วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
11 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระแสข่าวเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านเริ่มถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง หลังมีรายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี อาจได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล อย่างไรก็ตาม ล่าสุดฝ่ายรัฐบาลอิหร่านได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าผู้นำคนใหม่ยังปลอดภัยดี
ยูเซฟ เปเซชเคียน บุตรชายของ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน และยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษารัฐบาล ได้โพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมส่วนตัว เพื่อชี้แจงต่อข่าวลือที่กำลังแพร่สะพัด โดยระบุว่าเขาได้สอบถามแหล่งข่าวที่มีความเชื่อมโยงภายในเกี่ยวกับอาการของโมจตาบา และได้รับคำตอบว่า “ขอบคุณพระเจ้า ท่านยังปลอดภัยดี”
ความสับสนเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำสูงสุดคนใหม่เกิดขึ้น หลังสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านใช้คำว่า “จันบาซ” (Janbaz) ซึ่งหมายถึง “นักรบผู้บาดเจ็บ” เพื่อกล่าวถึงโมจตาบา โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่อิหร่านเรียกว่า “สงครามเดือนรอมฎอน” แต่ไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บอย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ The New York Times รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่อิหร่าน 3 ราย ระบุว่า ผู้นำวัย 56 ปีรายนี้ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และกำลังพักรักษาตัวอยู่ในสถานที่ที่มีความปลอดภัยสูงสุด พร้อมการสื่อสารที่จำกัด
โมจตาบา คาเมเนอี เป็นบุตรชายและผู้สืบทอดอำนาจของ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง
แม้เขาจะได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดโดยสภาผู้เชี่ยวชาญเมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ผู้นำคนใหม่ยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณะหรือกล่าวแถลงการณ์ต่อประชาชนชาวอิหร่านอย่างเป็นทางการ
นักวิเคราะห์มองว่า การที่ผู้นำคนใหม่ยังคงเก็บตัวและขึ้นสู่อำนาจท่ามกลางภาวะสงคราม อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจภายในประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC ที่ถูกมองว่ามีอิทธิพลเพิ่มขึ้นเหนือฝ่ายการเมือง
ด้าน อเล็กซ์ วาทันกา ผู้เชี่ยวชาญจาก Middle East Institute ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ให้ความเห็นว่า โมจตาบาอาจต้องพึ่งพาการสนับสนุนจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้ ซึ่งอาจทำให้อำนาจเบ็ดเสร็จของเขาไม่เทียบเท่ากับที่บิดาเคยมี
ผู้เชี่ยวชาญจึงมองว่า ในอนาคตการตัดสินใจด้านยุทธศาสตร์ของอิหร่าน โดยเฉพาะในช่วงสงคราม อาจถูกกำหนดโดยกลุ่มผู้นำทางทหารมากกว่าที่เคยเป็นมา.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี