วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569 รายงานจากสื่อต่างประเทศและหน่วยงานสาธารณสุขระดับโลกกำลังจับตามองการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่มีรหัสเรียกขานว่า BA.3.2 หรือที่ได้รับฉายาว่า Cicada หรือ จักจั่น เนื่องจากพฤติกรรมของไวรัสชนิดนี้ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบมานานก่อนจะเริ่มปรากฏตัวให้เห็นในหลายพื้นที่
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค CDC ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยในรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 19 มีนาคมว่า กำลังเฝ้าติดตามสายพันธุ์ Cicada อย่างใกล้ชิด หลังจากตรวจพบจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเฝ้าระวังตามปกติ ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศยกระดับให้ BA.3.2 เป็น สายพันธุ์ที่ต้องเฝ้ามอง (Variant Under Monitoring) ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เนื่องจากพบการแพร่กระจายในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น, เคนยา, เนเธอร์แลนด์, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ชื่อเล่น Cicada หรือจักจั่น ถูกตั้งขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อสะท้อนถึงลักษณะเฉพาะของไวรัสสายพันธุ์นี้ ดร. โรเบิร์ต เอช. ฮอปกินส์ จูเนียร์ ผู้อำนวยการทางการแพทย์ของมูลนิธิแห่งชาติเพื่อโรคติดเชื้อ อธิบายว่า ไวรัสตัวนี้ตรวจพบครั้งแรกในผู้เดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2525 (2025) แต่กลับซ่อนตัวอยู่ใต้ดินหรือไม่ถูกตรวจพบโดยระบบเฝ้าระวังทั่วไปมาเป็นเวลานาน ก่อนจะเริ่มถูกตรวจพบในตัวอย่างน้ำเสียจากครัวเรือนและอุตสาหกรรมในกว่า 25 รัฐของอเมริกา
จุดที่น่ากังวลที่สุดคือ BA.3.2 ถูกจัดว่าเป็นสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์สูงมาก โดยพบจุดกลายพันธุ์ถึง 70-75 ตำแหน่ง ซึ่งถือว่าแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจากสายพันธุ์ JN.1 ที่เคยระบาดหนักในช่วงสองปีที่ผ่านมา การกลายพันธุ์ที่มากมายขนาดนี้อาจส่งผลให้ไวรัสมีความสามารถในการหลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกัน ทั้งจากผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนหรือผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้ว
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
แม้ในสหรัฐอเมริกาจะยังไม่พบจำนวนผู้ป่วยพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง แต่ในยุโรปเหนือ โดยเฉพาะเยอรมนี เดนมาร์ก และเนเธอร์แลนด์ พบว่าเชื้อ Cicada ครองสัดส่วนของผู้ติดเชื้อสูงถึง 30% ของผู้ป่วยโควิดทั้งหมด ขณะที่ข้อมูลทั่วโลกพบรายงานผู้ติดเชื้อแล้วในอย่างน้อย 23 ประเทศ โดยคาดการณ์ว่าเชื้อรายแรกของโลกอาจปรากฏขึ้นที่ประเทศแอฟริกาใต้ตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2567
ดร. ฮอปกินส์ เตือนว่า "อัตราการฉีดวัคซีนที่ต่ำลงและความพยายามด้านสาธารณสุขที่ผ่อนคลายลง อาจทำให้เราตกอยู่ในภาวะเสี่ยง" พร้อมทั้งแสดงความกังวลว่ามีความเป็นไปได้ที่ Cicada อาจกลายเป็นสายพันธุ์หลักและทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะถึงนี้
.jpg)
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล /ภาพสร้างจาก AI
สำหรับอาการของผู้ติดเชื้อ BA.3.2 ยังคงมีลักษณะคล้ายคลึงกับโควิดสายพันธุ์เดิม ได้แก่ มีน้ำมูก คัดจมูก ปวดศีรษะ และเหนื่อยล้า ไอ เจ็บคอ และจามบ่อยครั้ง ประสาทรับกลิ่นหรือรสชาติเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานอาการเด่นที่ผู้ป่วยหลายรายระบุตรงกันคือ อาการเจ็บคออย่างรุนแรง ซึ่งเปรียบได้กับการเจ็บคอเหมือนมีใบมีดบาดอยู่ภายใน แม้ในเบื้องต้นจะยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าสายพันธุ์นี้ก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตมากกว่าสายพันธุ์เดิม แต่ความสามารถในการแพร่ระบาดและการหลบภูมิคุ้มกันยังคงเป็นสิ่งที่ต้องระวัง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยายังคงย้ำเตือนให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นทันทีที่มีการวางจำหน่ายเวอร์ชันใหม่ เนื่องจากวัคซีนยังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันอาการรุนแรงและการเสียชีวิต หากตรวจพบผลเป็นบวก ATK ขึ้น 2 ขีด ควรปฏิบัติตามขั้นตอน กักตัวอยู่บ้าน และรักษาระยะห่างจากสมาชิกในครอบครัว สวมหน้ากากอนามัยคุณภาพสูง (N95) หากจำเป็นต้องใกล้ชิดผู้อื่น ล้างมือบ่อย ๆ และทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัสร่วม เฝ้าสังเกตอาการ หากอาการไม่ดีขึ้นให้รีบติดต่อสถานพยาบาล
แม้โลกจะผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 มาแล้วหลายระลอก แต่การปรากฏตัวของ Cicada เป็นเครื่องยืนยันว่าเชื้อไวรัสยังคงมีการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องเพื่อความอยู่รอด การเฝ้าระวังและการป้องกันตัวเองจึงยังคงเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตวิถีใหม่ปี 2569 นี้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก usatoday.com
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี