533.jpg
21 ชั่วโมงไร้ความหมาย เจรจาสันติภาพสหรัฐฯ - อิหร่าน จบที่ทางใครทางมัน

21 ชั่วโมงไร้ความหมาย เจรจาสันติภาพสหรัฐฯ - อิหร่าน จบที่ทางใครทางมัน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.54 น.

12 เมษายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสต์ ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นการตั้งโต๊ะเจรจาแบบเผชิญหน้าครั้งแรกในรอบ 47 ปี โดยกการเจรจาครั้งนี้กินเวลายาวนานกว่า 21 ชั่วโมง ณ กรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน 

การเจรจาสิ้นสุดลงโดยทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ ส่งผลให้ชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ดำเนินมาแล้ว 2 สัปดาห์ยังคงไม่มีความชัดเจน สหรัฐฯ ย้ำจุดยืนอิหร่านต้องยุติโครงการนิวเคลียร์โดยสิ้นเชิง ขณะที่อิหร่านชี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความระแวงหลังทำสงครามมา 40 วัน ท่ามกลางความกังวลว่าข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์อาจสิ้นสุดลง


นายเจ.ดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจา เปิดเผยภายหลังการประชุมอันยาวนานกว่า 21 ชั่วโมง ว่าการเจรจาต้องยุติลงโดยไม่มีข้อตกลง เนื่องจากฝ่ายอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ในการระงับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และเครื่องมือที่เกี่ยวข้องอย่างถาวร

รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า "เราดำเนินการเรื่องนี้มาเป็นเวลา 21 ชั่วโมงแล้ว และเราได้มีการหารือในเชิงเนื้อหาหลายประการกับทางอิหร่าน นั่นคือข่าวดี ข่าวร้ายก็คือเรายังไม่บรรลุข้อตกลง และผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าที่เป็นข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกา ดังนั้นเราจึงเดินทางกลับสหรัฐฯ โดยที่ยังไม่ได้ข้อตกลงร่วมกัน เราค่อนข้างผ่อนปรนให้มากแล้ว

ท่านประธานาธิบดีบอกกับเราว่า พวกคุณต้องมาที่นี่ด้วยความจริงใจและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดข้อตกลง เราได้ทำเช่นนั้นแล้ว แต่ก็น่าเสียดายที่เราไม่สามารถมีความคืบหน้าใดๆ ได้เลย แวนซ์กล่าวเสริมว่า ประเด็นหลักที่ตกลงกันไม่ได้คือการที่อิหร่านปฏิเสธที่จะล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ของตน คือเราต้องเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าอิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุด ที่สหรัฐฯ มอบให้อิหร่านก่อนที่เขาจะเดินทางออกจากปากีสถานทันที

ส่วนทางด้านนายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่าแม้จะมีความเห็นตรงกันในบางเรื่อง แต่ยังมีประเด็นสำคัญ 2-3 ประเด็นที่ยังเห็นต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยย้ำว่าการเจรจานี้เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านต้องเผชิญกับ "สงครามที่ถูกยัดเยียด" มานานถึง 40 วัน จึงเป็นเรื่องยากที่จะคาดหวังให้บรรลุข้อตกลงได้ในการประชุมเพียงครั้งเดียว

แหล่งข่าวระบุว่าอิหร่านได้ 'กำหนดเส้นตาย' หลายประการ รวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และการขอให้ปลดล็อกอายัดทรัพย์สินของอิหร่าน อีกทั้งยังรายงานระบุว่ายังคงมีความท้าทายสำคัญหลายประการ โดยชี้ไปที่สิ่งที่ถูกเรียกว่า "ข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขต" ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ความคืบหน้าในการบรรลุข้อตกลงเป็นไปอย่างยากลำบาก เมื่อพิจารณาจากข้อเรียกร้องที่เกินขอบเขตของสหรัฐฯ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นโอกาสสุดท้ายของทีมอิหร่านที่จะบรรลุ กรอบความร่วมมือร่วมกันในการเจรจารอบนี้ 

ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรนั้นไม่มีผลต่อเขา เพราะเขามองว่าสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในการทหารแล้ว ท่ามกลางการเจรจาที่เกิดขึ้น ทรัมป์ได้สั่งการให้เรือทำลายล้างของสหรัฐฯ เข้าไปในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อเริ่มภารกิจกวาดล้างทุ่นระเบิด โดยระบุว่า "ไม่ว่าจะตกลงกันได้หรือไม่ เราจะเปิดเส้นทางเดินเรือให้ปลอดภัย" 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top