วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
ฉีกธรรมเนียมโลก ทรัมป์ พร้อมยกหูคุยผู้นำไต้หวัน ดีลซื้ออาวุธมูลค่า 5 แสนล้าน

ฉีกธรรมเนียมโลก ทรัมป์ พร้อมยกหูคุยผู้นำไต้หวัน ดีลซื้ออาวุธมูลค่า 5 แสนล้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.37 น.

21 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุ พร้อมจะพูดคุยโดยตรงกับประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ผู้นำไต้หวัน เกี่ยวกับข้อตกลงซื้อขายอาวุธมูลค่าสูงถึง 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) เป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ฉีกธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

ทรัมป์ เปิดเผยเรื่องนี้กับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพร่วมแอนดรูว์ส ในรัฐแมริแลนด์ ก่อนจะขึ้นเครื่องบินประจำตำแหน่งแอร์ฟอร์ซวัน กล่าวว่า เขาจะคุยกับผู้นำไต้หวันเกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5 แสนล้านบาท) ซึ่งก็เหมือนกับที่เขาคุยกับผู้นำคนอื่นๆ


ความเคลื่อนไหวนี้ถือว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะทรัมป์เพิ่งเสร็จสิ้นการเดินทางเยือนประเทศจีน และเข้าพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งทรัมป์ชื่นชมว่าเป็นการพูดคุยที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายหารือกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับประเด็นไต้หวัน 

ซึ่งสี จิ้นผิง ย้ำว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุดและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งหากจัดการไม่ถูกต้อง อีกทั้งหลังจากสหรัฐฯ ประกาศเปลี่ยนการรับรองทางการทูตจากรัฐบาลไทเปไปเป็นรัฐบาลปักกิ่งในปี 1979 ผู้นำในตำแหน่งของสหรัฐฯ และไต้หวันไม่เคยพูดคุยกันโดยตรงเพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับจีน การติดต่อทั้งหมดจะทำผ่านช่องทางไม่เป็นทางการ เช่น สถาบันอเมริกาในไต้หวัน (AIT) การประกาศจะคุยกับผู้นำไต้หวันโดยตรงจึงเป็นการฉีกธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ทำแบบนี้ เพราะในปี 2016 ขณะที่เขาอยู่ในสถานะประธานาธิบดีที่กำลังรอรับตำแหน่ง เขาเคยต่อสายตรงพูดคุยกับประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน จนทำให้รัฐบาลจีนยื่นประท้วงอย่างรุนแรงมาแล้ว

ขณะที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ แสดงท่าทีต้อนรับโอกาสที่จะได้พูดคุยกับทรัมป์ ซึ่งเขาพร้อมจะเน้นย้ำอย่างชัดเจนว่าไต้หวันมีอธิปไตยและเอกราชในตัวเอง พร้อมระบุว่าเสรีภาพและสันติภาพในช่องแคบไต้หวันจะไม่ถูกนำไปใช้เป็นสิ่งของในการแลกเปลี่ยนหรือเจรจาผลประโยชน์ทางการค้าอย่างเด็ดขาด

นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการทูตแบบการทูตแบบเน้นผลประโยชน์และข้อตกลง (Transactional Diplomacy) ของทรัมป์อย่างชัดเจน เขาไม่ได้มองไต้หวันผ่านเรื่องของอุดมการณ์ประชาธิปไตยเพียงอย่างเดียว แต่มองเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญในการคานอำนาจ แลกเปลี่ยน หรือบีบให้จีนยอมอ่อนข้อในข้อตกลงด้านอื่นๆ เช่น การค้าหรือภาษี

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top