วันพฤหัสบดี ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
12 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าว อัลจาซีรา (Al Jazeera) สำนักข่าวระดับโลกของอาหรับ เปิดผลสอบสวนเชิงลึกพบอิสราเอลใช้ระเบิดความร้อน และ 'ระเบิดสุญญากาศ' ที่สนับสนุนโดยสหรัฐฯ ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส ทำลายล้างร่างเหยื่อจนระเหยกลายเป็นไอ ไม่เหลือแม้แต่ซาก พบมีชาวปาเลสไตน์สูญหายในลักษณะ 'ร่างระเหย' แล้วเกือบ 3,000 ราย
จากรายงานการสืบสวนชุด 'The Rest of the Story' (ส่วนที่หลงเหลือของเรื่องราว) โดยอัลจาซีรา เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาวุธที่กองทัพอิสราเอลใช้ในสงครามกาซา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 72,000 ศพ โดยในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 2,842 ราย ที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม "ร่างระเหยกลายเป็นไอ" คือสูญหายไปโดยไม่เหลือชิ้นส่วนร่างกายใดๆ ให้ฝังศพ นอกจากคราบเลือดหรือเศษเนื้อขนาดเล็กเท่านั้น
โดย มาห์มูด บาซาล โฆษกหน่วยป้องกันพลเรือนในกาซา ระบุว่า จำนวนตัวเลข 2,842 คน ไม่ใช่การประมาณการ แต่มาจากการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้วิธี ตัดรายชื่อ หากยืนยันได้ว่ามีคนอยู่ในบ้าน 5 คน แต่กู้ร่างออกมาได้เพียง 3 ร่าง และการค้นหาอย่างละเอียดพบเพียงรอยเลือดบนกำแพงหรือเศษหนังศีรษะ ชิ้นส่วนที่เหลือจะถูกบันทึกว่า ระเหยกลายเป็นไอ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ปรากฏการณ์นี้เกิดจากการใช้อาวุธเทอร์โมบาริก หรือที่เรียกว่า ระเบิดสุญญากาศ ซึ่งถูกสั่งห้ามใช้ในระดับสากลในบางลักษณะ อาวุธประเภทนี้จะปล่อยละอองเชื้อเพลิงออกมาและจุดระเบิดจนเกิดเป็นลูกไฟยักษ์และภาวะสุญญากาศ โดยมีการผสมผงอลูมิเนียม แมกนีเซียม และไทเทเนียม เพื่อให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 2,500 - 3,500 องศาเซลเซียส
.jpg)
ดร. มูนิร อัล-บูร์ช อธิบดีกระทรวงสาธารณสุขกาซา อธิบายว่าร่างกายมนุษย์ประกอบด้วยน้ำ 80% เมื่อโดนความร้อนระดับ 3,000 องศาฯ พร้อมแรงอัดมหาศาล ของเหลวในร่างกายจะเดือดทันที เนื้อเยื่อจะระเหยและกลายเป็นเถ้าถ่านในไม่กี่วินาทีเท่านั้น
'อัลจาซีรา' ระบุต่ออีกว่า จากการสืบสวนระเบิดที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ซึ่งเชื่อมโยงกับการหายไปของร่างผู้เสียชีวิต MK-84 Hammer ซึ่งเป็นระเบิดหนัก 900 กก. บรรจุสาร Tritonal ให้ความร้อนสูงถึง 3,500 องศาเซลเซียส
ระเบิด BLU-109 หรือ บังเกอร์บัสเตอร์ ใช้ถล่มเขตอัล-มาวาซี ซึ่งอิสราเอลเคยประกาศว่าเป็นเขตปลอดภัย ทำให้คน 22 คนระเหยหายไปทันที
GBU-39 ระเบิดนำวิถีความแม่นยำสูงที่ใช้ถล่มโรงเรียนอัล-ตาบิน ออกแบบมาเพื่อทำลายทุกอย่างที่อยู่ภายในอาคารด้วยคลื่นความร้อนและแรงดันที่ทำให้ปอดฉีกขาด และเนื้อเยื่อระเหย
'ไดอานา บุตตู' นักกฎหมายและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ กล่าวว่า การใช้อาวุธแบบไม่เลือกเป้าหมายเหล่านี้ไม่เพียงแต่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้จัดหาอาวุธจากชาติตะวันตกด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โดยอิสราเอลเพียงลำพัง แต่เป็น การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ระดับโลก เนื่องจากสหรัฐฯและยุโรปยังคงส่งอาวุธเหล่านี้ให้อิสราเอล ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอาวุธเหล่านี้ไม่สามารถแยกแยะระหว่างนักรบกับเด็กได้ แต่พวกเขาก็ยังคงส่งมาเรื่อยๆ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และทั่วโลกรับรู้ว่าอิสราเอลครอบครองและใช้อาวุธต้องห้ามเหล่านี้ คำถามคือ ทำไมพวกเขาถึงได้รับอนุญาตให้อยู่เหนือระบบการตรวจสอบและรับผิดชอบ
แม้ว่าศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) จะมีคำสั่งให้อิสราเอลป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) จะออกหมายจับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แล้วก็ตาม แต่การโจมตียังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางความล้มเหลวของระบบยุติธรรมโลกที่ยังไม่สามารถหยุดยั้งความสูญเสียนี้ได้ แต่การสังหารหมู่กลับทวีความรุนแรงขึ้น
'ทาริก ชันดับ' ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ กล่าวว่า ระบบยุติธรรมระหว่างประเทศ ล้มเหลวในการทดสอบกรณีฉนวนกาซา นับตั้งแต่มีการลงนามข้อตกลงหยุดยิง มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไปแล้วกว่า 600 คน เขาเน้นย้ำว่าสงครามยังคงดำเนินต่อไปด้วยการปิดล้อม การอดอยาก และการโจมตี การปิดกั้นยาและอาหารนั้นถือเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี