วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569
2 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์คลิปวิดีโอแถลงการณ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากปฏิบัติการโจมตีอิหร่านไปแล้วกว่า 36 ชั่วโมง พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการรบต่ออิหร่านจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะแก้แค้นให้กับ 3 ทหารอเมริกันที่เสียชีวิต อีก 5 นายได้รับบาดเจ็บสาหัส
โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถึงผู้นำสูงสุดของอิหร่านที่ถูกสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ว่า ชายผู้ชั่วร้ายและเลวทรามคนนี้มีเลือดของชาวอเมริกันหลายร้อยหรือหลายพันคนติดมือ และเป็นผู้รับผิดชอบต่อการสังหารหมู่ผู้บริสุทธิ์นับพันคนในหลายประเทศ ทั่วอิหร่านมีเสียงของประชาชนออกมาโห่ร้องและเฉลิมฉลองบนท้องถนน เมื่อมีการประกาศข่าวการเสียชีวิตของคาเมเนอี
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ ยังได้เปิดเผยถึงปฏิบัติการโจมตีร่วมระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล สามารถโจมตีเป้าหมายหลายร้อยแห่งในอิหร่าน รวมถึงฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน ตลอดจนทำลายเรือรบ 9 ลำ และอาคารฐานทัพเรืออิหร่านทั้งหมดภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที โดย "ปฏิบัติการรบยังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มกำลัง และจะดำเนินต่อไปจนกว่าเราจะบรรลุเป้าหมายทั้งหมด และเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนมาก"
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า มีทหารอเมริกัน 3 นายเสียชีวิต และอีก 5 นายได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างปฏิบัติการ อีกหลายนายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากสะเก็ดระเบิด และอาการกระทบกระเทือนทางสมอง และกำลังอยู่ในระหว่างการส่งตัวกลับเข้าประจำการ ปฏิบัติการรบหลักยังคงดำเนินต่อไป และความพยายามในการตอบโต้ของเรายังคงดำเนินอยู่
ทรัมป์ กล่าว ในฐานะชาติเดียวกัน เราเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหล่าผู้รักชาติอเมริกันที่แท้จริง ผู้ซึ่งได้เสียสละชีวิตเพื่อชาติของเรา ในขณะที่เรายังคงดำเนินภารกิจอันชอบธรรมที่พวกเขาได้สละชีวิตเพื่อมันต่อไป น่าเศร้าที่อาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกก่อนที่จะจบลง นั่นคือความเป็นจริง อาจจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก แต่เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น สหรัฐอเมริกาจะแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน และจะลงโทษผู้ก่อการร้ายที่ก่อสงครามต่ออารยธรรมอย่างรุนแรงที่สุด"
.jpg)
ยืนยันว่าขณะนี้ ความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ และอิสราเอลนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา และ สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศที่ร่ำรวยและทรงอำนาจที่สุดในโลกอีกครั้ง พร้อมทั้งอ้างว่า การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ คือ หน้าที่และภาระของประชาชนผู้มีเสรีภาพ เนื่องจาก ระบอบของอิหร่านที่ติดอาวุธด้วยขีปนาวุธระยะไกลและอาวุธนิวเคลียร์ จะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชาวอเมริกันทุกคน
ซึ่งสหรัฐฯ ไม่สามารถปล่อยให้ประเทศที่สร้างกองทัพก่อการร้ายขึ้นมา ครอบครองอาวุธเหล่านั้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่โลกตามอำเภอใจได้ เราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น เราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับเรา และเราจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับผู้อื่น การกระทำเหล่านี้ถูกต้องและจำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าชาวอเมริกันจะไม่ต้องเผชิญกับระบอบก่อการร้ายหัวรุนแรงกระหายเลือด ที่ติดอาวุธนิวเคลียร์และเป็นภัยคุกคามอย่างมาก
อีกทั้ง 'ทรัมป์' ยังได้กล่าวหาอิหร่านว่าเป็นรัฐที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งสหรัฐฯ ในฐานะชาติที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจที่สุดในโลก สามารถทำอะไรบางอย่างต่อการกระทำของอิหร่านได้ และการคุกคามที่ยอมรับไม่ได้ของอิหร่านจะไม่เกิดขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้ออกมารายงานข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ 2 นาย ที่ไม่เปิดเผยชื่อ ว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิตในฐานทัพแห่งหนึ่งในคูเวต และเขายังได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับระยะเวลาของปฏิบัติการสู้รบอิหร่านอีกว่า "โดยปกติแล้วจะเป็นกระบวนการประมาณ 4 สัปดาห์ เพราะด้วยความแข็งแกร่งของอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศใหญ่ จะใช้เวลา 4 สัปดาห์ หรือน้อยกว่านั้น"
กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เครื่องบินและเรือรบของสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายของอิหร่านมากกว่า 1,000 แห่ง นับตั้งแต่ทรัมป์สั่งเริ่มปฏิบัติการสู้รบครั้งใหญ่ (28 ก.พ.) โดยการโจมตีดังกล่าวรวมถึงเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหน B-2 ที่ทิ้งระเบิดขนาด 2,000 ปอนด์ใส่ฐานยิงขีปนาวุธใต้ดินที่แข็งแกร่งของอิหร่าน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี