วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
วอชิงตัน (เอพี/รอยเตอร์ส) - โดนัลด์ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีและตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และรองประธานาธิบดี คามาลาแฮร์ริส คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตเดินหน้าเสียงสนับสนุนและโจมตีซึ่งกันและกันในช่วงสุดสัปดาห์นี้
ทรัมป์ วัย 78 ปี หาเสียงที่เมือง เซนต์คลาวด์ รัฐมินนิโซตา เมื่อวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (27 ก.ค.) เริ่มด้วยการประณามเหตุยิงขีปนาวุธคร่าชีวิตเด็กๆ 12 ศพ ที่สนามฟุตบอลในที่ราบสูงโกลันซึ่งเป็นดินแดนยึดครองของอิสราเอล ทรัมป์ระบุว่า เป็นฝีมือของฮิซบอลเลาะห์ และเกิดขึ้นในที่ราบสูงโกลัน ที่เขาให้การรับรองในสมัยที่เป็นรัฐบาลว่าเป็นดินแดนของอิสราเอล เหตุโจมตีนี้จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่า เกิดจากประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีที่อ่อนแอและไร้ฝีมือของสหรัฐฯ สิ่งนี้จะไม่เกิดขึ้นหากเขายังคงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ
จากนั้น ทรัมป์ได้หาเสียงโจมตีแฮร์ริส ว่า เป็นพวกบ้าคลั่งที่เป็นฝ่ายซ้ายหัวรุนแรง เรื่องใหญ่ของเธอมีเรื่องเดียวคือ ยุบกองกำลังตำรวจ หากแฮร์ริสได้เป็นประธานาธิบดี นั่นหมายถึงอีก 4 ปีของกระแสสุดโต่ง ความอ่อนแอ ความล้มเหลว ความโกลาหล และสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่อาจจะเกิดขึ้น ทรัมป์กล่าวหาพรรคเดโมแครตว่า เป็นพวกหัวรุนแรงขี้โกง โกงการเลือกตั้งครั้งก่อน และจะโกงการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมกับปิดท้ายการปราศรัยหาเสียงว่า เขาจะทำให้อเมริกากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง
ต่อมา เจ ดี แวนซ์ ผู้สมัครคู่ชิงรองประธานาธิบดีของทรัมป์ ปราศรัยโจมตีแฮร์ริส ว่า สงสัยในความจงรักภักดีต่อประเทศชาติของเขา ทั้งที่เขาเคยรับราชการในหน่วยนาวิกโยธิน เคยไปรบที่อิรักและสร้างธุรกิจเพื่อประเทศ ขณะที่ผู้สมัครคู่ของเขาก็เคยถูกยิงขณะรับใช้ประเทศ จึงอยากถามกลับว่า แฮร์ริสมีสิทธิอะไรมาสงสัยในเรื่องนี้ ทรัมป์และแวนซ์หาเสียงในสนามกีฬาฮอกกีที่มีความจุ 8,000 ที่นั่ง ตามที่หน่วยอารักขาประธานาธิบดีแนะนำให้หลีกเลี่ยงการหาเสียงกลางแจ้ง หลังจากเกิดเหตุพยายามลอบสังหารทรัมป์ขณะหาเสียงกลางแจ้งที่รัฐเพนซิลเวเนีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม
ด้านรองประธานาธิบดีแฮร์ริส ไปร่วมงานเลี้ยงระดมทุนหาเสียงที่เมืองพิตต์ ฟีลด์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เมื่อวันเสาร์ที่27 ก.ค. บอกว่าแม้ผลสำรวจความนิยมล่าสุดจากหลายสำนักจะบอกว่า เธอและทรัมป์มีคะแนนนิยมที่คู่คี่สูสีกัน แต่เธอเชื่อที่จริงแล้ว เธอยังคงมีคะแนนนิยมเป็นรองทรัมป์อยู่พอสมควร จึงต้องเร่งเดินหน้าหาเสียง และว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา การรณรงค์หาเสียงของเธอสามารถระดมเงินสนับสนุนและเงินบริจาคได้จำนวนมาก
แฮร์ริสยังย้ำว่า การเผชิญหน้ากันระหว่างเธอกับทรัมป์ ก็เหมือนกับอัยการที่เธอเคยเป็นมาในอดีต ทำหน้าที่เอาผิดทรัมป์ ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากร ซึ่งเธอเชื่อว่าอัยการจะเป็นฝ่ายชนะ พร้อมกับบอกด้วยว่า เธอมุ่งเน้นการหาเสียงเพื่ออนาคต ขณะที่ทรัมป์หาเสียงเพื่อหวังให้อเมริกากลับไปสู่ยุคมืดในอดีตอีกครั้ง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี