โฆษกทำเนียบขาว กร้าวภารกิจในอิหร่านใกล้จบ ขู่ระวังโดนถล่มหากปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพ

โฆษกทำเนียบขาว กร้าวภารกิจในอิหร่านใกล้จบ ขู่ระวังโดนถล่มหากปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 08.25 น.

26 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'แคโรไลน์ เลวิตต์' (Karoline Leavitt) โฆษกทำเนียบขาวแถลงต่อผู้สื่อข่าว อ้างว่าภารกิจทางทหารในอิหร่านดำเนินไปเร็วกว่ากำหนด สามารถทำลายขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ โดรน และทำลายกองทัพเรือของอิหร่านไปได้มหาศาล 

สหรัฐฯ ก็ยังมีการพูดคุยที่สร้างสรรค์กับอิหร่านในช่วง 3 วันที่ผ่านมาผ่านประเทศคนกลางอย่างปากีสถาน โฆษกทำเนียบขาว เตือนว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พร้อมจะโจมตีอิหร่านหนักกว่าเดิม หากอิหร่านไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ หรือ ปฏิเสธข้อตกลงสันติภาพ และยังบอกว่า 'ทรัมป์' ไม่เคยพูดลอยๆ และอิหร่านไม่ควรคำนวณสถานการณ์ผิดอีก


ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานเกี่ยวกับเงื่อนไข 15 ข้อของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ และเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แลกกับการยกเลิกคว่ำบาตรบางส่วน แต่อิหร่านมองว่าเป็นข้อเสนอที่ไม่สมเหตุสมผล และได้ยื่นข้อเสนอสวนกลับ 5 ข้อ คือ ให้สหรัฐฯ ยุติการรุกรานและการลอบสังหาร สร้างกลไกหรือมาตรการป้องกันสงคราม การจ่ายค่าปฏิกรรมสงคราม ยุติสงครามในทุกแนวรบ และรับรองอำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และอิหร่านจะเป็นฝ่ายกำหนดเวลาสิ้นสุดสงครามด้วยตนเองเมื่อเงื่อนไขเหล่านี้ได้รับการตอบสนอง ไม่ใช่ตามความต้องการของ 'ทรัมป์'

ก่อนที่ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้ออกมายืนยันผ่านสื่อว่า นโยบายหลักของอิหร่านในตอนนี้คือการป้องกันตนเองต่อไป และย้ำว่าจะไม่มีการเจรจาทั้งทางตรงและทางอ้อมกับสหรัฐฯ แม้จะมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งข้อความผ่านตัวกลางก็ตาม โดยกองทัพอิหร่านมีความพร้อมที่จะป้องกันประเทศตราบเท่าที่จำเป็น และเตือนว่าหากมีการบุกรุกทางบกจะถือเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่สำหรับกองกำลังสหรัฐฯแน่นอน 

โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยด้วยว่า 'ทรัมป์' มีกำหนดการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน อย่างเป็นทางการในวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นภารกิจที่ถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมช่วงปลายเดือนมีนาคมเนื่องจากสถานการณ์สงครามความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งจีนรับทราบและเข้าใจถึงเหตุผลในการเลื่อนการเยือนครั้งก่อน คาดว่าผู้นำทั้งสองจะหารือในประเด็นสำคัญระดับโลก เช่น การยุติสงครามในอิหร่าน สถานการณ์ในไต้หวัน และข้อพิพาทด้านภาษีการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ 

ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุผ่านทรูธ โซเชียลส่วนตัวด้วยว่าว่าเขาจะเชิญประธานาธิบดีสี เดินทางมาเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี เป็นการตอบแทนในช่วงปลายปีนี้ด้วย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top