซียติดเชื้อหมื่นคนต่อวัน
ศูนย์ตอบสนองวิกฤติเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ของรัสเซีย ออกรายงานเมื่อวันอาทิตย์ เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศ ว่ามีการยืนยันผู้ป่วยใหม่อีก 11,012 คน เพิ่มสถิติผู้ป่วยสะสมเป็นอย่างน้อย 209,688 คน ทั้งนี้ รัสเซียรายงานการพบผู้ป่วยโรคโควิด-19 เพิ่มขึ้นมากกว่าวันละ 10,000 คน ตั้งแต่วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา
ขณะที่จำนวนผู้ป่วยได้รับการรักษาหายสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 34,306 คน ด้านจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 1,915 คน เพิ่มขึ้น 88 คน ทั้งนี้ พื้นที่วิกฤติที่สุดของโรคโควิด-19 ในรัสเซีย คือกรุงมอสโก มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 104,189 คน รักษาหายอย่างน้อย 12,779 คน แต่เสียชีวิตแล้ว 1,010 คน
ทั้งนี้ นายเซอร์เก ซอบยานิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก ขยายระยะเวลามาตรการล็อกดาวน์ในเมืองหลวงของรัสเซีย ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30มี.ค.ที่ผ่านมา ให้ครอบคลุมถึงวันที่ 31พ.ค. อย่างไรก็ตาม โรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และสายงานก่อสร้างกลับมาเดินหน้าต่อได้ตั้งแต่วันที่ 12พ.ค.เป็นต้นไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี