ตึงเครียด! สหรัฐฯส่งกำลังพล-เครื่องบินรบ เดินหน้ากดดันอิหร่าน

ตึงเครียด! สหรัฐฯส่งกำลังพล-เครื่องบินรบ เดินหน้ากดดันอิหร่าน

วันจันทร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 14.55 น.

16 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ความตึงเครียดกรณีโครงการนิวเคลียร์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ยังคงไร้ความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แม้สหรัฐฯ จะเพิ่มแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ อิสราเอล ออกมาเรียกร้องให้มีการรื้อถอนโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านทั้งหมด

       เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า กองทัพได้เตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ในการเปิดปฏิบัติการทางทหาร หากได้รับคำสั่งจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ โดยขณะนี้เรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองกำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง พร้อมกำลังพลหลายพันนาย เครื่องบินรบ เรือพิฆาต และยุทโธปกรณ์จำนวนมาก เพื่อสมทบกับกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ที่ประจำการอยู่ก่อนแล้ว


ด้านนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เปิดเผยว่า ได้แจ้งต่อประธานาธิบดีทรัมป์ว่า ข้อตกลงใดๆ ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน จะต้องรวมถึงการรื้อถอนโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการกำหนดให้การเสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็นศูนย์เท่านั้น เพื่อป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคต

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล


อย่างไรก็ตาม ความพยายามทางการทูตยังคงดำเนินต่อไป ล่าสุดรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน อับบาส อารัคชี ได้เดินทางถึงนคร เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาทางอ้อมรอบที่สองกับฝ่ายสหรัฐฯ ซึ่งมี สตีฟ วิทคอฟฟ์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทน พร้อมด้วย จาเร็ด คุชเนอร์ ที่ปรึกษาของประธานาธิบดี

       การเจรจารอบแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน โดยทั้งสองฝ่ายระบุว่าเป็น “จุดเริ่มต้นที่ดี” แต่ยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจน

       ขณะเดียวกัน อิหร่านได้ส่งสัญญาณเปิดกว้างมากขึ้น โดยนายมาจิด ทัคต์-ราวันชี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ กล่าวว่ายินดีพิจารณาประนีประนอมในบางประเด็นของโครงการนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังคงยืนกรานไม่ยอมยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม โดยย้ำว่าประเทศมีสิทธิใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อกิจการพลเรือน ในฐานะรัฐภาคีของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT)

       สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงเกมการเมืองระหว่างแรงกดดันทางทหารและความพยายามทางการทูต ซึ่งยังต้องจับตาว่าการเจรจารอบต่อไปจะช่วยลดความตึงเครียดลงได้หรือไม่ หรือจะนำไปสู่การเผชิญหน้าที่รุนแรงมากขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top