ลอนดอน (เอพี/รอยเตอร์ส/บีบีซี นิวส์) -นายริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลังของอังกฤษ และนางลิซ ทรัสส์ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ เป็นผู้สมัคร 2 คนสุดท้าย ในศึกชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยม (ConservativeParty) และจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่แทนนายกรัฐมนตรี บอริส จอห์นสัน หลังทั้งสองคนได้รับคะแนนสนับสนุนจากสมาชิกพรรคสูงสุด 2 คนสุดท้าย
นายซูนัคได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนสูงสุด 137 คะแนนจากการลงคะแนนรอบสุดท้ายของสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม เมื่อวันพุธ ตามมาด้วยนางทรัสส์ที่ได้ 113 คะแนน ในอันดับ 2 และนางเพนนี มอร์ดอนต์ รัฐมนตรีด้านนโยบายการค้าที่ได้ 105 คะแนน ในอันดับ 3และต้องตกรอบในการแข่งขันครั้งนี้
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า นายซูนัคได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สูงสุดในอันดับ 1 จากการลงคะแนนทุกรอบ แต่คาดว่านางทรัสส์มีแนวโน้มได้เปรียบในกลุ่มสมาชิกพรรคราว 200,000 คนที่จะเป็นผู้ลงคะแนนเลือกผู้ชนะในครั้งนี้ ขณะที่ผลโพลล์หลายแห่งของอังกฤษชี้ว่านางทรัสส์จะสามารถเอาชนะนายซูนัคในการลงคะแนนครั้งหน้าได้ โดยจะมีการประกาศผลในวันที่ 5 กันยายน
ซูนัค ซึ่งเป็นชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย อาจจะสร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นนักการเมืองเชื้อสายเอเชียคนแรกของอังกฤษ หรือถ้าไม่ใช่ซูนัค อังกฤษก็อาจจะได้นายกรัฐมนตรีหญิงคนที่ 3 ริชี ซูนัค อดีตรัฐมนตรีคลัง เสนอการเรียกเก็บภาษีสีเขียว เพื่อใช้รับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หนังสือพิมพ์เดลี เทเลกราฟ รายงานว่า ซูนัค จะเสนอชุดการปฏิรูปที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเหมือนกับที่มาร์กาเร็ต แทตเชอร์ เคยผลักดันในช่วงทศวรรษ 1980 ขณะที่ เดลเมล์ รายงานว่า ทรัสส์ ชูนโยบายอนุรักษ์นิยม ที่ลดหย่อนภาษี ส่งเสริมองค์กร และเป็นมิตรกับธุรกิจ
นางทรัสส์ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่า เธอขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน หากเธอได้รับตำแหน่งนี้ ก็พร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจในการทำงานตั้งแต่วันแรก ส่วนนายซูนัคระบุว่า เขารู้สึกขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวเขา หากได้รับตำแหน่งนี้ เขาจะทำงานอย่างหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ของพรรคไปทั่วประเทศด้านนางมอร์ดอนต์ เผยหลังจากพ่ายแพ้ในการแข่งขันว่า เธอขอเรียกร้องให้ทุกคนทำงานร่วมกันและรวมพรรคให้เป็นหนึ่งเดียวเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการทำงานตามที่ตั้งไว้
ทั้งนี้ ผู้ที่จะรับตำแหน่งผู้นำอังกฤษต่อจากนายกรัฐมนตรีจอห์นสันจะต้องรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากในรอบหลายสิบปีของอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นภาวะอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงัก การดำเนินงานด้านอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงใกล้แตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี