กัมพูชาสาหัส
ติดเชื้อวันเดียว 730 ราย
สิงคโปร์ปิดโรงพยาบาล
บุคลากรการแพทย์ป่วย
ฟิลิปปินส์เร่งฉีดวัคซีน
‘อินเดีย’ป่วย-ตายยังพุ่ง
กัมพูชาพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสมรณะอีก 730 คน นับเป็นสถิติรายวันสูงสุด ด้านรัสเซีย จัดส่งวัคซีนสปุตนิก วี ลอตแรกให้ฟิลิปปินส์ 1.5 หมื่นโดส ส่วนสิงคโปร์ วุ่น เร่งคุมการระบาดจาก รพ.ใหญ่ พบตายรายแรกในรอบกว่า 1 เดือน ขณะที่อินเดีย ป่วย-ตาย พุ่งไม่หยุด เร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเป้าหมายตามแผน
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานควบคุมโรคติดต่อกระทรวงสาธารณสุขกัมพูชา แถลงว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังเป็นภัยคุกคามประเทศและมีการขอร้องให้ประชาชนระมัดระวังรักษาสุขอนามัย ปฏิบัติตามแนวทางเว้นระยะห่างทางสังคมและขอความร่วมมือไม่ออกจากบ้านไปไหนมาไหนเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวยังรุนแรง โดยพบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 730 คน นับเป็นสถิติรายวันสูงสุดอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่พบการติดเชื้อค่อนข้างต่ำ แต่การระบาดครั้งล่าสุด พบครั้งแรกเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทำให้ยอดสะสมผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็นอย่างน้อย 14,520 คน เสียชีวิต 103 คน โดยที่กรุงพนมเปญ นครหลวงของกัมพูชา พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในประเทศ แม้ว่ากรุงพนมเปญ ได้อยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ไปจนถึงวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ และมีการประกาศบางเขตเป็นพื้นที่สีแดง ห้ามประชาชนออกนอกบ้านเด็ดขาด ยกเว้นมีเหตุผลทางด้านการแพทย์
ส่วนที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทำเนียบมาลากันยัง ได้ออกแถลงการณ์ว่า วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ‘สปุตนิก วี’ ของสถาบันกามาเลยาจากรัสเซีย 15,000 โดส ถูกลำเลียงด้วยเที่ยวบินคาร์โกของสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ส ถึงท่าอากาศยานนานาชาตินินอยอากีโน ชานกรุงมะนิลา แล้ว โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นลอตแรกจากทั้งหมด 20 ล้านโดส ที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ เจรจาขอซื้อผ่านกองทุนการลงทุนโดยตรงที่รัสเซีย (อาร์ดีไอเอฟ) ผู้จำหน่ายวัคซีนสปุตนิก วี ในนามตัวแทนรัฐบาลมอสโก และสถาบันกามาเลยา ซึ่งเป็นผู้พัฒนา
จากนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์จะสุ่มตรวจคุณภาพของวัคซีนอีกครั้ง ก่อนกระจายวัคซีนดังกล่าวให้แก่หน่วยงานด้านสาธารณสุขใน 4 เมืองรอบกรุงมะนิลา ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงในการแพร่ระบาด ซึ่งเดิมทีวัคซีนสปุตนิก วี ลอตนี้มีกำหนดมาถึงตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา แต่ต้องเลื่อนออกไปเนื่องจากประสบกับปัญหาความล่าช้าทางด้านโลจิสติกส์
ทั้งนี้ ปัจจุบันฟิลิปปินส์ซึ่งมีผู้ป่วยจากโรตไวรัสโควิด-19 สะสมมากกว่า 1.04 ล้านคน และเสียชีวิตแล้วมากกว่า 17,300 คน ได้รับวัคซีนป้องกันโรคดังกล่าวแล้วมากกว่า 4.04 ล้านโดส จากจำนวนดังกล่าว 86% คือวัคซีนยี่ห้อซิโนแวกซ์ของจีน รองลงมาคือวัคซีนแอสตราเซเนกา/ออกซฟอร์ด ที่รับมอบผ่านโครงการโคแวกซ์ขององค์การอนามัยโลก (WHO) และนับตั้งแต่เริ่มการฉีดวัคซีนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทำให้ฟิลิปปินส์ใช้วัคซีนในคลังไปแล้วมากกว่า 1.8 ล้านโดส
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ ว่ากระทรวงสาธารณสุขสิงคโปร์รายงานสถานการณ์เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยืนยันพบผู้ป่วยใหม่ 34 คน โดยจำนวนดังกล่าว 25 คน เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ส่วนอีก 9 คน เป็นผู้ติดเชื้อจากภายในประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงมีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ที่โรงพยาบาลตัน ต็อก เส็ง หนึ่งในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ทำให้ปัจจุบันสิงคโปร์มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 61,179 คน
ขณะที่จำนวนผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาล มีอย่างน้อย 111 คน และอีก 272 คน อยู่ในสถานที่กักตัว อย่างไรก็ดี จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 31 คนซึ่งผู้เสียชีวิตล่าสุดเป็นหญิงวัย 88 ปี และเป็นผู้ป่วยในของโรงพยาบาลตัน ต็อก เส็ง มีโรคประจำตัวหลายโรค รวมถึงมะเร็ง ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คนแรกในรอบกว่า 1 เดือนในสิงคโปร์
ทั้งนี้ คลัสเตอร์โควิด-19 ที่โรงพยาบาลตัน ต็อก เส็ง เป็นการติดเชื้อแบบเป็นกลุ่มก้อนในโรงพยาบาลครั้งแรกของสิงคโปร์ และเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ ทำให้มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 16 คน หลังจากมีการยืนยันว่าพยาบาลรายหนึ่งติดเชื้อเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา จนมีการล็อกดาวน์แผนกผู้ป่วยแล้ว 4 แผนก งดรับผู้ป่วยอย่างไม่มีกำหนด ยกเว้นเคสฉุกเฉิน
ด้านผู้ป่วยในประมาณ 1,100 คน และบุคลากรในโรงพยาบาลอีกประมาณ 4,500 คน ได้ทยอยเข้ารับการตรวจคัดกรอง และสถานประกอบการทุกแห่งซึ่งอยู่ในไทม์ไลน์ของผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงพยาบาลตัน ต็อก เส็ง ต้องระงับให้บริการอย่างน้อย 2วัน
วันเดียวกัน ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขอินเดียรายงานสถิติเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรอบ 24 ชั่วโมงยืนยันผู้ติดเชื้อใหม่ 392,488 คน ทำให้อินเดียมีผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นมากกว่า 19.5 ล้านคน มากที่สุดในทวีปเอเชีย และเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา และในรอบวันเดียวกัน มีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 3,689 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดครั้งใหม่ เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมเป็นอย่างน้อย 215,542 คน มากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐฯ และบราซิล และยังมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาอยู่ในระบบอีกอย่างน้อย 3,349,644 คน
สำหรับ อินเดียเริ่มมีการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีอายุระหว่าง 18-44 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายตามแผนยุทธศาสตร์ แม้ว่าหลายรัฐสามารถดำเนินการได้ตามกำหนดการ แต่หลายรัฐและเมืองใหญ่หลายแห่ง รวมถึงกรุงนิวเดลีและเมืองมุมไบ ยังไม่สามารถเริ่มฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนได้ตามแผนการ
อย่างไรก็ดี วัคซีนสปุตนิก วี ลอตแรก150,000 โดสได้เดินทางจากรัสเซียถึงอินเดีย แล้ว โดยจะมีการใช้วัคซีนบางส่วนเพื่อต่อยอดการผลิตวัคซีนในอนาคตด้วย ซึ่งวัคซีนสปุตนิก วี พัฒนาโดยสถาบันกามาเลยาของรัสเซีย ใช้เทคโนโลยีไวรัลเวกเตอร์ ใช้อะดีโนไวรัสสายพันธุ์ เอดี5 ร่วมกับ เอดี26 ของมนุษย์ ฉีดห่างกัน 21 วันระหว่างโดสแรกกับโดสที่สอง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี