533.jpg
เพลิงไหม้โรงงานแบตเตอรี่ใน'เกาหลีใต้' เสียชีวิต 22 ราย

เพลิงไหม้โรงงานแบตเตอรี่ใน'เกาหลีใต้' เสียชีวิต 22 ราย

วันอังคาร ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 08.20 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ดับเพลิง กล่าวว่า เกิดเพลิงไหม้ที่โรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียม ในเกาหลีใต้ในวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนจีน

เพลิงไหม้ซึ่งสงบเกือบหมดแล้ว เผาทำลายโรงงานแห่งหนึ่งที่ดำเนินกิจการโดย อารีเซลล์ บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ในเมืองฮวาซอง ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมสำคัญที่อยู่ห่างจากกรุงโซลไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า ไฟลุกไหม้หลังจากเซลแบตเตอรี่ระเบิดติดต่อกันหลายครั้งภายในคลังสินค้าที่เก็บแบตเตอรี่อยู่ประมาณ 35,000 หน่วย ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระเบิด สำนักข่าวยอนฮัพรายงานในเบื้องต้นว่าพบร่างผู้เสียชีวิต 20 ราย ภายในโรงงาน แต่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่า พบผู้เสียชีวิต 22 ราย เป็นชาวจีน 18 รายและคนลาว 1 ราย ที่เหลือยังไม่ทราบสัญชาติ ในขณะที่อีก 2 คน มีอาการบาดเจ็บมีบาดแผลจากไฟไหม้และอาการบาดเจ็บสาหัสอื่นๆ


ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า ประธานาธิบดียุน ซก-ยอล กำลังติดตามสถานการณ์ ในขณะที่รัฐมนตรีมหาดไทยสั่งการเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เตรียมมาตรการเพื่อป้องกันสารเคมีอันตรายมิให้ปนเปื้อนไปในสภาพแวดล้อม ขณะนี้นายกรัฐมนตรีฮัน ดัก-ซู เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว

สำหรับโรงงานแห่งนี้ตั้งขึ้นเมื่อปี 2020 อาริเซลล์ ผลิตแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร และมีพนักงาน 48 คน

.-011

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top