546.jpg
ป่วย 148 ล้านคน  โควิดทั่วโลกวิกฤติหนัก  ดับสังเวยแล้ว 3.1 ล้านศพ

ป่วย 148 ล้านคน โควิดทั่วโลกวิกฤติหนัก ดับสังเวยแล้ว 3.1 ล้านศพ

วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

ป่วย 148 ล้านคน

โควิดทั่วโลกวิกฤติหนัก

ดับสังเวยแล้ว 3.1 ล้านศพ

 

โควิดลามทั่วโลก ติดเชื้อพุ่งทะลุ 148 ล้านคน ดับแล้วกว่า 3.1 ล้านศพ อินเดียวิกฤติต่อเนื่อง ติดเชื้อกว่า 3 แสนคนต่อวัน ตายอีก 2,764 ราย ส่วนลาวป่วยเพิ่มกว่า 400 คน ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ ด้านกัมพูชา สั่งล็อกดาวน์กรุงพนมเปญอีก 1 สัปดาห์ ขณะที่สหรัฐฯ แจกวัคซีนแอสตราเซนเนกา 60 ล้านโดส ให้ประเทศอื่นๆ


เมื่อวันที่ 27 เมษายนสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19ในประเทศอินเดีย ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 319,435 คนในรอบ24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมของอินเดียอยู่ที่ 17,625,735คนส่วนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 2,764คนทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 197,880 ราย ซึ่งอินเดียยังคงรั้งสถิติประเทศที่มีผู้เสียชีวิตและป่วยสะสมรายใหม่สูงที่สุดในโลก

ด้านสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก พบว่ามีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 659,024 คนในรอบ 1 วันที่ผ่านมา โดยตัวเลขสะสมอยู่ที่ 148,455,595 คน ประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด 5 อันดับแรกยังคงนำโดยสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 38,870,592คน ตามด้วยอินเดีย 17,625,735 คน บราซิล 14,369,423คน ฝรั่งเศส 5,503,996คน และรัสเซีย 4,771,372คน ส่วนยอดผู้เสียชีวิตสะสมทั่วโลก อยู่ที่ 3,132,811 คน โดยประเทศที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐฯ อยู่ที่ 586,578คน บราซิล 391,936คน เม็กซิโก 214,947คน อินเดีย 197,880 คน และอังกฤษ อยู่ที่ 127,434คน สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาจนหายแล้วอยู่ที่ 126,554,958 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ว่ากระทรวงสาธารณสุขลาวรายงานสถิติโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงยืนยันผู้ป่วยใหม่ 113คน นับเป็นสถิติรายวันสูงสุดตั้งแต่มีการยืนยันผู้ติดเชื้อคนแรกเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว รวมทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ลาวพบผู้ป่วยรายวันมากกว่า 100 คน ทำให้ขณะนี้ลาวมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 436 คน แต่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนผู้ป่วยที่ยังต้องรับการรักษาในระบบเพิ่มเป็นอย่างน้อย 387คน มากที่สุดที่แขวงจำปาสัก 54 คน

ส่วนที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา รายงานสถิติโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมง ยืนยันผู้ป่วยใหม่ 580 คน เป็นผู้เดินทางข้ามแดนมาจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา ทำให้ยอดสะสมผู้ป่วยเพิ่มเป็นอย่างน้อย 10,555 คน และยังคงมีผู้ติดเชื้อต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6,892 คนขณะที่ในรอบวันมีผู้เสียชีวิต 5 ราย เป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด อายุระหว่าง 32-81 ปี ทำให้ปัจจุบันกัมพูชามีผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 79 คน

ด้านสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประกาศขยายระยะเวลาล็อกดาวน์กรุงพนมเปญ และเมืองตาเขมา เมืองเอกของจังหวัดกันดาล อีก 7 วันถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ภายหลังบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งพื้นที่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์จะถูกแบ่งออกเป็น 3 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลืองเข้ม และสีเหลือง ขึ้นอยู่กับอัตราการพบผู้ติดเชื้อ โดยแต่ละสีจะมีมาตรการควบคุมเข้มลดหลั่นกันไป

ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ รายงานว่าพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 8,929 คน และผู้เสียชีวิต 70 คน ทำให้มียอดผู้ป่วยสะสมทะลุ 1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 16,800 คนถือเป็นยอดผู้ป่วยสะสมและผู้เสียชีวิตสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย

นายโรลันโด เอ็นริเก โดมิงโก ผอ.สำนักงานอาหารและยา หรือเอฟดีเอ ของฟิลิปปินส์เผยว่า โมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเวชภัณฑ์ของสหรัฐฯ ได้ยื่นเอกสารขออนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉินในฟิลิปปินส์แล้ว โดยทางการฟิลิปปินส์จะได้รับวัคซีนของโมเดอร์นา 194,000โดส ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ และอีก 1 ล้านโดสในเดือนกรกฎาคม ซึ่งขณะนี้ฟิลิปปินส์ประกาศอนุมัติใช้วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นการฉุกเฉินทั้งหมด 6 ขนาน ได้แก่ วัคซีนไฟเซอร์ฯ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ซิโนแวกซ์สปุตนิก-วีแอสตราเซนเนกาและโควาซิน

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่าจะมีการแบ่งปันวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ของแอสตราเซนเนกา 60 ล้านโดสให้กับประเทศอื่นๆ โดยสหรัฐฯ จะส่งออกวัคซีนดังกล่าวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากที่รัฐบาลกลาง ได้ตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ดี การดำเนินการดังกล่าวทำให้สหรัฐฯ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการกักตุนวัคซีน ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานในประเทศสหรัฐฯ ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีความต้องการวัคซีนอย่างมากโดยช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจไบเดน ประกาศจะแบ่งวัคซีนแอสตราเซนเนกา 4 ล้านโดส ให้เม็กซิโกและแคนนาดา ซึ่งสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคดังกล่าวในประเทศอินเดีย น่าจะเป็นปัจจัยกดดันให้มีการแบ่งปันวัคซีน

วันเดียวกัน คณะกรรมการ 5 คนของอันวิซา (Anvisa) หน่วยงานควบคุมด้านสุขภาพของบราซิล ลงมติเป็นเอกฉันท์ไม่อนุมัติให้ใช้วัคซีนสปุตนิก-วี ของรัสเซีย หลังจากเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเน้นย้ำว่าวัคซีนดังกล่าวมีปัจจัยเสี่ยงแฝงอยู่และมีข้อบกพร่องรุนแรง อีกทั้งยังขาดข้อมูลยืนยันความปลอดภัย คุณภาพ และประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ บราซิลได้ฉีดวัคซีนโดสแรกให้ประชาชนราว 27.3 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 13 จากประชากรทั้งหมด 211 ล้านคน ซึ่งบราซิลมียอดผู้ติดเชื้อสะสมราว 14.4 ล้านคน และผู้เสียชีวิตเกือบ 400,000 คน ซึ่งพบผู้เสียชีวิตจำนวนมากในช่วงไม่กี่เดือนนี้

อย่างไรก็ดี วัคซีนสปุตนิก-วี ได้รับอนุมัติให้ใช้ในหลายประเทศทั่วโลก โดยสถาบันกามาเลยาของรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้พัฒนาวัคซีนดังกล่าว และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติรัสเซีย (RDIF) เปิดเผยข้อมูลว่า นักวิทยาศาสตร์รัสเซีย ยืนยันว่าวัคซีนดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สูงถึงร้อยละ 97.6 จากการทดสอบกลุ่มผู้ทดลอง3.8 ล้านคนทั่วโลก แม้ว่าสหภาพยุโรปยังไม่อนุมัติใช้วัคซีนของรัสเซียเช่นเดียวกับอันวิซา โดยระบุว่าจำเป็นต้องใช้ข้อมูลยืนยันผลการทดลองและกระบวนการผลิต

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top