546.jpg
สื่อญี่ปุ่นตีข่าว‘ไทย’เปิดกว้าง‘เพศหลากหลาย’ ช่วยเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ

สื่อญี่ปุ่นตีข่าว‘ไทย’เปิดกว้าง‘เพศหลากหลาย’ ช่วยเสริมโอกาสทางเศรษฐกิจ

วันอาทิตย์ ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.45 น.

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2566 2566 เว็บไซต์ นสพ. Nikkei Asian Review ของญี่ปุ่น เสนอข่าว 'Open minded' Thailand banks on LGBT tourists, 'boys love' exports ระบุว่า แม้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBT) มานานแล้ว แต่หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพิ่งเริ่มโปรโมตกลุ่ม LGBT เมื่อไม่นานมานี้ โดยข้อมูลจาก Out Now Consulting บริษัทวิจัยที่ให้บริการด้านการตลาดสำหรับเกย์แก่บริษัทขนาดใหญ่ ชี้ว่า นักท่องเที่ยว LBGT ใช้จ่ายประมาณ 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 7 ล้านล้านบาท ทั่วโลกต่อปี

เศรษฐกิจไทยเติบโตร้อยละ 2.7 ในไตรมาสแรกของปี 2566 จากปีก่อนหน้า และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวร้อยละ 3.6 ตลอดทั้งปี ซึ่งสำหรับประเทศไทย ย้อนไปในยุคสมัยก่อนไวรัสโควิด-19 ระบาด ภาคการท่องเที่ยวคิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของสัดส่วนเศรษฐกิจทั้งประเทศ ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ปรับปรุงกลยุทธ์การตลาดสำหรับกลุ่ม LGBT ซึ่งรวมถึงการจัดโร้ดโชว์ที่กำหนดเป้าหมายชุมชน LGBT ในยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา


ในปี 2566 หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวได้ให้การสนับสนุนงาน Pride (กิจกรรมการแสดงออกเพื่อสนับสนุนสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศ) ในหลายพื้นที่ เช่น ภูเก็ต พัทยา ประเทศไทยมีการเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจตลอดเดือนมิถุนายนด้วยขบวนพาเหรด คอนเสิร์ต และกิจกรรม LGBT อื่นๆ รวมถึงมีผู้คนหลายพันคนจากทั่วโลกเข้าร่วมในขบวนพาเหรด Bangkok Pride ที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 4 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมา

ชาวต่างชาติไม่ได้มาเพียงเพื่อชมขบวนพาเหรด การสำรวจของ ททท. พบนักท่องเที่ยวหลายคนเป็นนักเดินทางระยะไกลที่มักใช้เวลาหลายวันในจุดหมายปลายทางที่มีการจัดงานที่พวกเขาต้องการเข้าร่วม นอกจากนั้น บรรดาผู้มีฐานะดีก็นิยมเข้ามารับบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย เนื่องจากมีมาตรฐานสูงแต่อยู่ในราคาที่ไม่แพงมากนัก ทำให้ภาคการแพทย์ของไทยก็กำลังดำเนินการเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทางการแพทย์ LGBT จากเอเชียและที่อื่นๆ

ในปี 2564 โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนลในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงพยาบาลชั้นนำของประเทศไทย ได้เปิดคลินิกที่ให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพแบบบูรณาการแก่ชุมชน LGBT ตั้งแต่การรักษาด้วยฮอร์โมนไปจนถึงการรักษาที่ยอมรับเพศสภาพ โดย นภัส เปาโรหิตย์ (Napas Paorohitya) Chief Marketing Officer รพ.บำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า ร้อยละ 70 ของผู้มาใช้บริการเป็นคนไทย ส่วนชาวต่างชาตินั้นมีทั้งมาจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา บังกลาเทศ ออสเตรเลีย จีน เวียดนาม และสิงคโปร์ คลินิกยังส่งเสริมการบริการในเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และจีน ซึ่งเป็นตลาดเชิงกลยุทธ์ของเราที่มีอำนาจการใช้จ่ายสูง

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า หนึ่งในผู้ตอบแบบสอบถามในการสำรวจของ ททท. ให้ความเห็นว่า บริการทางการแพทย์ที่มุ่งเน้นไปที่ชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศช่วยให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์ที่เป็นมิตร อีกทั้งประเทศไทยยังได้ชื่อว่าอยู่ระดับแถวหน้าของการศัลยกรรมแปลงเพศ นั่นบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับความเปิดกว้าง โดยข้อมูลจาก สมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยศัลยกรรมพลาสติกเสริมความงาม (The International Society of Aesthetic Plastic Surgery) ยังชี้ว่า อุตสาหกรรมเสริมความงามและการรักษาเสริมความงามทางเพศของไทยมีมูลค่า 36,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นตัวเลขที่คาดว่าจะเติบโตร้อยละ 15-20 ต่อปี

ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็วางแผนที่จะใช้ประโยชน์จาก “ซอฟท์เพาเวอร์ (Soft Power) ที่เกี่ยวข้องกับ LGBT มากขึ้นประเทศนี้ได้กลายเป็นผู้สร้างละคร “ชายรักชาย” รายใหญ่ที่สุดในเอเชีย อย่างในปี 2565 ที่ผ่านมา ยอดส่งออกซีรีส์และภาพยนตร์รักโรแมนติกทะลุ 1.5 พันล้านบาท โดย รัชดา ธนาดิเรก (Ratchada Thanadirek) รองโฆษกรัฐบาลไทย กล่าวว่า เมื่อช่วงต้นปี 2566 กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานจับคู่ธุรกิจที่กรุงเทพฯ เพื่อให้ผู้ผลิตเนื้อหาชายรักชายของไทยได้พบปะพูดคุยกับผู้นำเข้าจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งสามารถสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ 158 ราย และคาดว่าจะนำไปสู่การส่งออกเนื้อหาเกี่ยวกับ LGBT กว่า 3,600 ล้านบาท

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top