วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
17 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ออกมาแสดงความผิดหวังที่บรรดาประเทศพันธมิตรของสหรัฐได้ออกมาปฏิเสธคำขอของสหรัฐ ที่เรียกร้องให้ส่งเรือรบมาช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านปิดกั้นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญในตะวันออกกลาง จนทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงทั่วโลก
โดยทรัมป์วิจารณ์ประเทศพันธมิตรว่า 'อกตัญญู' เพราะประเทศเหล่านั้นได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐมาตลอดในหลายปี จนถึงตอนนี้ ประเทศพันธมิตรของสหรัฐหลายประเทศ อาทิ เยอรมนี สเปน และอิตาลี บอกว่ายังไม่มีแผนที่จะส่งเรือไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซตามคำขอของ 'ทรัมป์'
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนีกล่าวเมื่อวันที่ 16 มีนาคมว่า สหรัฐและอิสราเอลไม่ได้ปรึกษากับเยอรมนีก่อนการเปิดสงครามกับอิหร่าน และเยอรมนีไม่มีอาณัติจากองค์การสหประชาชาติ (UN) สหภาพยุโรป (EU) หรือองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในการส่งเรือไปช่วยในช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ กล่าวในงานที่ทำเนียบขาวสหรัฐในวันเดียวกันว่า หลายประเทศได้บอกกับสหรัฐแล้วว่าพร้อมที่จะช่วย แต่บางประเทศก็ไม่สนใจที่จะช่วย ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐมาตลอดหลายปี และว่าประเทศต่างๆ ที่พึ่งพาน้ำมันที่ส่งมาจากช่องแคบฮอร์มุซอย่าง จีน และญี่ปุ่น ควรจะขอบคุณสหรัฐด้วยซ้ำ
"ผมไม่เห็นด้วยกับการไปปกป้องประเทศอื่นเพราะผมรู้ว่าเราจะปกป้องพวกเขาได้ดี และเมื่อตอนที่เราต้องการความช่วยเหลือ พวกเขากลับไม่มาช่วยเรา ผมรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้มานานแล้ว"
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้บอกว่า จะเปิดเผยรายชื่อของประเทศต่างๆ ที่จะมาช่วยสหรัฐในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถึงขนาดบอกว่าบางประเทศได้เริ่มส่งความช่วยเหลือมาแล้ว แต่ต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเดินทางถึงพื้นที่
ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามว่า ทรัมป์ ได้รับแจ้งมาก่อนหรือไม่ว่าอิหร่านอาจตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลด้วยการหันไปโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง ทรัมป์ ปฏิเสธว่าไม่เคยได้รับรายงานนั้นและไม่มีใครคิดว่าอิหร่านจะตอบโต้กลับด้วยการโจมตีประเทศในอ่าวอาหรับ
สำหรับเรื่องกรอบระยะเวลาของการทำสงครามในอิหร่าน ทรัมป์ บอกว่าสงครามจะไม่จบลงในสัปดาห์นี้ แต่คิดว่าสงครามจะจบลงเร็วๆ นี้และไม่คิดว่าจะลากยาวไปนาน และโลกจะปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมมากหากสงครามยุติลง
ด้านนางกายา คัลลัส ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรป ด้านกิจการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง ระบุว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของอียู ได้มีการหารือถึงทางเลือกต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ปฏิเสธที่จะขยายปฏิบัติการของกองทัพเรือของประเทศอียูในตะวันออกกลาง
ยุโรปไม่มีผลประโยชน์ในสงครามปลายเปิดเช่นนี้ และภารกิจ Operation Aspides ปฏิบัติการของอียูในทะเลแดงมีบทบาทในการปกป้องเสรีภาพในการเดินเรืออยู่แล้ว ถึงแม้ว่าการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอียู จะมีการพูดถึงการกระชับความเข้มแข็งให้กับภารกิจดังกล่าว แต่ในเวลานี้อียูยังไม่เปลี่ยนเป้าหมายของภารกิจดังกล่าวในเวลานี้ เพราะนี่ไม่ใช่สงครามของยุโรป แต่ผลประโยชน์ของยุโรปกำลังอยู่ในการเดิมพันด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี