ฮุน มาเนต แกล้งซื่อ ไม่รู้ เฉิน จื้อ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ โอดโลกมอง เขมร เป็นแหล่งอาชญากรรม

ฮุน มาเนต แกล้งซื่อ ไม่รู้ เฉิน จื้อ เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์ โอดโลกมอง เขมร เป็นแหล่งอาชญากรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.41 น.

26 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ได้ออกมาให้สัมภาษณ์พิเศษกับ AFP สำนักข่าวระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศส ว่าในสายตาชาวโลก 'กัมพูชา' กลายเป็นแหล่งรวมของแก๊งอาชญากรที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ 

นายฮุน มาเนต กล่าวว่า สิ่งนี้กำลังส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวและการลงทุนเครือข่ายฉ้อโกงที่เราเรียกว่าเศรษฐกิจมืด กำลังทำลายเศรษฐกิจที่สุจริตของเรา มันทำให้กัมพูชามีชื่อเสียงที่ไม่ดี และนี่คือเหตุผลที่เราต้องกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป ตามที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลกัมพูชาได้ปราบปรามให้มีการจับกุมผู้คนหลายพันคน และเมื่อเร็วๆ กัมพูชาได้จับกุมตัวเจ้าพ่อแก๊งสแกมเมอร์อย่าง 'เฉิน จื้อ' ก่อนจะส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศจีน 


ซึ่งผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมบางคนตั้งคำถามถึงความน่าเชื่อถือของความพยายามดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่ถูกกล่าวหาระหว่างเจ้าหน้าที่กัมพูชาและเครือข่ายฉ้อโกงทางไซเบอร์ นายฮุน มาเนต ยอมรับว่า อาชญากรรมดังกล่าวได้กระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจและสร้างงานในประเทศทางอ้อม แต่ยืนยันว่ากัมพูชาไม่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ โดยเขากล่าวว่า "ใช่ ศูนย์กลางการหลอกลวงอาจส่งผลโดยตรงต่ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การก่อสร้าง การซื้อ และวิธีการสร้างฐานสแกมเมอร์ แต่รายได้ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าสู่รัฐบาลกัมพูชา"

รายงานปี 2024 โดยสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ ประเมินว่าความเสียหายจากการหลอกลวงทางไซเบอร์ในกัมพูชามีมูลค่าเกิน 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 3.88 แสนล้านบาท / ปี ซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP อย่างเป็นทางการของกัมพูชา แต่ นายฮุน มาเนต ยืนยันว่า "ประเทศของเขาไม่ได้พึ่งพาการหลอกลวงเหล่านี้"

และเมื่อปี 2025 การปราบปรามครั้งใหญ่ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการโดยจีน ทำให้แรงงานมิจฉาชีพหลายพันคนได้รับการปล่อยตัวจากศูนย์สแกมเมอร์ในเมียนมาและกัมพูชา และส่งตัวกลับประเทศบ้านเกิด หลายคนกลับไปยังประเทศจีน โดยการปราบปรามครั้งนี้ประสบความสำเร็จในการจับกุมและส่งตัว 'เฉิน จื้อ' ในเดือนมกราคม 

โดยมีรายงานว่า 'เฉิน จื้อ' ถูกทางการสหรัฐฯ ฟ้องร้องเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ว่าเขาทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับทั้ง 'ฮุน มาเนต' และบิดาของเขา 'สมเด็จฮุน เซน' ด้าน 'ฮุน มาเนต' กล่าวทันทีว่า "เราไม่รู้มาก่อนว่าเขาคือหัวหน้าใหญ่  การตรวจสอบประวัติไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ โดยระบุว่ากลุ่มบริษัทปรินซ์กรุ๊ปของ 'เฉิน จื้อ' มีสาขาอยู่ในหลายประเทศรวมถึงสหราชอาณาจักร"

อัยการสหรัฐฯ กล่าวว่า ตั้งแต่ประมาณปี 2015 ปรินซ์กรุ๊ปได้ดำเนินธุรกิจในกว่า 30 ประเทศ โดยการแอบอ้างเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริการทางการเงิน และธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่ถูกต้องตามกฎหมาย ก่อนที่จะมีการกล่าวหาเขา ในสายตาของชาวพนมเปญ เขาเป็นเพียง "นักธุรกิจคนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ"  

ฮุน มาเนต กล่าวต่อว่า เราไม่รู้ว่ากิจกรรมเหล่านั้นคืออะไร พร้อมเสริมว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเมื่อทราบเรื่องการกระทำผิดที่ถูกกล่าวหา ซึ่ง อัยการสหรัฐฯ ระบุว่า 'เฉิน จื้อ' เป็นผู้ควบคุมดูแลการดำเนินงานของค่ายแรงงานบังคับทั่วประเทศกัมพูชา ซึ่งแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ถูกกักขังไว้ในสถานที่คล้ายเรือนจำที่ล้อมรอบด้วยกำแพงสูงและลวดหนาม

ก่อนที่ ฮุน มาเนต จะบอกว่า นายเฉิน จื้อ ถูกส่งตัวไปจีนแทนที่จะเป็นสหรัฐฯ เนื่องจากสัญชาติของเขา โดยเขาถูกเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาหลังจากพบว่าเขาใช้เอกสารปลอมเพื่อขอสัญชาติ นั่นทำให้เขามีเพียงสัญชาติจีนเท่านั้น ซึ่งกำหนดให้ทางการกัมพูชาส่งตัวเขากลับประเทศบ้านเกิด

เรียบเรียงจาก AFP , FRANCE24
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top