วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
นายกรัฐมนตรี แห่งสหราชอาณาจักรเอสวาตีนี หรือ สวาซิแลนด์ ถึงแก่อสัญกรรมที่โรงพยาบาล หลังติดเชื้อโควิด-19ในขณะที่ผู้นำประเทศเยอรมนี สั่งล็อกดาวน์ยาวถึงปีหน้า ปิดทุกอย่างที่ไม่จำเป็น
นายอัมโบรเซ ดลามินี นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรเอสวาตีนี (สวาซิแลนด์) ซึ่งมีผลตรวจโควิด-19 เป็นบวกเมื่อ 4 สัปดาห์ก่อน ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 52 ปี เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา หลังเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้ ชาติเพื่อนบ้าน
ดลามินี เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลในแอฟริกาใต้เมื่อช่วงต้นเดือนธันวาคม หรือ 2 สัปดาห์หลังมีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ออกมาเป็นบวก และล่าสุดรัฐบาลได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการถึงแก่อสัญกรรมของเขา
“ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงบัญชาให้ผมแจ้งข่าวเศร้าของประเทศ เกี่ยวกับการจากไปก่อนเวลาอันควรของนายกรัฐมนตรีอัมโบรเซ มันด์วูโล ดลามินี” เทมบา มาซูกู รองนายกรัฐมนตรีระบุในถ้อยแถลง
มาซูกูแถลงต่อว่า “นายกรัฐมนตรีจากไปเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ ระหว่างอยู่ภายใต้การดูแลทางการแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแอฟริกาใต้” เขากล่าวโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของเขา
ดลามินี ประกาศในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนว่าเขามีผลตรวจไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นบวก แต่บอกว่าเขารู้สบายดีและไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งนี้ ดลามินี เป็นเพียงนักธุรกิจซึ่งไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน ครั้งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนตุลาคม 2018
เอสวาตีนี ซึ่งแต่เดิมก็คือประเทศสวาซิแลนด์ รายงานพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 6,700 ราย ในนั้นเสียชีวิต 127 คน จากประชากรทั้งหมด 1.2 ล้านคน
ด้าน นายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เคิล ประกาศรัฐบาลจะเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ เพื่อควบคุมการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยจะเริ่มตั้งแต่ 16 ธ.ค. ถึง 10 ม.ค. 2564
มาตรการได้แก่ การปิดร้านค้าที่จำหน่ายสินค้าที่ไม่จำเป็น ร้านทำผม และโรงเรียน นอกจากนั้นยังจะขอให้เจ้าของธุรกิจร้านค้าต่างๆ อนุญาตให้พนักงานหรือลูกจ้างทำงานจากที่บ้านได้ หรือไม่ก็ขยายระยะเวลาวันหยุดออกไป เป็นต้น และยังสั่งห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในที่สาธารณะ โดยเฉพาะแผงจำหน่ายไวน์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ได้รับความนิยมในช่วงก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส
นอกจากนี้ การรวมตัวในที่สาธารณะยังถูกจำกัดไม่ให้เกิน 5 คน จากไม่เกิน 2 ครัวเรือนด้วย แต่กฎนี้จะได้รับการผ่อนคลายในช่วงคริสต์มาส 24-26 ธ.ค.นี้ โดยจะให้ 1 ครัวเรือนสามารถเชิญสมาชิกครอบครัวที่สนิทกันมาที่บ้านได้สูงสุด 4 คน
ทั้งนี้ รัฐบาลเยอรมนีใช้มาตรการล็อกดาวน์ในบางพื้นที่ที่พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 รุนแรงมานับ 6 สัปดาห์แล้ว
ส่วนประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ทวีตข้อความเมื่อกลางดึกวานนี้ (13 ธ.ค.) ให้เลื่อนการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวออกไปก่อน เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่สื่อรายงานว่าบรรดาเจ้าหน้าที่อาวุโสสหรัฐฯ จะได้รับสิทธิ์วัคซีนก่อนใครภายใน 10 วันนับจากนี้
“เจ้าหน้าที่ในทำเนียบขาวควรจะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มท้ายๆ เว้นแต่จะมีความจำเป็นจริงๆ” ทรัมป์ ระบุ “ตัวผมเองยังไม่มีกำหนดการฉีดวัคซีน แต่ก็จะฉีดในเวลาที่เหมาะสม ขอบคุณ!”
ในขณะที่ สถานีโทรทัศน์ สกาย นิวส์ ของสหราชอาณาจักร รายงานว่าหน่วยงานกำกับดูแลการแพทย์ของประเทศแนะนำผู้มีประวัติแพ้ยา อาหาร หรือวัคซีนอย่างรุนแรง ไม่ควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค (Pfizer/BioNTech) ซึ่งปัจจุบันกำลังใช้อยู่ในประเทศ
วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ซึ่งพัฒนาโดยไบโอเอ็นเทค บริษัทเยอรมัน และไฟเซอร์ หุ้นส่วนสัญชาติอเมริกัน ได้รับอนุมัติให้ใช้งานในสหราชอาณาจักรและเริ่มฉีดให้ประชาชนเมื่อวันอังคาร (8 ธ.ค.)
สกายนิวส์ระบุว่าสำนักกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ (MHRA) ของสหราชอาณาจักร ประกาศเตือนเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) จำนวน 2 คน แสดงอาการแพ้หลังฉีดวัคซีนเมื่อวันอังคาร (8 ธ.ค.) โดยทั้งสองมีประวัติเป็นภูมิแพ้รุนแรงจนต้องพกยาแอดรีนาลีนติดตัว ปัจจุบันกำลังพักฟื้น
ในขณะที่ ทางการเกาหลีใต้สั่งปิดโรงเรียนทุกแห่งในกรุงโซล เมืองอินชอนและจังหวัดคย็องกี ระหว่างวันที่ 14 ธ.ค. จนถึง 31 ธ.ค. นี้ โดยตลอดช่วงเวลาดังกล่าวให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งกลับไปจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งการใช้คำสั่งปิดโรงเรียนนี้ถือว่าเข้าใกล้มาตรการยกระดับทางสังคมระดับ 3 ที่จะเป็นการล็อกดาวน์เกาหลีใต้
เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกที่สามของโรคโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลที่ยังคงไม่สามารถควบคุมยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่พุ่งสูงขึ้น แม้ปัจจุบันกรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียงอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมระดับ 2.5 ซึ่งเป็นขั้นรองสูงสุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี