วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
4 ก.ค. 2563 สำนักข่าว VnExpress International ของเวียดนาม เสนอข่าว Elderly Vietnamese at mercy of abusive families ว่าด้วยปัญหาผู้สูงอายุในเวียดนามถูกทำร้ายโดยบุตรหลาน อาทิ ที่เมือง Tien Giang หญิงชราวัย 88 ปีและมีอาการสมองเสื่อม ถูกทุบตีทำร้ายโดยลูกสะใภ้วัย 57 ปี และลูกชายวัย 56 ปี เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวเมื่อมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอช่วงเดือน ก.พ. 2563 อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงหนึ่งในหลายสิบกรณีที่เกิดขึ้นในเวียดนาม และแม้ผู้คนที่ได้เห็นข่าวดังกล่าวจะไม่พอใจ แต่ผู้สูงอายุก็ยังเป็นคนชายชอบของสังคม
สถาบันครอบครัวและเพศศึกษา (Institute for Family and Gender Studies : IFGS) สำรวจความคิดเห็นกลุ่มตัวอย่างประชากรสูงอายุรวม 600 คนจาก 3 เมืองคือ Phu Yen , Quang Tri และ Dak Lak เมื่อเร็วๆ นี้ พบว่า ร้อยละ 3 เคยถูกทำร้ายโดยบุตรหลาน ร้อยละ 8.3 เคยถูกกักขัง ร้อยละ 15 เคยถูกทอดทิ้ง และร้อยละ 33.4 เคยถูกใช้ความรุนแรงทางวาจา (ดุด่า ตำหนิ เสียดสีประชดประชัน) ขณะที่ผลการสำรวจของกระทรวงวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยวของเวียดนาม เมื่อปี 2556 พบว่า ร้อยละ 11.6 ของผู้สูงอายุเคยถูกทำร้าย
ข้อมูลจากสำนักงานทั่วไปด้านประชากรและการวางแผนครอบครัว กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม ระบุว่า ณ ปี 2560 จำนวนประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 11.95 ของชาวเวียดนามทั้งประเทศ และในปี 2572 จะเพิ่มขึ้นเป็น 16.5 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของชาวเวียดนามทั้งประเทศ แต่ร้อยละ 70 ของประชากรกลุ่มนี้ไม่มีเงินเลี้ยงตัวยามถึงวัยเกษียณ นั่นนำไปสู่ปัญหาเพราเมื่อต้องพึ่งพาบุตรหลานก็อาจเกิดการกระทบกระทั่งกัน รวมถึงปัญหาหนี้สิน และนั่นเป็นส่วนหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาการทำร้ายผู้สูงอายุ
วัฒนธรรมอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่งปัญหานี้ เนื่องจากชาวเวียดนามเชื่อกันว่า เมื่อพวกเขาได้ทุ่มสรรพกำลังลงทุนทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูบุตรหลาน ดังนั้นยามแก่ชราบุตรหลานก็ต้องกลับมาเลี้ยงดูตนบ้าง นอกจากนี้ยังมีการขาดทักษะหรือความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้สูงอายุ โดย Pham Le Tuan อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม กล่าวว่า ร้อยละ 72.3 ของผู้สูงอายุในเวียดนามอาศัยอยู่กับบุตรหลาน ดังนั้นจึงต้องมีกลยุทธ์ในการให้ความรู้เรื่องนี้ด้วย
รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในเมืองได้ใช้บริการคนดูแลผู้สูงอายุ แต่คนทำงานเหล่านี้จำนวนไม่น้อยไม่ได้รับการฝึกอบรมและขาดประสบการณ์ นำไปสู่การที่ผู้สูงอายุถูกผู้ดูแลทำร้าย เช่น ในปี 2561 ที่เมือง Soc Trang มีกรณีผู้ดูแลทุบตีและโยนหญิงชราวัย 90 ปีขึ้นไปบนเตียง หรือในปี 2562 ที่เมือง Ninh Binh หญิงชราถูกตบและเทนมใส่ปากจากผู้ดูแลที่เป็นญาติ แต่แม้จะปรากฏเป็นข่าว การลงโทษก็ยังน้อยเกินไปจนยังไม่สามารถลดพฤติกรรมดังกล่าวลง
Nguyen Thi Lan คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติเวียดนาม ให้ความเห็นว่า ปัญหาความรุนแรงต่อผู้สูงอายุน่าจะมีมากกว่านี้ แต่หลายกรณีไม่ถูกรายงาน ทั้งนี้ กฎหมายของเวียดนามกำหนดให้บุตรหลานต้องดูแลบุพการีของพวกเขา และการทารุณกรรมผู้สูงอายุมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี แต่ในทางปฏิบัติไม่มีสายด่วนรับแจ้งเหตุ รวมถึงไม่มีการให้ความรู้แก่คนหนุ่ม-สาว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นผู้สูงอายุ
ข้อมูลจาก กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (UNFPA) ระบุว่า ในสังคมเวียดนาม การรายงานเหตุความรุนแรงต่อผู้สูงอายุเป็นเรื่องต้องห้ามเนื่องจากถูกมองว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว และเวียดนามก็เหมือนกับอีกหลายประเทศที่สังคมสูงวัยเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก ขณะที่ To Duc อดีตรองอธิบดีกรมสังคมสงเคราะห์ (Department of Social Assistance) กระทรวงแรงงาน ผู้พิการและกิจการสังคม เปิดเผยว่า ระยะหลังๆ มานี้ความต้องการบ้านพักคนชราเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากชาวเวียดนามวัยแรงงานทำงานและอยู่อาศัยไกลจากญาติผู้ใหญ่
ถึงกระนั้น ระบบการบริบาลผู้สูงอายุในเวียดนามยังอ่อนแอมาก จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นนำมาซึ่งปัญหาการขาดแคลนบ้านพักคนชรา เนื่องด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัว เมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก ผู้สูงอายุจึงต้องอยู่กับบุตรหลานที่อาจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี