วันพุธ ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
27 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สงครามระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับ อิหร่าน ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามนัก และประชาชนชาวอเมริกันส่วนใหญ่คาดหวังว่าไม่ว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงเมื่อใด ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงนี้
ผลสำรวจความคิดเห็นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นภาพของประชาชนชาวอเมริกันที่เบื่อหน่ายสงคราม และ ผู้คนไม่ชอบสงครามตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พวกเขาไม่คิดว่ามันจะนำมาซึ่งผลดีอะไรมากมาย และดูเหมือนพวกเขาจะไม่คาดหวังการประนีประนอมที่สำคัญ หรืออย่างน้อยก็การประนีประนอมที่คุ้มค่าเลย
กล่าวโดยสรุปคือ มีคนไม่ค่อยเชื่อมั่นว่าทรัมป์จะมีทางออกที่ดีจากสงครามครั้งนี้
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์วันรำลึกถึงผู้เสียสละ (Memorial Day) ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมุมมองนี้ มีสัญญาณสำคัญที่สุดบางอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อยุติสงคราม แต่เมื่อรายละเอียดรั่วไหลออกมา ก็ชัดเจนว่าข้อตกลงเหล่านั้นไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับพรรครีพับลิกันหลายคน บางคนถึงกับเตือนว่า ข้อตกลงนี้อาจทำให้อิหร่านแข็งแกร่งขึ้นกว่าก่อนเกิดสงครามเสียอีก
และหากอิหร่านยังคงยืนกรานในท่าทีแข็งกร้าว ก็ไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงใดที่จะช่วยให้ทรัมป์รักษาหน้าตาและยุติสงครามได้ก่อนที่จะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่านี้สำหรับพรรครีพับลิกัน
ผลสำรวจหลายสำนักชี้ให้เห็นว่าผู้คนต้องการให้สงครามจบลงเสียที
ผลสำรวจของทางสำนักข่าว Fox News สำนักข่าวของสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแสดงให้เห็นว่า มีเพียง 39% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่ต้องการให้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของสหรัฐฯ และมี 61% ที่ต้องการ "กรอบเวลาที่จำกัด"
ในทำนองเดียวกัน ผลสำรวจของ New York Times-Siena College แสดงให้เห็นว่า 52% ของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงกล่าวว่า สหรัฐฯ ควรยุติปฏิบัติการทางทหาร แม้ว่าจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ได้ก็ตาม และมีเพียง 37% เท่านั้นที่ต้องการให้กลับมาดำเนินปฏิบัติการทางทหารอีกครั้งหากทั้งสองประเทศไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
.jpg)
ผลสำรวจของ Times-Siena ระบุว่า มีเพียง 22% เท่านั้นที่คิดว่าสงครามจะ ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการกำจัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อีก 18% คิดว่ามันจะ “ประสบความสำเร็จบ้าง” ขณะที่ 50% คาดว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเลย
ในทำนองเดียวกัน ผลสำรวจของ Washington Post และ ABC News ระบุว่า 65% ของชาวอเมริกัน ไม่ค่อยมั่นใจ หรือ ไม่มั่นใจเลย ว่าข้อตกลงยุติสงครามจะหยุดยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และแม้ว่าจะมีข้อตกลงที่รวมถึงเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ ในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันจะมองว่ามันคุ้มค่า ผลสำรวจของ Times-Siena ระบุว่า ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง 55% ต่อ 21% คิดว่าสงครามจะไม่คุ้มค่ากับต้นทุน
ผลสำรวจยังแสดงให้เห็นอย่างสม่ำเสมอว่า ชาวอเมริกันคิดว่าสงครามจะส่งผลเสียในหลายด้าน ผลสำรวจของ Post-ABC แสดงให้เห็นว่า 61% เชื่อว่า สงครามเพิ่มความเสี่ยงต่อการก่อการร้ายต่อชาวอเมริกัน , 56% เชื่อว่า สงครามมีความเสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ อ่อนแอลง , 49% เชื่อว่า เสถียรภาพในตะวันออกกลางจะแย่ลง
แม้ทรัมป์จะสามารถเอาชนะอุปสรรคและได้ข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ เขาก็ยังมีปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือ ชาวอเมริกันไม่ไว้วางใจเขาในประเด็นนี้อีกต่อไป ตัวอย่างเช่น ผลสำรวจล่าสุดของซีเอ็นเอ็น แสดงให้เห็นว่ามีชาวอเมริกันเพียง 20% เท่านั้นที่มีความเชื่อมั่นอย่างมากว่า ทรัมป์จะตัดสินใจได้ดีเกี่ยวกับอิหร่าน ในขณะที่ 59% มีความเชื่อมั่นไม่มาก หรือไม่มีความเชื่อมั่นเลย
ดูเหมือนว่า ทรัมป์ จะทำผิดพลาดอย่างร้ายแรง 2 ประการตั้งแต่เริ่มต้น เขาไม่มีแผนการที่ชัดเจนและทำได้จริงว่าจะยุติสงครามได้อย่างไร และเขาไม่ได้โน้มน้าวใจชาวอเมริกันให้สนับสนุนสงครามอย่างเพียงพอ
ตรงกันข้าม เขาตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้สูงเกินไปจนทำได้ยาก และบอกกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังจากที่เขาเริ่มโจมตีไปแล้วว่ามันคุ้มค่า ซึ่งเห็นได้ชัดว่าชาวอเมริกันไม่เห็นด้วย และถึงแม้ว่าการถอนตัวออกไปตอนนี้อาจจะดีกว่าในแง่การเมืองมากกว่าการปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อต่อไป แต่มันอาจเป็นทางเลือกที่แย่น้อยที่สุดแล้วก็ได้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี