วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
อิหร่าน พร้อมบวก! เตือนประเทศเพื่อนบ้านเตรียมถล่มฐานทัพสหรัฐฯ อัล-อูเดด ทยอยถอนกำลังพล

อิหร่าน พร้อมบวก! เตือนประเทศเพื่อนบ้านเตรียมถล่มฐานทัพสหรัฐฯ อัล-อูเดด ทยอยถอนกำลังพล

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

15 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าหลังจากที่ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านออกโรงเตือนประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ ว่าพวกเขาจะโจมตีฐานทัพอเมริกันหากวอชิงตันเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ตามคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางการประท้วงรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ ซึ่งก่อนหน้าที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้ออกมาข่มขู่อิหร่านหลายครั้งว่า จะเข้าแทรกแซงเพื่อสนับสนุนผู้ประท้วงในอิหร่าน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่า เตหะรานได้แจ้งต่อประเทศในภูมิภาค ตั้งแต่ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไปจนถึงตุรกีว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศเหล่านั้นจะถูกโจมตี หากสหรัฐฯ พุ่งเป้าโจมตีอิหร่าน พร้อมกล่าวอีกว่า  อิหร่านได้ร้องขอให้พันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคช่วยขัดขวางไม่ให้วอชิงตันโจมตีอิหร่านด้วย


ขณะที่นักการทูตอย่างน้อย 3 คนบอกกับ สำนักข่าว รอยเตอร์ส ของอังกฤษ ว่า บุคลากรบางส่วนได้รับคำแนะนำให้ออกจากฐานทัพอากาศ 'อัล-อูเดด' (Al-Udeid) ซึ่งเป็นฐานหลักของสหรัฐฯ ในกาตาร์ แม้จะยังไม่มีสัญญาณของการอพยพทหารขนานใหญ่ก็ตาม โดยฐานทัพแห่งนี้เคยตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่านมาแล้วเมื่อปีก่อน เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์

นักการทูต บอกว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการปรับเปลี่ยนท่าทีเพื่อรับมือสถานการณ์ มากกว่าเป็นการอพยพ นอกจากนั้นยังไม่มีสัญญาณของการเคลื่อนย้ายทหารจำนวนมากออกจากฐานทัพ 'อัล-อูเดด' ไปยังสนามกีฬาและห้างสรรพสินค้าใกล้เคียงอย่างที่เคยเกิดขึ้นก่อนการโจมตีเมื่อปีก่อน

ทางการอิหร่านกล่าวหาสหรัฐอเมริกา และอิสราเอลว่า เป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบ ผ่านกลุ่มคนที่ทางอิหร่านเรียกว่าเป็นผู้ก่อการร้าย โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลรายหนึ่งอ้างว่า ตามการประเมินของอิสราเอล ทรัมป์ตัดสินใจที่จะเข้าแทรกแซงสถานการณ์ในอิหร่านแล้ว แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า มันจะเกิดขึ้นเมื่อไรและมีขอบเขตกว้างแค่ไหน

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ระบุว่า การติดต่อสื่อสารโดยตรงระหว่าง นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน และนายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ถูกระงับแล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น

ความคืบหน้าล่าสุด สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร พากันลดจำนวนบุคลากรที่ฐานทัพอากาศ 'อัล-อูเดด' ซึ่งเป็นฐานหลักของสหรัฐฯ ในกาตาร์ ในขณะที่ 'ทรัมป์' กำลังพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรกับอิหร่าน จากกรณีที่อิหร่านใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล

เจ้าหน้าที่หลายคนบอกกับสำนักข่าวซีบีเอส ว่า การถอนกำลังบางส่วนของอเมริกานั้นเป็น มาตรการป้องกันไว้ก่อน ขณะที่ บีบีซี เข้าใจว่ามีบุคลากรทางทหารของสหราชอาณาจักรบางส่วน ถูกถอนกำลังออกจากฐานทัพดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อัล-อูเดด (Al-Udeid) เป็นฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง และมีบุคลากรประจำการอยู่ที่นั่นประมาณ 10,000 นาย รวมถึงเจ้าหน้าที่จากสหราชอาณาจักรอีกประมาณ 100 นาย ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการถอนกำลังออกไปเป็นจำนวนเท่าใด

แถลงการณ์ของรัฐบาลกาตาร์ระบุว่า มาตรการต่างๆ ที่มีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการอยู่นั้นเป็นไปเพื่อ ตอบสนองต่อความตึงเครียดในภูมิภาคที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวว่าสหรัฐฯ จะใช้ มาตรการที่รุนแรงมาก ต่ออิหร่าน หากทางการประหารชีวิตผู้ประท้วง ขณะที่อิหร่านเตือนประเทศเพื่อนบ้านที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ตั้งอยู่ ว่าอาจโจมตีฐานทัพเหล่านั้น หากวอชิงตันโจมตีเข้ามา

ด้าน อาลี ชามคานี ที่ปรึกษาอาวุโสของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเตือน โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า การโจมตีฐานทัพ อัล-อูเดด เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้การโจมตีทุกรูปแบบ " สิ่งนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจที่แท้จริงเกี่ยวกับเจตจำนงและขีดความสามารถของอิหร่านในการตอบโต้การโจมตีใดๆ ได้อย่างแน่นอน"

ขณะเดียวกันนั้นทางคณะผู้แทนทูตสหรัฐฯ ประจำซาอุดีอาระเบีย แนะนำให้บุคลากรและพลเมืองอเมริกัน เพิ่มความระมัดระวังและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังสถานที่ทางทหารทุกแห่งในภูมิภาค

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top