19 พฤษภาคม 2564 สำนักข่าวซินหัวรายงาน ผลการศึกษาร่วมโดยองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (17 พ.ค.) พบว่าชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 745,000 รายในปี 2016 และกลายเป็นอันตรายจากการทำงานอันดับสาม เนื่องจากผู้ที่ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงป่วยโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจเพิ่มขึ้น
การศึกษาพบว่าปี 2016 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองที่เกิดจากการทำงานเป็นเวลานาน 39,800 ราย และโรคหลอดเลือดหัวใจที่เกิดจากสาเหตุเดียวกัน 347,000 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 นับตั้งแต่ปี 2000
ผู้ที่ทำงานมากกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้นร้อยละ 35 และมีความเสี่ยงเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจสูงขึ้นร้อยละ 17 เมื่อเทียบกับผู้ที่ทำงาน 35-40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ผู้ชายจะได้รับผลกระทบจากแนวโน้มเหล่านี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากร้อยละ 72 ของผู้เสียชีวิตเป็นเพศชาย ขณะผู้อาศัยในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนคนงานวัยกลางคนหรือสูงอายุ ต่างได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
ปัจจุบันที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ยังคงแพร่ระบาด ทำให้ผู้คนต้องทำงานเป็นเวลานานเพิ่มขึ้น โดยบริษัทและรัฐบาลกำหนดให้ลูกจ้างทำงานจากบ้าน ซึ่งดร. ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ชี้ว่า “การทำงานจากบ้านทำให้ขอบเขตระยะเวลาของการทำงานไม่ชัดเจน”
ปัจจุบันร้อยละ 9 ของประชากรทั้งหมดมีกะทำงานเป็นเวลานาน โดยการทำงานจากบ้านทำให้สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ไม่มีงานใดที่คุ้มค่ากับความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองหรือโรคหัวใจ” ทีโดรสกล่าว “รัฐบาล นายจ้าง และลูกจ้างจำเป็นตกลงเรื่องขีดจำกัดเวลาทำงาน เพื่อปกป้องสุขภาพ”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี