546.jpg
สื่อฮ่องกงวิเคราะห์ม็อบ3นิ้วเมืองไทย ชี้‘GenZ’คนพันธุ์ใหม่‘ยิ่งปราบยิ่งสู้-ยิ่งขู่ยิ่งต้าน’

สื่อฮ่องกงวิเคราะห์ม็อบ3นิ้วเมืองไทย ชี้‘GenZ’คนพันธุ์ใหม่‘ยิ่งปราบยิ่งสู้-ยิ่งขู่ยิ่งต้าน’

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 10.33 น.

20 สิงหาคม 2564 เว็บไซต์ นสพ.South China Moring Post ของฮ่องกง เสนอรายงานพิเศษ As Thailand’s ‘new-breed’ Gen Z protesters dig in, violence mounts and hopes for compromise vanish ว่าด้วยความเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยที่ออกมาชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (Prayuth Chan-ocha) แม้จะมีการเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนครั้งแล้วครั้งเล่าก็ตาม

รายงานข่าวเริ่มต้นด้วย Sand (นามสมมติ) เด็กสาววัย 16 ปีที่เดินทางมาจากพื้นที่ชนบทของประเทศไทย ยืนถือไมโครโฟน เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีแนวป้องกันทั้งชุดควบคุมฝูงชน รั้วลวดหนามและรถฉีดน้ำแรงดันสูง ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่ถูกล็อกดาวน์เนื่องจากรัฐบาลต้องการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 แต่ Sand และคนอื่นๆ อีกหลายพันคน ออกจากบ้านมาประท้วงรัฐบาลที่พวกเขาสูญสิ้นศรัทธา เสียงตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกขัดจังหวะเป็นระยะๆ จากการฉีดน้ำของตำรวจ และมีผู้ชุมนุมบางคนถูกดำเนินคดี


อย่างไรก็ตาม การชุมนุมที่ผู้ประท้วงมีอาวุธเป็นถุงสี และบางคนที่หัวรุนแรงอาจใช้หนังสติ๊กหรือขวดแก้ว ปะทะกับตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง กลายเป็นเหตุการณ์รายวันที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ วันนี้ผู้ชุมนุมล่าถอยแต่วันรุ่งขึ้นพวกเขาก็กลับมาใหม่ ราวกับว่าจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ควบคุมไมได้ ผู้ชุมนุมบางคนเป็นเพียงเด็กอายุ 12 ปี หลายคนรับบทบาทต่างๆ โดยไม่ได้วางแผนเตรียมตัวล่วงหน้า ทั้งพ่นสีตามฝาผนัง ปลุกระดม ไปจนถึงการขว้างปาก้อนหิน

Sand กล่าวว่า ไม่มีผู้มีอำนาจคนใดได้ยินพวกเธอ ไม่มีใครคิดจะฟัง มีแต่จะข่มขู่และปราบปรามเท่านั้น แต่เราจะกลับมาอีกแน่นอน ในการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2564 เธอกล่าวโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่แผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ล่าช้า ไปจนถึงโครงสร้างของประเทศที่สังคมเหลื่อมล้ำ มีแต่ชนชั้นนำที่ได้ประโยชน์ ทุกอย่างถูกผูกขาดด้วยธุรกิจและอำนาจ แม้กระทั่งระบบการศึกษาก็ยังปฏิบัติต่อคนเหมือนผลิตภัณฑ์ หมายถึงการที่คนถูกสร้างเพื่อให้เข้ากับระบบ แทนที่จะเตรียมพร้อมให้รับกับโลกแห่งความเป็นจริง

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า วิกฤติเศรษฐกิจกำลังทำลายงานของคนรุ่นใหม่ และนั่นซ้ำเติมวิกฤติเดิมที่ผู้มีอำนาจยังไม่ได้แก้ไข หน่วยงานพยากรณ์เศรษฐกิจของรัฐบาลไทย ปรับลดระดับผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของปี 2564 ลงมาเหลือเพียงร้อยละ 0.7-1.2 จากเดิมซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 1.5-2.5 ในขณะที่ปี 2563 เศรษฐไทยหดตัวถึงร้อยละ 6.1 รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในปี 2540 

ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล (Kanokrat Lertchoosakul) อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ และผู้สนับสนุนฝ่ายอนุรักษ์นิยมกระชับอำนาจแน่นกว่าเดิม พื้นที่แห่งการประนีประนอมก็หายไป ทั้งนี้ คนรุ่นก่อนเติบโตมาในยุคที่เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู พวกเขาไมได้เติบโตมากับการต่อสู้แบบนี้ คนรุ่นนี้เป็นพลเมืองที่กระฉับกระเฉงและแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในประเทศไทย พวกเขามีจิตสำนึกในวงกว้างเกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง และมีทักษะการคิดวิเคราะห์ที่เหนือกว่าคนรุ่นก่อน

เสียงสะท้อนแบบเดียวกันยังเกิดขึ้นที่ฮ่องกงและเมียนมา จิตใจของคนพวกเขามุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงระยะยาว แม้จะถูกต่อต้านมากมายจากอำนาจที่อยู่เบื้องหน้า สำหรับประเทศไทย การประท้วงของคนรุ่นใหม่เกิดขึ้นในปี 2563 เริ่มแรกด้วยการชุมนุมอย่างสงบ แต่กลับได้รับการตอบรับด้วยการถูกดำเนินคดี ซึ่งนอกจากจะไม่ทำให้ทุกอย่างสงบลงแล้ว ยังเกิดกลุ่มใหม่ๆ ขึ้นมาชุมนุมประท้วงต่อเนื่อง และความรุนแรงก็กำลังก่อตัวขึ้น เห็นได้จากมีเด็กอายุ 14 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนบาดเจ็บสาหัส เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าใครเป็นผุ้ก่อเหตุ และทางตำรวจยืนยันว่าการรับมือการชุมนุมใช้เพียงกระสุนยางเท่านั้น

บรรดาผู้เชี่ยวชาญมองว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤติ การเมืองกลายเป็นความโกรธและเกลียดชัง โรคระบาดโควิด-19 คร่าชีวิตผู้คนไปเพิ่มอีก 312 รายในวันที่ 18 ส.ค. 2564 ในขณะที่แผนการฉีดวัคซีนล่าช้า และผู้คนไม่มั่นใจในประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวคที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ สั่งซื้อจากจีน อนึ่ง มีการคาดเดากันว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังซื้อเวลาเพื่อหาจังหวะยุบสภา แต่ความรุนแรงบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้กองทัพตัดสินใจใช้กำลัง รวมถึงการประกาศกฎอัยการศึก

อีกด้านหนึ่ง สำหรับฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เป็นขั้วตรงข้ามกับคนรุ่นใหม่ หฤทัย ม่วงบุญศรี (Haruethai Muangboonsri) อดีตศิลปินนักร้องชื่อดังที่ผันตัวไปเคลื่อนไหวทางการเมือง มองว่า ในขณะที่ฝ่ายนั้นคิดว่าทุกคนโง่ แต่จริงๆ ฝ่ายนั้นต่างหากที่โง่ และฝ่ายนั้นจะพ่ายแพ้เพราะคำพูดที่ไร้เดียงสาไม่อาจรวมพลังคนไทยเข้าด้วยกัน พวกเขาจะชนะได้อย่างไรหากทำตัวเป็นศัตรูกับคนอีกนับล้าน

รายงานข่าวทิ้งท้ายด้วย Aorn นักศึกษาสาววัย 19 ปี เดินทางจาก จ.ขอนแก่น มาร่วมชุมนุมในกรุงเทพฯ ด้วยการแสดงออกด้วยการพ่นสีสเปรย์คำขวัญของกลุ่มผู้ประท้วง นั่นคือสัญลักษณ์ 3 นิ้ว อันมีที่มาจากภาพยนตร์ไตรภาค The Hunger Games เธอกล่าวว่า การดื้อรั้นต่อผู้มีอำนาจไม่ใช่เรื่องใหม่ นี่เป็นการต่อสู้อันยาวนาน แต่ก็ไม่มีทางเลือก เราติดกับดัก รัฐบาลล้มเหลวในการเตรียมอะไรๆ ให้เรา ไม่มีใครทำสิ่งนี้ให้เราได้

ขอบคุณเรื่องจาก : 

https://www.scmp.com/week-asia/politics/article/3145669/thailands-new-breed-gen-z-protesters-dig-violence-mounts-and

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top