533.jpg
โพลเปิดเสียงประชาชน ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทิน 2 แก้วิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

โพลเปิดเสียงประชาชน ไม่มั่นใจรัฐบาลอนุทิน 2 แก้วิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 10.55 น.

KPI Poll เสียงสะท้อนประชาชน ต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นสถาบันพระปกเกล้า (KPI Poll) สำรวจความคิดเห็นเรื่อง “เสียงสะท้อนประชาชนต่อการรับมือวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่” ระหว่างวันที่ 27 - 30 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์แบบพบหน้า กำหนดระดับความเชื่อมั่นทางสถิติที่ 95% และค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ร้อยละ 2.5 นอกจากนี้ทุกแบบสอบถามได้ผ่านการตรวจสอบความครบถ้วนและความสมเหตุสมผลของคำตอบ ก่อนนำข้อมูลไปวิเคราะห์และรายงานผลต่อไป


ผลการสำรวจทาง Line Today ในคำถาม “หากสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ ท่านเชื่อมั่นมากน้อยเพียงใดว่า ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ จะสามารถรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจได้อย่างเหมาะสม” พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่ร้อยละ 82.1 ระบุว่า “ไม่ค่อยเชื่อมั่น – ไม่เชื่อมั่นเลย” ขณะที่ร้อยละ 12.8 ระบุว่า “ค่อนข้างเชื่อมั่น – เชื่อมั่นมากที่สุด” และร้อยละ 5.1 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

ผลการสำรวจในคำถาม “หากรัฐบาลต้องเลือกระหว่าง ‘ตรึงราคาพลังงานชั่วคราว’ กับ ‘ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง (เช่น ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ภาคขนส่ง)’ ท่านเห็นด้วยกับแนวทางใดมากกว่ากัน” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 39.0 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” รองลงมาร้อยละ 30.7 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ขณะที่ร้อยละ 11.1 ระบุเท่ากันว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” และ “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” ส่วนร้อยละ 8.1 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคในคำถาม “หากรัฐบาลต้องเลือกระหว่าง ‘ตรึงราคาพลังงานชั่วคราว’ กับ ‘ปล่อยให้สะท้อนต้นทุนจริง แต่เอางบไปช่วยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูง (เช่น ผู้มีรายได้น้อย เกษตรกร ภาคขนส่ง)’ ท่านเห็นด้วยกับแนวทางใดมากกว่ากัน” พบว่า กรุงเทพมหานคร มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 33.5 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” รองลงมาร้อยละ 21.8 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” ร้อยละ 15.3 ระบุเท่ากันว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” และ “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” ขณะที่ร้อยละ 14.1 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ส่วนภาคกลาง มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 40.9 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด”

รองลงมาร้อยละ 22.7 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ร้อยละ 17.8 ระบุว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” ร้อยละ 10.8 ระบุว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” และร้อยละ 7.8 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” ขณะที่ภาคตะวันออก มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 47.7 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” รองลงมาร้อยละ 28.2 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ร้อยละ 12.8 ระบุว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” ร้อยละ 6.0 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” และร้อยละ 5.3 ระบุว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 41.3 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” รองลงมาร้อยละ 36.3 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” ร้อยละ 9.3 ระบุว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” ร้อยละ 7.7 ระบุว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” และร้อยละ 5.4 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

ขณะที่ภาคเหนือ มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 40.0 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” รองลงมาร้อยละ 26.8 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ร้อยละ 12.2 ระบุว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” ร้อยละ 11.9 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” และร้อยละ 9.1 ระบุว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” ขณะที่ภาคใต้ มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 40.1 ระบุว่า “ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันในระดับจำกัด” รองลงมาร้อยละ 31.4 ระบุว่า “ตรึงราคาพลังงานชั่วคราวให้ประชาชนส่วนใหญ่” ร้อยละ 18.4 ระบุว่า “ควรปล่อยตามกลไกตลาดและเน้นมาตรการระยะยาว” ร้อยละ 7.9 ระบุว่า “ช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางจะเหมาะสมกว่า” และร้อยละ 2.2 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

ผลการสำรวจในคำถาม “ในสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านจะยอมรับได้หรือไม่ หากรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อดูแลราคาพลังงานในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้รัฐมีงบประมาณน้อยลงสำหรับนโยบายอื่นในปีนี้” พบว่า ผู้ตอบร้อยละ 38.6 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” รองลงมาร้อยละ 25.3 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ” ร้อยละ 14.9 ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” ขณะที่ร้อยละ 11.1 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” และร้อยละ 10.1 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาคในคำถาม “ในสถานการณ์ปัจจุบัน ท่านจะยอมรับได้หรือไม่ หากรัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อดูแลราคาพลังงานในระยะสั้น ซึ่งจะทำให้รัฐมีงบประมาณน้อยลงสำหรับนโยบายอื่นในปีนี้” พบว่า กรุงเทพมหานครมีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 32.9 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ” รองลงมาร้อยละ 21.2 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” ร้อยละ 18.8 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” ร้อยละ 15.3 ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” และร้อยละ 11.8 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” สำหรับภาคกลาง ผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 28.0 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” ตามมาด้วยร้อยละ 25.5 ที่ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” ร้อยละ 19.9 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ” ร้อยละ 13.7 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” และร้อยละ 12.9 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว”

ด้านภาคตะวันออก ผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 60.4 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” รองลงมาร้อยละ 24.2 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ” ร้อยละ 7.4 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” และมีร้อยละ 4.0 เท่ากันที่ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” และ “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” ในกรณีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 42.9 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” รองลงมาร้อยละ 25.7 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้นๆ” ร้อยละ 12.8 ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” ร้อยละ 10.0 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้” และร้อยละ 8.6 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” เช่นเดียวกับภาคเหนือ ผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 29.0 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” รองลงมาร้อยละ 25.9 ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ” ร้อยละ 19.0 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” ร้อยละ 14.8 ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” และร้อยละ 11.3 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

ขณะที่ภาคใต้มีผู้ตอบมากที่สุดร้อยละ 54.9 ระบุว่า “ยอมรับได้ เพราะเรื่องพลังงานกระทบคนส่วนใหญ่โดยตรง” ตามด้วยร้อยละ 24.5 ที่ระบุว่า “ยอมรับได้ แต่เฉพาะช่วงวิกฤตสั้น ๆ” ร้อยละ 14.4 ระบุว่า “ยอมรับได้เฉพาะการช่วยคนรายได้น้อยและภาคขนส่ง” ร้อยละ 4.7 ระบุว่า “ไม่ยอมรับ เพราะควรเก็บงบไว้ใช้กับเรื่องจำเป็นระยะยาว” และร้อยละ 1.5 ระบุว่า “ไม่แน่ใจ/ไม่สามารถตอบได้”

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top