วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
‘คาเมเนอี’ดับอนาถ/‘ทรัมป์’ประกาศชัย
สังหาร‘ผู้นำอิหร่าน’
‘รมว.กห.-เสธ.ทหาร’ตายเกลี้ยง
‘IRGC’ขู่เอาคืนสหรัฐอย่างสาสม
เปิดฉากโจมตีแก้แค้นระลอกใหม่
“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้วจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เกิดขึ้นทั่วอิหร่านตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำสหรัฐฯโพสต์ประกาศชัยชนะ อ้างสื่อยิวและแหล่งข่าวในอิหร่านยัน “คาเมเนอี” ตายแล้วพบศพในซากปรักหักพัง พร้อมเรียกร้องชาวอิหร่านออกมาทวงคืนประเทศตนเอง ด้านที่ประชุมฉุกเฉินยูเอ็นเอสซีตึงเครียด สหรัฐ-อิสราเอลประสานเสียงแข็งชี้การโจมตีอิหร่านคือ ความจำเป็นเพื่อความมั่นคงโลกทูตอิหร่านประณามเหตุถล่มโรงเรียนประถม ทำให้เด็กเสียชีวิตจำนวนมาก
ความคืบหน้าอิสราเอลจับมือกับสหรัฐฯเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านประกาศว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้วจาก การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ช่วงกลางดึกคืนวันเสาร์ต่อเนื่องเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น (1 มีนาคม)
พร้อมมีการประกาศไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วัน และยังระบุว่าการพลีชีพ เพื่อศาสนาของคาเมเนอี จะเป็นจุดเริ่มต้นของการลุกฮือขึ้นต่อสู้กับเหล่าผู้กดขี่ แต่ไม่มีการระบุถึงผู้ที่อาจขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านแทนคาเมเนอี
สื่ออิหร่านยัน‘คาเมเนอี’ตายแล้ว
ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านรายงานว่าลูกสาว หลาน ลูกสะใภ้ และลูกเขย ของคาเมเนอีเสียชีวิตแล้วเช่นกัน จากเหตุโจมตีทางอากาศโดยกองกำลังผสมสหรัฐฯ และอิสราเอล ในชื่อปฏิบัติการ
Epic Fury โดยใช้เครื่องบินรบทิ้งระเบิด และยิงขีปนาวุธโจมตีสถานที่สำคัญกว่า 500 แห่งทั่วอิหร่าน รวมถึงศูนย์บัญชาการและที่พักส่วนตัวของผู้นำสูงสุดในกรุงเตหะราน ซึ่งมีรายงานว่าอาคารบริเวณนั้นถูกทำลายจนราบคาบ
ด้านสื่อต่างประเทศหลายสำนักรวมถึงสถานีโทรทัศน์ CNN และ BBC รายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตประมาณ 40 ราย นอกจากคาเมเนอีและสมาชิกในครอบครัว
หลายคนแล้ว ยังรวมถึงรัฐมนตรีกลาโหมและผู้บัญชาการระดับสูงหลายรายของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านหรือ IRGC
ทรัมป์ประกาศชัยลุยขจัดภัยคุกคามต่อ
ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯประกาศชัยชนะผ่านทางแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ Truth Social ของตนเอง ยืนยันว่าคาเมเนอีถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศของ
อิสราเอลและสหรัฐฯ พร้อมออกแถลงการณ์พิเศษ ระบุว่านี่คือโอกาสทองครั้งใหญ่ที่สุดเพียงครั้งเดียวที่ประชาชนชาวอิหร่านจะทวงคืนประเทศของตนเองกลับมา
ทรัมป์ยังยืนยันว่า การระดมโจมตีเป้าหมายในอิหร่านอย่างแม่นยำจะดำเนินต่อไปเพื่อขจัดภัยคุกคาม และเสนอทางเลือกให้กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านที่เหลืออยู่ให้หยุดสู้เพื่อแลกกับการได้รับอภัยโทษ ด้านกองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯเผยหลังปฏิบัติการโจมตีอิหร่านผ่านไปกว่า 12 ชั่วโมงว่ายังไม่พบทหารอเมริกันเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้
การโพสต์ข้อความของผู้นำสหรัฐมีขึ้นหลังมีรายงานว่า สื่อหลักของอิสราเอลทุกสำนักรายงานในช่วงเย็นวันเสาร์หลังอิสราเอลและสหรัฐเปิดฉากโจมตีตรงต่ออิหร่านว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง
ของอิสราเอลยืนยันว่า คาเมเนอีถูกลอบสังหารจากการโจมตีของอิสราเอล โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลที่ให้ข่าวดังกล่าวระบุว่า พบศพของคาเมเนอีแล้ว
ทั้งนี้ มีการอ้างแหล่งข่าวในอิหร่านว่า ร่างของคาเมเนอีถูกกู้ขึ้นมาจากซากปรักหักพัง ขณะที่อิสราเอล มีเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการพบร่างของคาเมเนอีแล้ว และเอกสารเหล่านั้นถูกนำเสนอให้นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล และหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศแล้วเช่นกัน
ดับอย่างน้อย200ส่วนใหญ่เป็นนร.-ครู
ก่อนหน้านั้น องค์การสมาคมวงเดือนแดงอิหร่าน หรือกาชาดอิหร่านรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตในอิหร่านมากกว่า 200 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 747 คน การโจมตีของสหรัฐฯและอิหร่าน ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่อย่างน้อย 24 จังหวัด จากทั้งหมด 31 จังหวัดของอิหร่าน ในจำนวนนี้รวมถึงผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 108 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนหญิงและครู จากเหตุโจมตีโรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมีนอบจังหวัดโฮร์โมซกอน ทางตอนใต้ของประเทศ
เปิดเบื้องหลังสังหาร‘คาเมเนอี’
ส่วน The New York Times รายงานเบื้องหลังการสังหาร อายะตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านว่า CIA ติดตามความเคลื่อนไหวของคาเมเนอีมาหลายเดือน และเริ่มมีความมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงพิกัดที่อยู่และรูปแบบการเคลื่อนไหวของผู้นำสูงสุด ก่อนที่สหรัฐฯ และอิสราเอล จะเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ทาง CIA สามารถระบุตำแหน่งเป้าหมายที่อยู่ของคาเมเนอี โดยได้รับข้อมูลว่า ในช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จะมีการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านที่ศูนย์บัญชาการกลางกรุงเตหะราน และมีข้อมูลยืนยันว่าคาเมเนอีจะเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว
ปรับแผนจากกลางคืนมาเป็นช่วงเช้า
รายงานระบุว่า ปฏิบัติการเริ่มต้น เวลา 06.00 น. ตามเวลาอิสราเอล โดย CIA ส่งข้อมูลตำแหน่งที่อยู่ของคาเมเนอีให้อิสราเอล ขณะที่อิสราเอลเป็นฝ่ายดำเนินการสังหาร โดยใช้อาวุธพิสัยไกลที่มีความแม่นยำยิงใส่ศูนย์บัญชาการเดิมทีสหรัฐฯและอิสราเอลมีแผนเปิดฉากโจมตีอิหร่านในเวลากลางคืน เพื่ออาศัยความมืดอำพรางการปฏิบัติการ แต่ภายหลังได้ตัดสินใจปรับเวลา เพื่อฉวยโอกาสจากข้อมูลว่า มีการประชุมผู้นำที่ศูนย์บัญชาการในกรุงเตหะรานในเช้าวันเสาร์ที่ 28 ก.พ.
ยืนยันรมว.กลาโหม-เสธ.ทหารดับด้วย
ด้านสำนักข่าวทางการอิหร่าน (IRNA) และสถานีโทรทัศน์แห่งชาติยืนยันรายงานการเสียชีวิตของกลุ่มผู้นำระดับสูงของกองทัพ หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการทางอากาศโจมตี “ที่ประชุมสภาป้องกันประเทศ” (Defense Council) เมื่อวานนี้ ตามรายงานระบุว่า รายชื่อผู้เสียชีวิต ได้แก่พลเอก อับดุลราฮิม มูซาวี เสนาธิการทหารสูงสุด พลเอก อาซิซ นาซีร์ซาเดห์ รมว.กลาโหม พลโท โมฮัมหมัด ปากพูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังภาคพื้นดินของ IRGC และนายอาลี ชัมคานี หัวหน้าสภาป้องกันประเทศ และที่ปรึกษาใกล้ชิดของผู้นำสูงสุด
รายงานระบุว่า เหล่าขุนพลระดับสูงกำลังอยู่ระหว่างการประชุมฉุกเฉินเพื่อวางแผนรับมือการโจมตีของสหรัฐฯ ณ อาคารยุทธศาสตร์ในกรุงเตหะราน ก่อนจะถูกขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงถล่ม
อาคารจนพังทลาย ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเกือบจะพร้อมกับการโจมตีทำเนียบผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่ได้รับการยืนยันการเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เช่นกัน
อิหร่านโจมตีฐานทัพมะกันทั่วตอ.กลาง
ขณะเดียวกัน อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่หลายเป้าหมายทั่วตะวันออกกลาง ทั้งในอิสราเอล กรุงโดฮาของกาตาร์ บาห์เรน คูเวต และในนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ซึ่งมีทั้งที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ และเป็นชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในอิสราเอลกว่า 20 คน ส่งผลให้หลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้าทันที คาดว่ามี
เที่ยวบินได้รับผลกระทบมากกว่า 1,200 เที่ยว ผู้โดยสารหลายแสนคน ตกค้างตามสนามบินต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ลอนดอน ปารีส ไปจนถึงสิงคโปร์
ฮึ่มปิดช่องแคบฮอร์มุซเส้นทางขนน้ำมัน
รัฐบาลอิหร่านบอกว่า การโจมตีของอิสราเอลและสหรัฐฯ ต่ออิหร่านครั้งนี้ผิดกฎหมายและเกิดขึ้นทั้งที่อิหร่านไม่ได้แสดงท่าทีคุกคามใดๆ และว่าอิหร่านพร้อมดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นช่องทางเดินเรือขนส่งน้ำมันประมาณร้อยละ 1 ใน 5 ของโลกทันที ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างมากถึงประมาณ 10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันทีที่เปิดตลาดซื้อขายวันพรุ่งนี้ (2 มีนาคม)
ชาวอิหร่านลงถนนเฮลั่นผู้นำสูงสุดดับ
มีรายงานว่าหลังสื่ออิหร่านยืนยันการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ชาวอิหร่านจำนวนไม่น้อยต่างออกมารวมตัวชุมนุมตามท้องถนนทั้งในกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองทั่วประเทศเพื่อแสดงความยินดี แม้ยังไม่แน่นอนว่าอนาคตของอิหร่านหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะการเสียชีวิตของคาเมเนอีซึ่งดำรงตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 1989 ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่าใครจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำคนต่อไปในสภาวะสงครามเช่นนี้ และชาวอิหร่านพร้อมลุกฮือเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศตามที่ทรัมป์เรียกร้องและสนับสนุนหรือไม่
สภาผู้เชี่ยวชาญฯเตรียมเลือกผู้นำใหม่
ในส่วนกระบวนการเลือกบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่านแทนที่คาเมเนอีที่เพิ่งเสียชีวิตไปเป็นหน้าที่ของสภาผู้เชี่ยวชาญแห่งผู้นำ (Assembly of Leadership
Experts หรือ Majles-e Khobregan-e Rahbari) ซึ่งเป็นสภาที่รวมเหล่านักบวชระดับสูง 88 รูป และเป็นองค์กรที่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญในการแต่งตั้งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ตามกฎหมายของอิหร่าน
เมื่อตำแหน่งผู้นำสูงสุดว่างลง สภาผู้เชี่ยวชาญต้องประชุมเป็นการเร่งด่วนเพื่อคัดเลือกผู้สืบทอดอำนาจ โดยมีทางเลือกหลัก 2 ทาง คือเลือกผู้นำสูงสุดเพียงคนเดียว ซึ่งต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของสภา แต่หากไม่สามารถตกลงเลือกบุคคลเดียวได้ อาจตั้งคณะบุคคล 3-5 คน ขึ้นมาทำหน้าที่ร่วมกันเป็นการชั่วคราวที่เรียกว่า สภาผู้นำ (Leadership Council) ขณะที่สภาผู้เชี่ยวชาญฯเป็นผู้ลงคะแนนตามกฎหมาย แต่ทางปฏิบัติ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน หรือ IRGC จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญที่สุดเบื้องหลัง เนื่องจากอิหร่านกำลังอยู่ในภาวะสงครามและการจลาจล
ภายใน กองทัพต้องการผู้นำที่เด็ดขาดและสามารถรักษาเสถียรภาพของระบบไว้ได้
‘โมจตาบา’ลูกคนที่2คาเมเนอีมีลุ้นผู้นำคนใหม่
สำหรับบุคคลที่มีโอกาสได้รับการคัดเลือกมากที่สุดคือ โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายคนที่สองของอดีตผู้นำสูงสุด แม้จะมีอิทธิพลสูงในกองทัพและหน่วยงานความมั่นคง แต่เขามีข้อเสียคือไม่ใช่ “อยาตอลเลาะห์” (สมณศักดิ์ระดับสูง) และเสี่ยงต่อถูกวิจารณ์เรื่องการสืบทอดอำนาจทางสายเลือด นอกจากนี้ ยังมีชื่อของ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี (AlirezaArafi) สมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญและผู้นำระบบเซมินารี (โรงเรียนสอนศาสนา) ของอิหร่าน เขาถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย และเป็นสายอนุรักษ์นิยมที่จงรักภักดีต่อแนวทางเดิม ส่วนอีกคนที่ได้รับการจับตามอง คือ ฮัสซัน โคมิอี (Hassan Khomeini) หลานชายของอยาตอลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งประเทศ แม้จะเป็นที่รักของประชาชนกลุ่มสายกลาง แต่เขามักถูกขัดขวางโดยกลุ่มเคร่งศาสนาหัวรุนแรงในสภา
หลายฝ่ายเชื่อว่า ขณะนี้สภากำลังประชุมลับท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด เนื่องจากกังวลเรื่องการโจมตีซ้ำซ้อนจากภายนอกและการแทรกแซงจากกลุ่มผู้ประท้วงที่พยายาม
เรียกร้องให้เปลี่ยนระบอบการปกครอง
UNSCถกเครียดสหรัฐ-ยิวยันทำถูก
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มีนาคมว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) จัดประชุมฉุกเฉิน เกี่ยวกับการที่สหรัฐและอิสราเอลปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่าน และอิหร่านตอบโต้อย่างหนักกับหลายประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐ
นายไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น)กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อิหร่านเป็นฝ่ายเพิกเฉยต่อมติขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งไม่ต้องการให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ครอบครอง มติของยูเอ็น ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงระดับโลกด้วยเหตุนี้ การดำเนินการของสหรัฐจึงเป็นไปตามขั้นตอนที่ชอบด้วยกฎหมาย
ขณะที่ นายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็นกล่าวว่า ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบหรือด้วยเจตนารุกรานแต่ดำเนินการเพราะความจำเป็น เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของชาวอิหร่านเนื่องจากระบอบการปกครองของอิหร่าน ทำให้ไม่เหลือทางเลือกที่สมเหตุสมผลอื่นใด
ด้าน นายอาเมียร์ เซอิด อิราวานี เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำยูเอ็นประณามอาชญากรรมสงครามที่ก่อโดย สหรัฐและอิสราเอล หลังเหตุโจมตีที่โรงเรียนประถมศึกษาหญิงล้วน ในเมือง
มินาบ ทางตอนใต้ของประเทศ คร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก อิราวานีกล่าวด้วยว่า สมาชิกยูเอ็น บางประเทศสองมาตรฐานเพราะเมินเฉยต่อการรุกรานอย่างรุนแรงต่อการรุกรานของสหรัฐและอิหร่าน แต่กลับประณามอิหร่านที่ใช้สิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ
อิหร่านส่งโดรน-จรวดโจมตีตอบโต้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ระดม
ยิงขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน โจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิสราเอล และฐานทัพสหรัฐหลายแห่งในตะวันออกกลาง รวมถึงในกาตาร์ บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติ (IRGC) ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า กองกำลังติดอาวุธของอิหร่านให้คำมั่นว่า จะตอบโต้ด้วยปฏิบัติการครั้งใหญ่ที่สุดต่อฐานทัพสหรัฐและอิสราเอล ขณะที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (เอสเอ็นเอสซี) ระบุว่า การโจมตีร่วมระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลต่ออิหร่านในครั้งนี้ จะกลายเป็น“จุดเริ่มต้นของการลุกฮือครั้งมหาศาลในการต่อสู้กับเหล่าผู้กดขี่โลก” โดยย้ำว่าอิหร่านและกลุ่มพันธมิตรจะยิ่ง “มีความยืดหยุ่นและมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้ายิ่งขึ้น” ในการเผชิญหน้ากับศัตรู
เตือนสหรัฐจะต้องชดใช้อย่างสาสม
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบัฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า หากคาเมเนอี เสียชีวิตทรัมป์และนายเบนจามิน เนทันยาฮู ก้าวข้ามเส้นแดงของอิหร่านและทั้งสองคนต้องชดใช้ผลที่ตามมาอย่างสาสม
‘ทรัมป์’ขู่ถล่มอย่างไม่เคยมีมาก่อน
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล เกี่ยวกับการที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (ไออาร์จีซี) ประกาศยกระดับการโจมตีต่อสหรัฐและอิสราเอล หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิตในการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่า “อย่าทำแบบนั้นจะดีกว่า เพราะถ้ากล้าทำ เราจะซัดกลับด้วยพลังทำลายล้างในระดับที่โลกไม่เคยพบเห็น
มาก่อน!” โดยทรัมป์ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดและมีเครื่องหมายอัศเจรีย์ เพื่อเน้นย้ำความดุดัน
โรงแรมหรู‘ดูไบ’เสียหาย-เจ็บ4คน
รายงานระบุว่า สนามบินนานาชาติดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และแลนด์มาร์คของดูไบ อย่างโรงแรมเบิร์จ อัล อาหรับ ได้ความเสียหายจากการโจมตีของอิหร่าน สื่อของดูไบ รายงานว่า มีผู้บาดเจ็บที่สนามบิน 4 ราย ขณะที่สำนักงานสื่อของดูไบ รายงานบน X ว่า โถงผู้โดยสารแห่งหนึ่งของสนามบินนานาชาติดูไบ ได้รับความเสียหายเล็กน้อย จากเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งสามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดอื่นๆ ต่อมา สำนักงานฯยืนยันว่า ดูไบสามารถสกัดโดรนลำหนึ่งไว้ได้ และเศษซากของการทำลายโดรนดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้เล็กน้อยบริเวณด้านนอกโรงแรมเบิร์จ อัล อาหรับ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี