เอดีบี ยัน เศรษฐกิจเอเชียรับมือไหว หลังเผชิญสงครามอิหร่าน-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

เอดีบี ยัน เศรษฐกิจเอเชียรับมือไหว หลังเผชิญสงครามอิหร่าน-ปิดช่องแคบฮอร์มุซ

วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 21.45 น.

6 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) เปิดเผยว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยืดเยื้อเพียงประมาณหนึ่งเดือนตามที่ทางการสหรัฐฯ คาดการณ์ไว้ ผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในภูมิภาคเอเชียจะอยู่ในระดับที่จำกัด โดยอาจส่งผลให้ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี รายปีลดลงเพียงเล็กน้อยและเป็นไปในระยะสั้นเท่านั้น

นายอัลเบิร์ต พาร์ค หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารพัฒนาเอเชีย กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ฉากทัศน์ส่วนใหญ่พบว่าแม้ผลกระทบจะเป็นไปในทิศทางลบแต่จะค่อนข้างน้อย โดยระบุเพิ่มเติมว่าแม้ภายใต้สมมติฐานที่เลวร้ายที่สุด แรงสั่นสะเทือนทางเศรษฐกิจดังกล่าวจะไม่ส่งผลให้การเติบโตของภูมิภาคลดลงถึงร้อยละ 1 อย่างแน่นอน สำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตามนิยามของเอดีบี ประกอบด้วย 46 ระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่ยักษ์ใหญ่อย่างจีนและอินเดีย ไปจนถึงจอร์เจียและซามัว แต่ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์


ก่อนที่จะเกิดความขัดแย้ง ธนาคารพัฒนาเอเชียได้คาดการณ์ว่าการเติบโตในปีนี้ของภูมิภาคจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ร้อยละ 4.6 จากระดับร้อยละ 5.1 ที่คาดการณ์เมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังได้พยากรณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 2.1 จากระดับร้อยละ 1.6 ของเมื่อปีที่ผ่านมา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top