ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด อาจารย์ภาควิชาอิสลามการเมือง มหาวิทยาลัยนานาชาติอัลมุศฏอฟา ประเทศอิหร่าน และนายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า
สรุปดราม่าทีมฟุตบอลหญิงอิหร่าน
หลังจากสื่อตะวันตกพยายามปั่นข่าวทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านไม่กล้ากลับประเทศขอลี้ภัยในออสเตรเลีย ด้วยการสร้างดราม่าเฟกนิวส์ตามถนัด เริ่มจากปั่นข่าวนักบอลอิหร่านไม่ยอมร้องเพลงชาติในเกมเปิดสนามที่เจอกับเกาหลีใต้ ทั้งที่ผู้ติดตามฟุตบอลจะเข้าใจดีว่าในแต่ละแมตช์ทีมชาติ การที่นักบอลจะร้องหรือไม่ร้องเพลงชาติเป็นเรื่องปกติสากล ไม่มีใครหยิบยกเอาเรื่องไร้สาระนี้มาเป็นประเด็น แต่สื่อตะวันตกสากกะเบือรีบสร้างสตอรี่ว่านักบอลอิหร่านได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการต่อต้านรัฐบาล
แต่ที่พีคคือ 2 นัดถัดมาที่เจอกับออสเตรเลียและฟิลิปปินส์ นักบอลอิหร่านพร้อมใจกันร้องเพลงชาติพร้อมทำท่าวันทยหัตถ์เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกองทัพและคนในชาติที่อยู่ในภาวะสงคราม สื่อพวกนี้กลับเงียบไม่รายงานข่าว
หลังจากนั้นออสเตรเลียได้เสนอนักบอลเหล่านี้ให้ลี้ภัยในลักษณะโน้มน้าวว่า ที่อิหร่านกำลังมีสงคราม ถ้ากลับไปอันตรายแน่ อยู่ที่นี่ดีกว่า โดยนักฟุตหญิงอิหร่านเปิดใจว่า โดนเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียที่สนามบินกักตัว ถามคำถามแปลกๆ ที่ถูกเตรียมมา และหว่านล้อมอย่างหนักไม่ให้เดินทางกลับประเทศ
ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลคือเพื่อต้องการนำเอานักบอลเหล่านี้ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเมืองระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือทำลายความชอบธรรมอิหร่าน เล่นประเด็นละเมิดสิทธิสตรี มุขเก่าฝืดๆที่ชาติฝรั่งหัวทองพวกนี้ใช้หากิน

อย่างไรก็ตาม ความพยายามอัปยศนี้ไม่เป็นผล นักฟุตบอลและสตาฟโค้ชอิหร่านทั้งหมดเลือกเดินทางกลับแผ่นดินเกิด เหลือเพียง 2 คนเท่านั้นที่ขออยู่ดูสถานการณ์ก่อนยังไม่กลับ ซึ่งเมื่อทีมฟุตบอลอิหร่านเลือกกลับบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ กลุ่มผู้สนับสนุนเจ้าชายกำมะลอที่พำนักในออสเตรเลีย ที่อาจเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อการร้าย MKO ที่ทางการอิหร่านต้องการตัว ได้เข้าติดตามข่มขู่คุกคามนักบอลหญิง
โดยเฉพาะระหว่างทางไปสนามบินกลุ่มเครือข่ายล้มรัฐบาลอิหร่านพวกนี้ขับรถพุ่งชนรถบัสเพื่อสกัดไม่ให้ทีมฟุตบอลหญิงอิหร่านเดินทางกลับบ้านเกิด ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของนักบอลและเจ้าหน้าที่บนรถ แต่ท้ายที่สุดก็เดินทางกลับสู่บ้านเกิดอย่างปลอดภัย และได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่สมเกียรติจากชาวอิหร่าน
นักบอลหญิงคนหนึ่งกล่าวว่าจะให้แลกเส้นผมของพ่อแม่เธอกับทวีปอเมริกาและออสเตรเลียทั้งทวีป ยังไม่เอาเลย
ข้อเท็จจริงเหล่านี้สื่อตะวันตกสากกะเบือไม่เคยนำเสนอครับ และไม่ทราบว่าสื่อไทยได้เสนอข่าวเหล่านี้ให้คนไทยรับรู้บ้างหรือเปล่า หรือเลือกเสนอเฉพาะข่าวที่เป็นลบกับอิหร่านและชาติตะวันออกกลาง พอความจริงปรากฎก็เงียบหายแยกย้ายไปหาเฟกนิวส์อื่นมานำเสนอต่อ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี