วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ระทึกสงครามส่อปะทุ
ทรัมป์ฉีกทงดีลอิหร่าน
แผนยุติสงครามส่อล่ม “ทรัมป์” ปฏิเสธแผนเจรจาสันติภาพของอิหร่านที่ตอบกลับมา โดยตั้ง 4 เงื่อนไขสำคัญเน้นยุติสงครามทุกแนวรบ-ไม่โจมตีอีก-เลิกปิดล้อมทางทะเล แต่ไม่พูดถึงโครงการนิวเคลียร์ ฉุนขาดรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง ฉะรบ.เตหะรานเล่นเกม เสี่ยงเพิ่มความขัดแย้งปะทุขึ้นอีก
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน รายงานว่า หลังสหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอ เพื่อหวังเปิดการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านอีกครั้งก่อนหน้านี้ รัฐบาลเตหะรานได้ส่งคำตอบรับข้อเสนอสันติภาพล่าสุดของรัฐบาลวอชิงตันผ่านปากีสถานผู้ไกล่เกลี่ยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น โดยอิหร่านตั้งเงื่อนไข 4 ประเด็นหลักให้สหรัฐฯยอมและรับประกันว่าจะไม่ดำเนินการ ดังนี้
1.สหรัฐฯ ต้องยุติสงครามทุกแนวรบ และมีหลักประกันว่าสงครามและการโจมตีอิหร่านในอนาคตจะไม่เกิดซ้ำอีกต่อไป 2.อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการปิดล้อมทางเรือทันทีที่ลงนามข้อตกลง 3.อิหร่านต้องการให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร และยุติมาตรการห้ามขายน้ำมันอิหร่านของสหรัฐภายในระยะเวลาการเจรจา 30 วัน และต้องคืนทรัพย์สินที่ถูกอายัดทันที 4.อิหร่านไม่ได้ระบุว่าจะยอมอ่อนข้อในประเด็นนิวเคลียร์ใดๆ ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สหรัฐฯและอิสราเอลต้องการ ส่วนสหรัฐฯเสนอให้ยุติการสู้รบก่อนเริ่มการเจรจาในประเด็นที่ขัดแย้งมากกว่า ซึ่งรวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังข้อเสนอของอิหร่านถูกเผยแพร่ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯออกมาปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวด้วยการโพสต์ข้อความโพสต์ข้อความบน Truth Social ระบุว่า «ผมเพิ่งอ่านคำตอบจากตัวแทนของอิหร่าน ผมไม่เห็นด้วย ผมยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง» แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่เว็บไซต์ข่าว Axios รายงานอ้างการสัมภาษณ์สั้นๆทางโทรศัพท์ โดยทรัมป์ระบุว่า ไม่อาจยอมรับการตอบสนองของอิหร่านครั้งนี้ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ยังวนในอ่างหาทางออกไม่ได้จากพฤติกรรมของอิหร่านต่อหลายประเทศตลอด 47 ปีที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ สหรัฐฯส่งบันทึกความเข้าใจ 14 ประการผ่านคนกลางคือปากีสถาน รวมถึงข้อกำหนดให้อิหร่านยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม เปิดเสรีการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แลกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร
สำนักข่าวทัสนิม สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า การที่อิหร่านยื่นข้อเสนอโต้กลับ ซึ่งรวมถึงการเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม รับรองอธิปไตยของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ คืนทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดเอาไว้ โดยแยกประเด็นนิวเคลียร์ไว้เจรจาภายหลัง ซึ่งทรัมป์มองว่านี่คือการ เล่นเกม ที่อิหร่านทำกับสหรัฐฯและโลกมานานหลายสิบปี และกล่าวหาว่าอิหร่านได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากนโยบายสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา โดยอ้างถึงข้อตกลงทางการเงินในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงการโอนเงินไปยังกรุงเตหะราน ชี้ให้เห็นว่าข้อตกลงเหล่านั้นเอื้อประโยชน์ให้อิหร่านมากเกินไป
ด้านประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียนของอิหร่าน ไม่ได้กล่าวถึงคำตอบของอิหร่านต่อข้อเสนอของสหรัฐฯโดยตรง แต่ประกาศว่าอิหร่านไม่มีวันก้มหัวให้ศัตรู หากมีการเจรจาเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงอิหร่านยอมจำนนหรือถอยหลัง ปฏิกิริยาไม่พอใจของทรัมป์ต่อคำตอบล่าสุดของอิหร่านไม่สำคัญ
ขณะที่กองทัพอิหร่านยังออกคำเตือนใหม่ถึงกองทัพสหรัฐฯและอิสราเอลว่า หากการรุกรานกลับมาอีก ทั้งสหรัฐฯและอิสราเอลต้องเผชิญการตอบโต้ที่น่าประหลาดใจตามมาแน่นอน
จากสถานการณ์อิหร่านและสหรัฐที่ยังไม่บรรลุข้อตกลงสันติภาพ เพื่อยุติสงคราม ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น 3 ดอลลาร์ในวันนี้ (11 พฤษภาคม) ไปอยู่ที่มากกว่า 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังปิดอยู่ ทำให้ปริมาณพลังงานทั่วโลกยังตึงตัว
ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ยืนยันว่าความขัดแย้งยังไม่จบ จนกว่ายูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่านจะถูกนำออกไป และโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านต้องถูกรื้อถอน และยืนยันว่าอิหร่านต้องกำจัดยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่สะสมไว้ด้วย จึงจะถือว่าสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่านสิ้นสุดลงได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี