เส้นทางชีวิต อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่านต้านอำนาจสหรัฐฯ

เส้นทางชีวิต อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่านต้านอำนาจสหรัฐฯ

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.38 น.

1 มีนาคม 2569 โลกต้องตกตะลึงกับกระแสข่าวใหญ่จากตะวันออกกลาง เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศ รวมถึงการโพสต์ในโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ รายงานการประกาศสำคัญจากทำเนียบขาว ได้ระบุอย่างแข็งกร้าวว่า "อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว" พร้อมนิยามเหตุการณ์นี้ว่า เป็นความยุติธรรมสำหรับผู้ที่ถูกกดขี่ภายใต้อำนาจของเขามาตลอดหลายทศวรรษ ท่ามกลางภาพถ่ายดาวเทียมที่เผยให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งเหนือที่ทำการในกรุงเตหะราน ข่าวนี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดจบของยุคสมัยหนึ่ง แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นให้โลกต้องหันกลับมาทบทวนเส้นทางชีวิตของ "บุรุษเหล็ก" ผู้นี้ ว่าเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้กุมชะตาอิหร่านได้อย่างไร​


ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2482 ณ เมืองมัชฮัด เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี เติบโตขึ้นในครอบครัวที่เคร่งครัดในศาสนาแต่มีฐานะยากจน พ่อของเขาเป็นนักการศาสนาผู้สมถะ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบความอดทนให้แก่เขา คาเมเนอี เริ่มศึกษาคัมภีร์อัลกุรอานตั้งแต่วัยเยาว์และมุ่งหน้าสู่เส้นทางสายเทววิทยาอย่างเต็มตัว เขาเดินทางไปศึกษาต่อที่เมืองนาจาฟในอิรักก่อนจะกลับมาที่เมืองกุม (Qom) ศูนย์กลางการเรียนรู้ศาสนาที่สำคัญที่สุดของอิหร่าน ที่นี่เองที่เขาได้พบกับบุคคลที่จะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดกาลนั่นคือ อยาตอลเลาะฮ์ รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี

ในช่วงทศวรรษ 1960 คาเมเนอีกลายเป็นศิษย์เอกและมือขวาคนสำคัญของโคไมนี ในขณะนั้นอิหร่านอยู่ภายใต้การปกครองของพระเจ้าชาห์ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งพยายามปฏิรูปประเทศให้กลายเป็นตะวันตกด้วย "การปฏิวัติขาว" คาเมเนอีเห็นว่านโยบายดังกล่าวเป็นการทำลายรากเหง้าอิสลามและเป็นการยอมสยบต่ออิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

​การต่อสู้ของเขาเริ่มต้นจากการใช้ "วาทศิลป์" และ "งานเขียน" เป็นอาวุธ เขาเดินทางไปทั่วประเทศเพื่อเผยแพร่แนวคิดการต่อต้านระบอบกษัตริย์ ทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของหน่วยตำรวจลับ (SAVAK) ระหว่างปี พ.ศ.2506 ถึง 2521 คาเมเนอีถูกจับกุมและคุมขังถึง 6 ครั้ง เขาต้องเผชิญกับการทรมานและการถูกเนรเทศไปอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่นั่นกลับยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นของเขาแข็งแกร่งขึ้น และทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของกลุ่มปัญญาชนและคนชั้นล่าง​

เมื่อการปฏิวัติอิสลามปะทุขึ้นในปี 2522 คาเมเนอี คือหนึ่งในบุคคลกลุ่มแรกที่ร่วมเดินทางกลับมาพร้อมกับโคมัยนี เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย จนกระทั่งบททดสอบครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 2524 เมื่อเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุลอบสังหารด้วยระเบิดที่ซ่อนอยู่ในเครื่องบันทึกเสียง เหตุการณ์นั้นทำให้แขนขวาของเขาพิการไปตลอดชีวิต แต่ในเวลาต่อมาไม่นาน เขาก็ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอิหร่าน ท่ามกลางภาวะสงครามกับอิรักที่ยืดเยื้อ 8 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เขาสร้างฐานอำนาจในกองทัพและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ (IRGC) ให้เข้มแข็งที่สุด

​บทสรุปสู่บัลลังก์ผู้นำสูงสุด การถึงแก่อสัญกรรมของโคมัยนีในปี 2532 ทิ้งช่องว่างทางอำนาจที่สั่นคลอนประเทศ แม้ คาเมเนอี จะไม่ได้มีสมณศักดิ์ทางศาสนาสูงสุดในขณะนั้น แต่ด้วยบารมีทางการเมืองและความจงรักภักดีที่พิสูจน์มาตลอดหลายสิบปี สภาผู้เชี่ยวชาญจึงเลือกเขาขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด (Supreme Leader) คนที่ 2 ของอิหร่าน

​จากเด็กหนุ่มยากจนจากเมืองมัชฮัด สู่บุรุษผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือแผ่นดินเปอร์เซีย ประวัติของ อาลี คาเมเนอี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของนักการศาสนา แต่คือมหากาพย์ของนักสู้ผู้ใช้ความศรัทธาเป็นเกราะป้องกัน และใช้การเมืองเป็นกลยุทธ์ในการรักษาเอกราชในแบบฉบับของเขาเอง จนกระทั่งถึงฉากสุดท้ายที่โลกได้รับรู้ในวันนี้​

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top