มอสโก/เคียฟ/เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (เอพี/รอยเตอร์ส/บีบีซี นิวส์) - ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามในกฎหมายห้ามขายน้ำมันให้แก่ประเทศและบริษัทที่ใช้เพดานราคาน้ำมันของรัสเซียที่กำหนดโดยกลุ่มชาติตะวันตกเพื่อตอบโต้การบุกโจมตียูเครนของรัสเซีย พร้อมหารือกับผู้นำประเทศที่เคยอยู่ร่วมสหภาพโซเวียต ระหว่างการประชุมไม่เป็นทางการประจำปี ช่วงการรำลึกวันก่อตั้งสหภาพโซเวียตเมื่อ 100 ปีก่อน
รัฐบาลรัสเซียได้ออกมาตอบโต้การกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียของกลุ่มชาติตะวันตกเมื่อวันอังคาร โดยประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ลงนามในกฎหมายห้ามการขายน้ำมันดิบหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำมันให้แก่ประเทศที่ใช้เพดานราคาน้ำมันของรัสเซียที่กำหนดโดยกลุ่มชาติตะวันตกเพื่อตอบโต้การบุกโจมตียูเครนของรัสเซียเป็นเวลา 5 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีหน้ากฎหมายที่ลงนามโดยประธานาธิบดีปูตินยังระบุว่า ผู้นำรัสเซียจะเป็นผู้ตัดสินใจเป็นกรณีพิเศษด้วยตัวเองว่าจะยกเลิกคำสั่งดังกล่าวให้แก่ประเทศหรือบริษัทที่ถูกแบนหรือไม่
ก่อนหน้านี้ กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก หรือจี 7 สหภาพยุโรป หรืออียูและออสเตรเลีย ได้ทำข้อตกลงร่วมกันในเดือนนี้เพื่อกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบขนส่งทางทะเลจากรัสเซียในราคาที่ไม่เกิน60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,080 บาท)โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี รัสเซียได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถขายน้ำมันให้แก่ผู้ซื้อรายใหม่ได้ และการกำหนดเพดานราคาน้ำมันรัสเซียของชาติตะวันตกจะไม่ส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่อันดับสองของโลก รองจากซาอุดีอาระเบีย
ขณะเดียวกัน ผู้นำของประเทศสมาชิกเครือจักรภพแห่งรัฐอิสระ หรือ ซีไอเอสซึ่งเคยเป็นสาธารณรัฐในสหภาพโซเวียตก่อนที่จะล่มสลายไปเมื่อกว่า 30 ปีก่อน ได้เดินทางไปประชุมอย่างไม่เป็นทางการก่อนสิ้นปี ช่วงการรำลึกวันก่อตั้งสหภาพโซเวียตเมื่อ 100 ปีก่อน ซึ่งจัดขึ้นที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โอกาสนี้ ประธานาธิบดีปูติน ได้หารือทวิภาคีกับผู้นำรายประเทศ ซึ่งที่จับตามากที่สุดคือ พันธมิตรที่ใกล้ชิดมาก อย่างประธานาธิบดีอเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ของเบลารุส ซึ่งตั้งอยู่ทางเหนือของยูเครน โดยมื่อสัปดาห์ก่อน ปูตินเพิ่งเดินทางไปเยือนเบลารุสมาท่ามกลางกระแสข่าวว่า ผู้นำรัสเซียต้องการให้เบลารุสร่วมให้ความช่วยเหลือในการทำสงครามมากขึ้น จากเท่าที่ผ่านมา เบลารุส ได้แต่ยินยอมให้รัสเซียใช้พื้นที่ ล่าสุด ปูตินได้เสนอเงินช่วยเหลือ และพลังงานงานราคาถูกให้เบลารุส
ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในยูเครน กองเสนาธิการของกองทัพยูเครนเผยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 28 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่ากองทัพรัสเซียได้ยิงจรวด 33 ลูก โจมตีเขตชุมชนที่ตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำดนิโปร ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เมืองเคอร์ซอน โดยรวมแล้วสถานการณ์ที่สมรภูมิรบด่านหน้านั้นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นมาก เนื่องจากรัสเซียได้ส่งกำลังทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์บุกโจมตีแนวรบดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งรวมถึงรถหุ้มเกราะและรถถัง
ขณะเดียวกัน รัสเซียยังคงโจมตีเมืองบัคมุต ทางตะวันออกของยูเครน อย่างหนักหน่วง จนทำให้เมืองดังกล่าวถูกระเบิดทำลายจนกลายสภาพเป็นเมืองร้าง ขณะที่ยูเครนก็พยายามรุกคืบทำลายแนวป้องกันของรัสเซียเช่นกัน สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เมืองบัคมุต ซึ่งมีประชากรราว 70,000 คนก่อนถูกรัสเซียโจมตี มีสภาพเหลือแต่ซากปรักหักพัง ไฟไหม้ลุกโชนอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่ ขยะเกลื่อนท้องถนน และหน้าต่างของอาคารที่แตกละเอียด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี