นายกอันวาร์ งานเข้า ชื่อโผล่หราในอีเมลฉาว เอปสตีน อ้างเปิดเหมืองทองให้ธนาคารสหรัฐฯได้

นายกอันวาร์ งานเข้า ชื่อโผล่หราในอีเมลฉาว เอปสตีน อ้างเปิดเหมืองทองให้ธนาคารสหรัฐฯได้

วันจันทร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.15 น.

2 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลายเป็นที่ให้ความสนใจไปทั่วโลกทันที หลังจากที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารชุดใหม่เกี่ยวกับ 'เจฟฟรีย์ เอปสตีน' อดีตนักการเงินและนักโทษคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้ล่วงลับ โดยเป็นเอกสารทั้งหมดจำนวน 3 ล้านหน้า วิดีโอ 2,000 รายการ และรูปภาพ 180,000 รูป 

ซึ่งรายชื่อที่ปรากฎนั้นเป็นชื่อของ นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอันวาร์ อิบราฮิม  หลังในเอกสารคดีมีการเปิดเผยสำเนาอีเมลที่บุคคลหนึ่งแลกเปลี่ยนกับเอปสตีนในปี 2012 โดยมีการกล่าวถึงอันวาร์ ซึ่งชื่อของเขาถูกกล่าวถึงว่าเป็นบุคคลที่อาจเปิด เหมืองทอง ให้กับธนาคารเพื่อการลงทุนของสหรัฐฯ อย่าง เจพี มอร์แกน 


ในอีเมลฉบับหนึ่งที่กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ เผยแพร่ ซึ่งมีการปกปิดชื่อผู้ส่งนอกเหนือจากเอปสตีน บุคคลที่อ้างว่าใกล้ชิดกับอันวาร์ได้เสนอให้จัดให้มีการพบปะระหว่างเขากับ 'เจส' (Jes) เชื่อกันว่าเจสในอีเมลนี้หมายถึง 'เจส สเตลีย์' นายธนาคารชาวอเมริกันที่ลาออกจาก เจพี มอร์แกน หลังจากมีการเปิดเผยความสัมพันธ์ของเขากับเอปสตีน

บุคคลดังกล่าวถามเอปสตีนในอีเมลว่า "เราควรจัดการประชุมส่วนตัวระหว่างเจสกับ อันวาร์ อิบราฮิม ดีไหม?"  ในอีเมลระบุอีกว่า "ถ้าเขาได้เป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เขาจะกวาดล้างทุกอย่าง และมันอาจเป็นเหมืองทองคำสำหรับ เจพี มอร์แกน ผมรู้จักอันวาร์ดี ผมสนิทกับเขามาหลายปีแล้ว แม้ว่าทุกคนจะบอกว่าเขาจบแล้วและไม่มีวันกลับมาได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ดูแตกต่างออกไป"

อีเมลดังกล่าวลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2012 หรือ 4 ปีหลังจากที่ 'เอปสตีน' ให้การรับสารภาพในข้อหาชักชวนให้เด็กหญิงอายุเพียง 14 ปีมีเพศสัมพันธ์ 'เอปสตีน' ตอบรับข้อเสนอและถามว่า 'อันวาร์' จะว่างสำหรับการประชุมหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นในยุโรปหรือสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้รับแจ้งว่าอันวาร์อาจจะมาเยือนยุโรปในเดือนถัดไป

จากนั้น 'เอปสตีน' ก็บอกว่า เขาอาจจะไปพบกับ 'อันวาร์' ที่ปารีสพร้อมกับผู้กำกับภาพยนตร์ วู้ดดี อัลเลน คุณบอกเขาได้ว่า วู้ดดี อัลเลน อยู่กับผมที่ปารีส และหลายประเทศเสนอเงินให้เขาไปสร้างหนังในประเทศของพวกเขา เช่น ปารีส บาร์เซโลนา โรม

โดยสื่อมาเลเซีย ไม่สามารถระบุจุดหมายปลายทางในต่างประเทศของอันวาร์ในช่วงเวลานั้นได้ หรือว่าการพบปะดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือไม่ 'เอปสตีน' ถูกตัดสินว่ามีความผิดในปี 2008 ในข้อหาจัดหาเด็กเพื่อการค้าประเวณีและชักชวนโสเภณี ซึ่งทำให้เขาต้องโทษจำคุก 13 เดือน เขาเสียชีวิตอย่างปริศนาในเรือนจำนิวยอร์กในปี 2019 ขณะรอการพิจารณาคดีในข้อหาใหม่เกี่ยวกับการดำเนินเครือข่ายขนาดใหญ่ของเด็กหญิงอายุต่ำกว่าเกณฑ์เพื่อการค้าประเวณี

หลังมีการเปิดเผยอีเมลนี้ออกมา นาอิม บรันเดจ โฆษกรรคเบอร์ซาตู ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านมาเลเซีย ได้ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีอันวาร์ชี้แจงเรื่องนี้ โดยกล่าวว่า ในฐานะนายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ต้องออกมาให้คำอธิบายอย่างครบถ้วนเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์สุจริตของสถาบันผู้นำของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลที่ 'อันวาร์' ถูกยกย่องว่าเป็นบุคคลที่สามารถเปิด 'เหมืองทองคำ' ให้กับ เจพี มอร์แกนได้ เรื่องนี้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญที่ควรได้รับการชี้แจงอย่างเปิดเผยเพื่อหลีกเลี่ยงการรับรู้ในแง่ลบที่อาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชน

ซึ่งจากการเปิดเผยล่าสุดนี้เกิดขึ้นในขณะที่ 'อันวาร์' กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นให้ยกเลิกข้อตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างมาเลเซียและสหรัฐฯ (ART) ที่เขาลงนามเมื่อเดือน ต.ค. 2025 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นข้อตกลงที่ไม่เป็นธรรมและลดสถานะของมาเลเซียให้กลายเป็นเหมือนรัฐบริวารของสหรัฐฯ 

ซึ่ง 'อันวาร์' ได้ออกมาปกป้องข้อตกลงนี้ โดยอ้างว่าเป็นวิธีการโน้มน้าวให้สหรัฐฯ ลดภาษีทรัมป์ แต่ต่อมากลับปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวเต็มไปด้วยข้อกำหนดที่บังคับให้มาเลเซียต้องดำเนินการสอดคล้องกับผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ของสหรัฐฯ พร้อมทั้งเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่างมาก

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top