วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ทรัมป์เล็งซัดอิหร่าน
เตรียมเปิดโจมตีอีก
สื่อสหรัฐเผย “ทรัมป์” เตรียมรับฟังทางเลือกปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านเพิ่มเติม หลังใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเล ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ ที่จะกลับมาเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง เชื่อราคาพลังงานลดหลังสงครามจบ ฉุนสภาคองเกรส จ้องริบอำนาจทำสงครามอิหร่าน อิสราเอลลั่นปฏิบัติการถล่มอิหร่านยังไม่จบ ส่งสัญญาณกลับมาโจมตีต่อ ขณะที่อิหร่านประกาศพร้อมปกป้องโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธเต็มที่ ลั่นถือเป็นทรัพย์สินของชาติ พร้อมย้ำมีสิทธิบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซแต่เพียงผู้เดียว
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมรับฟังแผนปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐในการเพิ่มแรงกดดันให้เตหะรานยอมอ่อนข้อในการเจรจาประเด็นนิวเคลียร์
รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า กองทัพสหรัฐกำลังจัดเตรียมปฏิบัติการโจมตีแบบ กระชับเวลาแต่มีความรุนแรง โดยมีเป้าหมายเพื่อบีบให้อิหร่านแสดงความยืดหยุ่นมากขึ้นต่อข้อเรียกร้องเรื่องโครงการนิวเคลียร์
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ถูกมองว่าใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลและกดดันเส้นทางการค้า มากกว่าการโจมตีทางอากาศเต็มรูปแบบเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองกับอิหร่าน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก
ด้าน อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อของรัฐ ยืนยันว่าอิหร่านพร้อมปกป้องขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินของชาติ พร้อมย้ำว่าอิหร่านมีสิทธิบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซแต่เพียงผู้เดียว
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า สหรัฐกำลังผลักดันให้หลายประเทศเข้าร่วมกองกำลังผสม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ โดยจะอยู่ภายใต้การนำของสหรัฐ และมุ่งเน้นด้านการแบ่งปันข่าวกรอง รวมถึงการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกาว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงสถานการณ์กับอิหร่าน ยืนยันว่ารัฐบาลเตหะราน “อยากบรรลุข้อตกลงจะแย่อยู่แล้ว” แต่ติดอยู่ที่“ไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้นำอิหร่านคือใครกันแน่” เมื่อผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับ แนวโน้มที่การสู้รบจะกลับมาเกิดขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากการเจรจายังคงหยุดชะงัก เพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่ยอมรับเงื่อนไขของกันและกัน ทรัมป์ตอบว่า“อาจจำเป็นก็ได้”
ขณะเดียวกัน ทรัมป์เชื่อว่า ราคาเชื้อเพลิงในตลาดทั้งในสหรัฐและตลาดโลกจะลดลง เมื่อสงครามในอิหร่านยุติ และยืนยันว่า “โอเค” กับการที่อิหร่านจะเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่สหรัฐเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดา ในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐกล่าวถึง “ความเป็นไปได้” ที่จะถอนทหารออกจากสเปนและอิตาลี หลังเพิ่งขู่แบบเดียวกันนี้กับเยอรมนี จากการที่ทั้งสามประเทศแสดงความคิดเห็นสวนทางกับรัฐบาลวอชิงตัน ในประเด็นการทำสงครามกับอิหร่าน และสถานการณ์ในยูเครนด้วย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วิพากษ์วิจารณ์ความพยายามของสภาคองเกรส ในการมุ่งจำกัดอำนาจการประกาศและการทำสงคราม แม้ความพยายามครั้งล่าสุดยังคงถูกตีตกไป จากการที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส
ทั้งนี้ ตามกฎหมายอำนาจสงคราม ที่ประกาศใช้หลังยุคสงครามเวียดนาม มีการกำหนดกรอบเวลาไว้ 60 วัน สำหรับการใช้มาตรการทางทหารโดยไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส ซึ่งหากอ้างอิงตามตัวบทกฎหมายดังกล่าว สงครามอิหร่านจะครบกำหนด 60 วัน ในวันที่ 1 พ.ค. ซึ่งหมายความว่า หลังจากนี้ ทุกปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน ต้องได้รับการอนุญาตจากสภาคองเกรสก่อน
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความสับสนในสภาคองเกรสเกี่ยวกับวันที่ที่แน่นอนของเส้นตายนี้ โดยสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนกล่าวว่า การนับถอยหลัง 60 วันควรเริ่มตั้งแต่วันที่การสู้รบเปิดฉากขึ้น ซึ่งจะทำให้เส้นตายตรงกับวันที่ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา
ขณะที่อีกฝ่ายอ้างตามกฎหมายว่า ต้องนับจากวันที่ทำเนียบขาวแจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะทำให้เส้นตายไปตกอยู่ ณ วันที่ 1 พ.ค. ส่วนอีกฝ่ายโต้แย้งว่า วันที่มีการหยุดยิงไม่ควรถูกนับรวมในยอดรวม 60 วัน และกล่าวว่าประธานาธิบดีมีอำนาจที่จะขยายเส้นตายออกไปเป็น 90 วัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ว่า นายอิสราเอล คัตซ์ รมว.กลาโหมอิสราเอล กล่าวว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา อิหร่านถูกบีบให้ “ถอยหลังไปหลายปี” จากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลและสหรัฐ อย่างไรก็ตาม อิสราเอล “อาจจำเป็น” ต้องลงมืออีกครั้ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในระยะยาว เนื่องจากยังคงมองว่า ภารกิจในภาพรวมนี้ “ยังไม่สิ้นสุด”
คำกล่าวของคัตซ์เป็นไปในทางเดียวกับที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนกรานว่า จะเดินหน้ากดดันอิหร่านต่อไป จนกว่าขีดความสามารถในการฟื้นตัวของอิหร่านจะถูกจำกัดลง
ทว่าทรัมป์ยืนยันในตอนนี้ ว่าจะใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านเป็นลำดับแรกก่อน จนกว่ารัฐบาลเตหะรานจะยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ ทั้งในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ และความกังวลด้านความมั่นคงอีกหลายประเด็น
ความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นระหว่างที่ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อถูกถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังเกิดเหตุยิงในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
โดยผู้นำสหรัฐตอบกลับแบบติดอารมณ์ขันว่า “ผมไม่แน่ใจว่าจะรับได้ไหม ถ้าต้องใส่เสื้อเกราะกันกระสุนแล้วดูเหมือนน้ำหนักขึ้นอีก 20 ปอนด์” พร้อมยอมรับว่าแม้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้ให้กับภัยคุกคาม
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีชายต้องสงสัยชื่อ โคล โธมัส อัลเลน บุกเข้าไปในพื้นที่จัดงานพร้อมอาวุธปืน โดยอัยการเชื่อว่าเขาได้ยิงปืนอย่างน้อยหนึ่งนัด ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับสหรัฐ ยิงตอบโต้หลายนัด
เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาหนึ่งนายถูกยิง แต่รอดชีวิตเนื่องจากสวมเสื้อกันกระสุน ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บและถูกควบคุมตัวในเวลาต่อมา
แม้เหตุการณ์จะยิ่งเพิ่มความกังวลด้านความปลอดภัย แต่ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีไม่ต้องการเพิ่มมาตรการป้องกันส่วนตัวมากนัก โดยเฉพาะเรื่องของการสวมเสื้อเกราะกันกระสุน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี