ทั่วโลกติดเชื้อโควิดพุ่งต่อเนื่องกว่า 186 ล้านคน ตายทะลุ 4 ล้านศพอินโดนีเซียวิกฤติ ป่วยวันเดียวพุ่ง 3.8 หมื่นคน ตาย 852 ศพ ส่งผลให้ยอดสะสมพุ่งกว่า 2.4 ล้านคน สูงสุดในอาเซียน ส่วนมาเลเซียล็อกดาวน์ไม่อยู่ ติดเชื้อ 8 พันคนต่อวัน ขณะที่อังกฤษ ป่วยทะลุ3หมื่น รายติดต่อกัน2วัน ด้านออสเตรเลียขยายล็อกดาวน์ถึง16ก.ค.
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ว่ามีผู้ติดเชื้อรวม 186,304,776คน ผู้เสียชีวิตรวม 4,025,754คน และรักษาหายแล้วรวม 170,454,176คน
ที่ประเทศอินโดนีเซีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขอินโดนีเซีย รายงานว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 38,391 คน ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นยอดผู้ติดเชื้อสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคดังกล่าวในอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 2,417,788คน นับเป็นจำนวนสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) โดยลุกลามไปทั่วทั้ง 34 จังหวัดของอินโดนีเซีย ขณะที่ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 852 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตสะสม 63,760 คน สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่นกัน
ส่วนที่ประเทศฟิลิปปินส์ กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ รายงานว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 5,484 คน ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อสะสมรวม 1,455,585คน สูงสุดเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศอินโดนีเซีย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 191 คน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 25,650คน เป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนเช่นเดียวกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประเทศมาเลเซียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19มากถึง 8,868 คนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา และมีผู้เสียชีวิต 135 คน สูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโรคดังกล่าว ทำให้พรรคอัมโน ถอนตัวจากรัฐบาล พร้อมกับเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีมูห์ยัดดิน ยัสซิน ลาออกจากตำแหน่ง ทั้งนี้ มาเลเซีย มีผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดเป็นสถิติของประเทศในวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา อยู่ที่ 9,020 คน ทำให้รัฐบาลประกาศใช้มาตรการควบคุมเข้มงวดในบางรัฐ ก่อนตัดสินใจบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศในวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยรัฐบาลจะไม่ผ่อนคลายมาตรการจนกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่จะต่ำกว่าวันละ 4,000 คน และแม้ว่าจะขยายเวลาใช้มาตรการล็อกดาวน์โดยไม่มีกำหนด จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันกลับยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเกินกว่า 6,000 คนในสัปดาห์นี้
สำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงตามข้อมูลอย่างเป็นทางการของมาเลเซียซึ่งอยู่ที่ 8,868คนนั้น เกินครึ่งพบในเขตหุบเขาเกลัง มากสุดอยู่ที่รัฐสลังงอร์4,152 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 135 คน ก็เป็นสถิติสูงสุดแทนสถิติเดิม 126 คน เมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 5,903 คน
นูร์ฮิชาม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมการแพทย์มาเลเซีย กล่าวว่า นอกจากมีผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น ยังมีผู้ติดเชื้อที่รักษาตัวในไอซียู 952 คน โดยจำนวนนี้ 445 คน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งระบบสาธารณสุขกำลังทำงานหนักจากผู้ป่วยวิกฤตที่เพิ่มขึ้น และหลายรายเสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา ส่วนมาตรการล็อกดาวน์ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบ จนมีการใช้วิธีติดธงขาว เป็นสัญลักษณ์ว่าต้องการความช่วยเหลือ
ขณะเดียวกัน ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลีใต้ (เคซีดีซี) รายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่ามีอย่างน้อย 164,028 คน เพิ่มขึ้น 1,316 คน เป็นสถิติรายวันสูงสุดอีกครั้ง และเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันที่มีผู้ติดเชื้อเกินกว่า 1,200 คน ส่วนผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 2,036คน เพิ่มขึ้น 2คน
ทั้งนี้ กรุงโซลและพื้นที่ใกล้เคียงได้แก่ เมืองอินชอน และจังหวัดคย็องกี ยังคงเป็นพื้นที่สีแดงของการแพร่ระบาด โดยนายคิมบู-คย็อม นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ให้กรุงโซล เมืองอินชอน และจังหวัดคย็องกี อยู่ภายใต้มาตรการควบคุมทางสังคมขั้นสูงสุดอย่างน้อย 14 วัน ถึงวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ ขณะที่ความคืบหน้าด้านการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 นั้น 10% ของประชากร 52 ล้านคน ได้รับวัคซีนแล้ว และอีก 30% ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ซึ่งปัจจุบันใช้วัคซีนอย่างน้อย 3 รายการ ได้แก่ แอสตราเซเนกา , ไฟเซอร์ และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
ที่ประเทศอังกฤษ กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษ รายงานสถิติผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อสะสมอย่างน้อย 5,022,893 คน เพิ่มขึ้น 32,551 คน ส่วนผู้เสียชีวิตสะสมอย่างน้อย 128,336คน เพิ่มขึ้น 35คนและยังมีผู้ที่รักษาตัวอยู่ในระบบอย่างน้อย 545,693 คน โดยปัจจุบัน 86.6% ของประชาชนอังกฤษ หรือประมาณ 45.6 ล้านคน ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้ว และเกือบ 65% หรือประมาณ 34.1 ล้านคน รับวัคซีนครบแล้ว ปัจจุบันอังกฤษใช้งานวัคซีน แอสตราเซเนกา , ไฟเซอร์ , โมเดอร์นา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน
อีกด้านหนึ่ง ที่ประเทศออสเตรเลีย สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ระบุว่าการล็อกดาวน์ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาจจะต้องขยายระยะเวลาออกไปอีก เนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมโรค โดยยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้น โดยนางกลาดีส์เบเรจิกเลียน มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว
ทั้งนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์ ที่มีประชากรมากที่สุดของออสเตรเลียพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 44คน จำนวนนี้ 29คน ใช้เวลาอยู่ในชุมชนขณะที่ติดเชื้อแล้ว โดย 43 คน เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล 10 คน มีอาการหนัก และ 4 คน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนการล็อกดาวน์ได้ขยายออกไปโดยกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 16 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเพิ่มมาตรการเข้มงวดกว่าเดิมในนครซิดนีย์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี