วันศุกร์ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2569
8 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โซเชียลทั่วโลกแห่แชร์ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสหรัฐฯ หรือ ICE ยิงผู้อพยพเสียชีวิตในรัฐมินนิโซตา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่ต่อต้านนโยบายปรามปรามผู้อพยพ ขณะที่ประธนานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าเป็นการป้องกันตัวของเจ้าหน้าที่
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น ผู้อพยพหญิงวัย 37 ปีถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางยิงเสียชีวิตที่เมืองมินนิแอโพลิส นับเป็นเหตุการณ์รุนแรงล่าสุดจากปฏิบัติการปราบปรามผู้อพยพตามนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ทางการท้องถิ่นระบุชื่อผู้เสียชีวิต คือ นางเรเน นิโคล กู๊ด พร้อมระบุว่า วันที่เกิดเหตุเธอออกไปดูแลเพื่อนบ้าน และชีวิตของเธอก็ถูกพรากไปด้วยฝีมือของรัฐบาลกลาง พร้อมกับเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองออกไปจากเมืองมินนิแอโพลิสโดยทันที
.jpg)
เจ้าหน้าที่อ้างว่า การตัดสินใจยิงใส่รถของกู๊ดเป็นการป้องกันตัวโดยระบุว่า ผู้เสียชีวิตพยายามจะขับรถชน เจ้าหน้าที่จึงได้ลั่นกระสุนออกไป 3 นัด และมีกระสุนอย่างน้อย 1 นัดที่พุ่งเข้าไปตรงที่นั่งคนขับ จากนั้นกู๊ด ได้ขับรถออกไปและเสียหลักพุ่งชนเสาไฟและรถที่จอดไว้ เจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินพยายามทำพีซีอาร์เพื่อยื้อชีวิตของกู๊ด แต่ก็ไม่เป็นผลทำให้เธอเสียชีวิตในที่สุด
ด้านโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตเป็นนักก่อกวนมืออาชีพ และปกป้องการตัดสินใจยิงของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการป้องกันตัว สอดคล้องกับนางคริสตี โนม รัฐมนตรีความมั่นคงแห่งมาตุภูมิที่แถลงว่า กู๊ดพยายามก่อกวนเจ้าหน้าที่และคอยติดตามเจ้าหน้าที่ตลอดทั้งวัน เธอยังขวางรถของเจ้าหน้าที่ ปฏิเสธที่จะหลีกทางให้ ทั้งยังพยายามขับรถชนเจ้าหน้าที่ด้วย
นายเจค็อบ เฟรย์ นายกเทศมนตรีเมืองมินนิแอโพลิส พรรคเดโมแครต แย้งว่า คำกล่าวอ้างของรัฐบาลเป็นการโกหก เพราะดูภาพเหตุการณ์จากคลิปวิดีโอแล้วขัดแย้งกับสิ่งที่รัฐบาลกล่าวอ้างอย่างสิ้นเชิง
.jpg)
ขณะที่ผ่านตรงข้ามกับทรัมป์ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการประท้วงในหลายเมือง ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่เหตุการณ์สังหารผู้อพยพครั้งนี้อาจกลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติ เกี่ยวกับการที่รัฐบาลทรัมป์ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปปราบปรามผู้อพยพในเมืองและรัฐที่เป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต
ต่อมาประชาชนหลายร้อยคนได้รวมตัวกันทันทีในจุดเกิดเหตุที่พอร์ตแลนด์แวนิว ต่อมาในช่วงค่ำจำนวนผู้ประท้วงได้เพิ่มขึ้นเป็น หลายพันคน ทั้งในมินนิแอโพลิส และมีการขยายตัวไปยังเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ชิคาโก และวอชิงตัน ดี.ซี.
บรรยากาศในพื้นที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายได้ใช้ แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทย เพื่อสลายการชุมนุมและเปิดทางให้รถของเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่ได้ ขณะที่ฝั่งผู้ประท้วงบางส่วนตอบโต้ด้วยการขว้างปาหิมะและเป่านกหวีดประท้วงตามท้องถนน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี